posttoday
สตม.เปิดศักราชล้างอาชญากรข้ามชาติ

สตม.เปิดศักราชล้างอาชญากรข้ามชาติ

14 มกราคม 2556

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองกำลังจับตากลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ ที่เข้ามาใช้เมืองไทยเป็นฐานปฏิบัติการลงมือกระทำความผิด โดยพุ่งเป้าไปที่กลุ่มชาวต่างชาติ 11 กลุ่ม ที่จะต้องถูกจับตามองเป็นกรณีพิเศษ หลังพบว่าชาติเหล่านี้มีความเสี่ยงสูงที่จะแฝงตัวมาเป็นอาชญากรในคราบของนักท่องเที่ยว ซึ่งเริ่มปฏิบัติการแล้วตั้งแต่ต้นปี และตั้งเป้าจะกวาดล้างให้หลงเหลือน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นได้

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองกำลังจับตากลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ ที่เข้ามาใช้เมืองไทยเป็นฐานปฏิบัติการลงมือกระทำความผิด โดยพุ่งเป้าไปที่กลุ่มชาวต่างชาติ 11 กลุ่ม ที่จะต้องถูกจับตามองเป็นกรณีพิเศษ หลังพบว่าชาติเหล่านี้มีความเสี่ยงสูงที่จะแฝงตัวมาเป็นอาชญากรในคราบของนักท่องเที่ยว ซึ่งเริ่มปฏิบัติการแล้วตั้งแต่ต้นปี และตั้งเป้าจะกวาดล้างให้หลงเหลือน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นได้

การจับกุมตัว แฮร์ริส เจย์ เวอร์ทลิบ ชาวอเมริกันวัย 53 ปี ตามหมายจับของศาลจังหวัดเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ในคดีชิงทรัพย์ของมีค่าในตู้เซฟกว่า 53 ตู้ มูลค่ากว่า 2 ล้านบาท ในโรงแรมซีแคป เมื่อวันที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมา เป็นเพียงการเปิดศักราชใหม่ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเท่านั้น เนื่องจากปีนี้ตำรวจ ตม. ตั้งเป้าที่จะกวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติเป็นหลัก

ก่อนหน้านี้ แฮร์ริสได้เข้าพักภายในโรงแรมซีแคป ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี จากนั้นได้วางแผนโดยได้ใช้ยานอนหลับผสมลงในเครื่องดื่มมามอบให้เจ้าหน้าที่ รภป. และพนักงานของโรงแรมดื่มจนหมดสติ ก่อนที่จะลงมืองัดตู้นิรภัยของโรงแรมจำนวน 53 ตู้ ซึ่งเป็นตู้ที่ใช้ในการรับฝากทรัพย์สินของลูกค้า หลังเกิดเหตุไม่กี่ชั่วโมงตำรวจโรงพักบ่อผุดก็รู้ตัวคนร้ายจากกล้องวงจรปิดของโรงแรมที่บันทึกภาพไว้ได้ การแกะรอยจึงไม่ยากมากนัก แต่การจะออกหมายจับจะต้องให้พนักงานโรงแรมฟื้นจากยาสลบก่อน

หลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมง เหยื่อที่ถูกมอมยาก็ชี้ตัวยืนยันคนร้ายได้อย่างชัดเจน ศาลจังหวัดสมุยจึงอนุมัติหมายจับทันที ก่อนที่จะประสานกับตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เพื่อบล็อกเส้นทางการหลบหนีออกนอกประเทศ ขณะที่การแกะรอยของ ตม. ก็ทำได้อย่างรวดเร็ว การตามรอยชาวต่างชาติไม่ใช่เรื่องยากของชุดสืบสวนมืออาชีพ จึงรวบตัวคนร้ายไว้ได้ในซอยสุขุมวิท 13 กลางกรุงเทพฯ อย่างไรก็ตามจากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ ตม. จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ่อผุด ดำเนินคดีต่อไป

นี่คือการโหมโรงก่อนเปิดศักราช ลุยล้างอาชญากรรมข้ามชาติ

พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ยอมรับว่า อาชญากรจำนวนมากเลือกประเทศไทยเข้ามาเป็นฐานกระทำความผิด ทั้งต่อคนไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ จากการรวบรวมข้อมูลพบว่ามีชาวต่างชาติรวมกลุ่มกันกระทำความผิดในบ้านเราทั้งหมด 11 กลุ่ม โดยมีพฤติกรรมในการกระทำความผิดแตกต่างกันออกไป ประกอบด้วย 1.กลุ่มชาวแอฟริกา (ผิวดำ) มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดต่างๆ โดยเฉพาะโคเคน เฮโรอีน ไอซ์ ยาอี ทั้งนำเข้าและส่งออก นอกจากนี้ยังมีพฤติกรรมหลอกลวงต่างๆ เช่น เงินดำ ซื้อขายทองคำ อัญมณี หรือหลอกให้ร่วมลงทุน และยังมีการขโมยข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตแล้วเปลี่ยนแปลงข้อมูลทางการเงินการธนาคารอีกด้วย พื้นที่เคลื่อนไหวส่วนใหญ่เป็นย่าน ถนนสุขุมวิท (นานา) ถนนข้าวสาร กทม. พัทยา ภูเก็ต และ จ.เชียงใหม่

กลุ่มต่อมา กลุ่มที่ 2.กลุ่มชาวเอเชียใต้ ซึ่งลักลอบเดินทางไปประเทศที่สามโดยผิดกฎหมาย ประเทศปลายทางส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มยุโรป อเมริกา ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น ซึ่งพฤติการณ์มักจะมีการปลอมแปลงเอกสารการเดินทาง นอกจากนี้ยังเกี่ยวข้องกับการปลอมแปลงบัตรเครดิต ฉ้อโกงซื้อขายอัญมณีต่างๆ

กลุ่มที่ 3.กลุ่มชาวมาเลเซีย สิงคโปร์ มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับการปลอมแปลงและใช้บัตรเครดิตปลอม 4.กลุ่มชาวเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับการเป็นมาเฟียเรียกค่าคุ้มครองจากเจ้าของธุรกิจชาติเดียวกัน นอกจากนี้ยังลักลอบทำธุรกิจผิดกฎหมาย เช่น การลักลอบนำเข้าสินค้าหลีกเลี่ยงภาษี บ่อนการพนัน หรือการพาหญิงไทยไปค้าประเวณี กลุ่มที่ 5.กลุ่มชาวจีน ไต้หวัน ฮ่องกง มีพฤติกรรมลักลอบเดินทางไปประเทศที่สามโดยผิดกฎหมาย และเกี่ยวกับการปลอมแปลงเอกสารการเดินทาง โดยเฉพาะชาวไต้หวันยังมีพฤติกรรมโทรศัพท์หลอกลวงหรือคอลเซ็นเตอร์ บางส่วนกระทำความผิดจากประเทศตัวเองแล้วหลบหนีเข้ามา หรือนำเงินเข้ามาฟอกในประเทศไทย กลุ่มที่ 6.กลุ่มชาวพิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เวียดนาม มีพฤติกรรมหลอกลวงเล่นการพนัน หรือซื้อขายของมีค่าต่างๆ หรือร่วมลงทุนต่างๆ มุ่งเป้าหมายที่ชาวต่างชาติที่มีความโลภและไม่รอบคอบ นอกจากนี้ยังเกี่ยวข้องกับการลักทรัพย์ ล้วงกระเป๋า ทุบกระจกรถยนต์เพื่อลักทรัพย์

กลุ่มที่ 7.กลุ่มชาวอิหร่าน อิรัก มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด โดยเฉพาะยาไอซ์ ซึ่งจะลักลอบนำเข้ามาจากแถบอัฟกานิสถาน รวมไปถึงการลักทรัพย์ในร้านจิวเวลรี กลุ่มที่ 8.กลุ่มชาวอเมริกาใต้ โคลัมเบีย เปรู เม็กซิโก กัวเตมาลา มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับการลักทรัพย์นักท่องเที่ยวในโรงแรม หรือรถยนต์ หรือลักทรัพย์โดยการงัดแงะเข้าบ้านเรือน หรือร้านขายทองหรือเครื่องประดับ ใช้วิธีการทำงานเป็นทีม มีการแบ่งหน้าที่กันทำ ส่วนใหญ่จะมีคนตั้งแต่ 3 คนขึ้นไปจนถึง 810 คน

กลุ่มที่ 9.กลุ่มชาวยุโรปและสหรัฐ มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดทางเศรษฐกิจและคอมพิวเตอร์ ส่วนกลุ่มที่ 10.เป็นกลุ่มชาวรัสเซีย มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ฉ้อโกง ค้าประเวณี สินค้าหลีกเลี่ยงภาษี สุดท้ายกลุ่มที่ 11.กลุ่มชาวตุรกี บัลแกเรีย โรมาเนีย มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับการปลอมแปลงบัตรเครดิต นำข้อมูลบัตรเครดิตของผู้อื่น ตระเวนกดเงินสดจากตู้เอทีเอ็มต่างๆ

“กลุ่มต่างชาติต่างๆ ข้างต้นนั้น ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะเป็นอาชญากร ส่วนใหญ่แล้วก็เป็นนักท่องเที่ยวปกติ ผู้ที่เข้ามาก่อเหตุเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ปัญหาของ ตม. ก็คือเรื่องการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของคนร้ายพวกนี้ที่แฝงตัวอยู่ตามสถานที่ต่างๆ จึงต้องขอให้ประชาชนให้ข้อมูล โดยเฉพาะเจ้าของหอพักหรือบ้านเช่า หากพบว่าเป็นชาวต่างชาติที่มาพักมีพฤติกรรมต้องสงสัย ก็สามารถให้ข้อมูลกับตำรวจ เพื่อตรวจสอบในเบื้องต้นได้” พล.ต.ท.ภาณุ กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท