posttoday
ฮับตัวจริง

ฮับตัวจริง

15 มกราคม 2556

ตั้งแต่วันปีใหม่เป็นต้นมา ผมมีเรื่องต้องไปหาหมอที่โรงพยาบาลต่อเนื่องกันหลายวัน ทำให้ไม่ได้ไปขอพรจากผู้ใหญ่หลายท่านที่เคารพนับถือ ก็ค่อนข้างไม่สบายใจอยู่ แต่คิดว่าวันหน้าคงมีโอกาสพบและเรียนให้ท่านทราบ คิดว่าท่านคงไม่ว่ากระไร

ตั้งแต่วันปีใหม่เป็นต้นมา ผมมีเรื่องต้องไปหาหมอที่โรงพยาบาลต่อเนื่องกันหลายวัน ทำให้ไม่ได้ไปขอพรจากผู้ใหญ่หลายท่านที่เคารพนับถือ ก็ค่อนข้างไม่สบายใจอยู่ แต่คิดว่าวันหน้าคงมีโอกาสพบและเรียนให้ท่านทราบ คิดว่าท่านคงไม่ว่ากระไร

ล่าสุด เพิ่งไปส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหารและลำไส้ตามที่หมอแนะนำ เพราะพอเริ่มไม่สบาย ผมก็เริ่มเสิร์ชดูในกูเกิลบ้าง ยาฮูบ้าง ว่าตัวเองเป็นอะไร แล้วแต่นิ้วจะพาไปผลคือเป็นโรคประสาทกินครับ

เพราะอาการที่เป็นนั้น ตรงกับผลการค้นหาในอินเทอร์เน็ตทุกโรค เลยตัดสินใจไปหาหมอ เล่าอาการและวินิจฉัยโรคตัวเองให้หมอฟัง ถูกหมอซึ่งคงรำคาญจนสุดที่จะทนแล้ว ดุเอาให้นั่งเฉยๆ แล้วหมอจะตรวจเองและวินิจฉัยตามที่เล่าเรียนมา

หลังจากนั้นก็บอกว่า ให้กลับบ้านไปนอนให้พอ อย่านอนดึก โรคก็จะหาย

ผลคือ โรคสารพัดที่ผมคิดว่าตัวเองน่าจะเป็นก็หายไปตามที่หมอบอก

เรื่องนี้เล่าให้ฟังเพื่อเป็นอุทาหรณ์ว่า ถ้าไม่สบายให้ไปหาหมอ อย่าเสิร์ชดูว่าตัวเองเป็นอะไร เพราะยิ่งดูอาการยิ่งกำเริบ และคิดว่าตัวเองเป็นโรคสารพัดที่เสิร์ชพบ ประสาทจะกินเปล่าๆ

เผอิญผมโชคดีมีหมอที่ไม่ยอมเพี้ยนตามผม ไม่ยอมสั่งยาสารพัดให้ตามที่ผมคิด ผมก็เลยหายมานั่งเขียนบทความให้ท่านอ่านในวันนี้

ไหนๆ เขียนถึงการส่องกล้องตรวจภายในแล้ว ขอแนะนำให้ท่านผู้อ่านที่อายุเกินกว่า 50 ปีขึ้นไป ไปหาหมอที่โรงพยาบาลตรวจเสีย เพราะประสบการณ์ของผมในการตรวจส่องกล้องที่ว่านี้ ไม่น่ากลัวเหมือนที่เพื่อนฝูงคนรู้จักหลายคนเล่าให้ฟังสักนิด

ขนาดหมอตรวจทั้งกระเพาะอาหารและลำไส้ อย่างกรณีของผมเสร็จแล้ว ผมยังไม่ทราบสักนิดว่าหมอทำเมื่อไหร่ ใช้เวลานานเท่าไหร่ และเสร็จเมื่อไหร่ เพราะเช้าวันที่ตรวจ หมอแค่ฉีดยาให้หลับไปประมาณชั่วโมงเศษๆ (ตามที่พยาบาลบอก) หลังจากนั้นพอรู้ตัวตื่นขึ้น ก็ไม่ทราบว่าหมอส่องกล้องตรวจเสร็จไปเรียบร้อยแล้ว

ดันไปถามพยาบาลว่า เมื่อไหร่ถึงจะตรวจ สรุปแล้วคือไม่เจ็บตัวเลยแม้แต่นิดเดียว จะเจ็บก็ตอนถูกฉีดยาเข็มเดียวเท่านั้นแหละครับ

ทีนี้ถามว่า การส่องกล้องตรวจภายในมีผลดีอย่างไร

สำหรับผม คือ ทำให้หายเป็นโรคประสาท คิดว่าตัวเองอาจเป็นมะเร็งในลำไส้ มีแผลในกระเพาะอาหาร ลิ้นกระเพาะอาหารปิดไม่สนิท ทำให้กรดไหลย้อน และอีกสารพัดโรคทำให้วิตกกังวลโดยใช่เหตุ

ทั้งๆ ที่ต้นเหตุที่ทำให้ไม่สบายมาจากการนอนดึกติดต่อกันหลายๆ คืนก็เท่านั้น

แต่ประโยชน์จริงๆ เท่าที่หมอบอก คือ การตรวจทำให้ตรวจพบเนื้อร้าย หรือแผลอักเสบในกระเพาะอาหารหรือลำไส้ในระยะแรก ทำให้มีโอกาสรักษาให้หายได้

หมอบอกว่าในประเทศที่เจริญแล้ว มีกฎหมายบังคับให้ประชาชนที่มีอายุสูงกว่า 50 ปี ต้องไปส่องกล้องตรวจ อย่างน้อย 5 ปีต่อครั้ง เพราะฉะนั้นถ้าใครยังไม่เคยตรวจ ไปตรวจเถิดครับ ถ้าเจออะไรจะได้รักษาทัน ถ้าไม่เจออะไร จะได้หายเป็นโรคประสาทอย่างผมไงครับ

รับรองร้อยเปอร์เซ็นต์ครับว่าไม่เจ็บเลย

(ตรงนี้ขอสงวนความเห็นไว้นิดหนึ่งนะครับ ว่าการตรวจและการรักษาโรคมีความเสี่ยง ผู้เขียนไม่ขอรับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น ถ้าท่านไปตรวจแล้วเกิดอะไรขึ้น เพราะท่านไม่ใช่ผม และหมอของท่านก็อาจจะไม่ใช่หมอของผม!)

สรุปแล้ว คือ ตอนนี้ผมทราบแล้วว่าตัวเองไม่ได้มีโรคมากจนอาจต้องต้มรากโมกกินเหมือนคนโบราณบอก ใครที่คิดว่าตัวเองเป็นคนโรคมาก ควรไปหาหมอครับ อย่าวินิจฉัยโรคด้วยการเปิดกูเกิลหรือฟังคนรอบตัว เพราะยิ่งค้นยิ่งฟังอาการก็ยิ่งกำเริบ

ส่วนเรื่องที่ 2 เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับเรื่องที่ 1 ครับ คือในระหว่างที่ผมเทียวไปเทียวมาโรงพยาบาล และระหว่างที่รอหมอตรวจ ผมพบว่าเพื่อนร่วมชะตาเดียวกับผมไม่ได้มีแต่คนไทยครับ มีทั้งคนอาหรับจอมโวยที่พยายามพูดอะไรไม่ทราบกับผม เผอิญผมไม่รู้จักภาษาอารบิก เลยไม่รู้ว่าโวยเรื่องอะไร ทั้งๆ ที่ผมกับแกต่างก็รอคิวให้หมอตรวจเหมือนกัน ผมก็นั่งของผมอยู่เงียบๆ ไม่เห็นมีปัญหาอะไร แต่พยาบาลที่โรงพยาบาลใจดีมาก พยายามพูดให้นั่งรอตามคิว พอพูดไม่รู้เรื่อง อุตส่าห์ต่อโทรศัพท์ให้พูดกับเจ้าหน้าที่ซึ่งพูดภาษาอารบิกให้ ก็เงียบไปพักหนึ่ง เดี๋ยวก็โวยวายอีก

ถ้าไม่เกรงใจว่าแก่อายุมากแล้ว ผมคงโวยภาษาไทยให้แกเงียบบ้าง ให้รู้กันไปว่าใครโวยเก่งกว่ากัน แต่ก็ยอมรับว่าโรงพยาบาลนี้ฝึกอบรมพยาบาลและเจ้าหน้าที่ดีมาก คือ มีขันติธรรมสูง และปฏิบัติต่อคนไข้ด้วยความสุภาพ ทั้งๆ ที่คนไข้เป็นคนที่กวนกิเลสได้อย่างยอดเยี่ยมคนหนึ่ง

พอตรวจเสร็จมาเจอกับผมนอกห้องตรวจ แกก็ยิ้มแย้มแจ่มใส ท่าทางจะแนะนำเพื่อนฝูงมารักษาที่โรงพยาบาลนี้อีก ผมดูท่าแล้วค่อนข้างจะหนักใจแทนคุณพยาบาลและเจ้าหน้าที่ ถ้าแกส่งคนไข้เหมือนแกมาตรวจรักษาอีกสัก 5 คน 10 คน ก็เอาใจช่วยครับ

นอกจากคนไข้อาหรับเจ้าปัญหาคนนี้แล้ว ผมยังเห็นคนตะวันออกกลาง คนญี่ปุ่น และชาวตะวันตกอีกหลายชาติมารับการตรวจรักษาที่โรงพยาบาลนี้ ดูแล้วก็ชื่นใจว่าคุณภาพการรักษาพยาบาลของโรงพยาบาลในประเทศนี้สูงเป็นที่ยอมรับของชาวต่างชาติ จนเขาต้องเปิดเป็นแผนกนานาชาติขึ้นมาให้บริการ

นี่แหละครับคือสิ่งที่เรียกว่า ฮับ (Hub) ของจริง คือ ฮับของการรักษาพยาบาลในทวีปเอเชียแห่งหนึ่ง เกิดขึ้นโดยธรรมชาติของการประกอบธุรกิจที่มีคุณภาพ เพราะเมื่อธุรกิจให้บริการหรือผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ ลูกค้าก็จะเข้ามาเองอย่างที่หลายๆ โรงพยาบาลในประเทศกำลังให้บริการอยู่

หลายคนกลัวว่าเมื่อไรที่เปิดเขตการค้าเสรี จะทำให้แพทย์และพยาบาลไทยออกไปทำมาหากินประกอบอาชีพในต่างประเทศ

ผมกลับเชื่อว่าแพทย์และพยาบาลในหลายประเทศจะพยายามเข้ามาทำงานในโรงพยาบาลในประเทศไทย เพราะความก้าวหน้าด้านวิทยาการและความทันสมัยของเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ ในโรงพยาบาลชั้นนำในกรุงเทพฯ นี่เอง

ความจริงถ้าคุณหมอหรือคุณพยาบาลไทยอยากจะไปทำงานในต่างประเทศ ผมเชื่อว่าใครๆ ก็ยอมรับความสามารถด้านนี้ของบุคลากรไทยอยู่แล้ว คงไม่ต้องรอจนเปิดเออีซีก็ไปได้ แต่นี่ไม่ไปคือนิสัยรักบ้าน รักประเทศบ้านเกิดของคนไทย กับโอกาสในการเพิ่มพูนวิชาความรู้ด้านการแพทย์ในโรงพยาบาลสมัยใหม่ของไทยนี่เอง ทำให้บุคลากรด้านนี้ยังทำงานอยู่ในประเทศไทย

ส่วนสารพัดฮับที่ข้าราชการและนักการเมืองฝันไม่ต่ำกว่า 1020 ฮับ ว่าเมืองไทยจะเป็นนั้น ฝันกันต่อไปเถิดครับ เพราะของพรรค์นี้ไม่ได้สร้างกันง่ายๆ แค่ใช้เก็บภาษีถมลงไปแล้วจะทำให้เมืองไทยกลายเป็นฮับสารพัดตามที่ต้องการ

สิ่งที่จะทำให้ประเทศนี้เป็นศูนย์กลางของธุรกิจอะไร ต้องเริ่มที่การพัฒนาคุณภาพสินค้าและบริการให้เป็นที่ยอมรับเสียก่อน แล้วความเป็นฮับจะตามมาเอง อยู่ๆ จะสร้างฮับแล้วค่อยๆ สร้างคุณภาพ ไม่มีวันที่ฮับจะเกิดหรอกครับ

นอกจากฮับแห่งการรักษาพยาบาลแล้ว อีกฮับหนึ่งที่ไทยเป็นอยู่แล้ว คือ ฮับแห่งการอาบอบนวดไงครับ เพียงแต่ไม่กล้ายอมรับกันเท่านั้นเอง

นั่นแหละครับ คือฮับตัวจริง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท