posttoday
ได้เที่ยวประเทศใหญ่ๆ...ได้คิดว่าเราตัวเล็กนิดเดียว

ได้เที่ยวประเทศใหญ่ๆ...ได้คิดว่าเราตัวเล็กนิดเดียว

14 มกราคม 2556

ตั้งแต่ช่วงคริสต์มาสที่ผ่านมา ผมและครอบครัวได้มีโอกาสไปเที่ยวเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาสกับบริษัท ทัวร์สากล เพื่อไปเที่ยวอังกฤษ เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ ออสเตรีย อิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส เป็นการเที่ยวที่ไปหาเรื่อง “หนาว” ถึงขั้นวันหนึ่งได้เห็นหิมะตก เที่ยวหลายๆ ประเทศด้วยการนั่งรถบัสยาวไกล ต้องถือว่าได้ลงทุน “ก้น” ไปมากมาย เพราะนั่งจนไม่รู้จะหมุนองศาไหนแล้ว ก้นช้ำเกือบทุกมุมจริงๆ (ฮา)

ตั้งแต่ช่วงคริสต์มาสที่ผ่านมา ผมและครอบครัวได้มีโอกาสไปเที่ยวเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาสกับบริษัท ทัวร์สากล เพื่อไปเที่ยวอังกฤษ เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ ออสเตรีย อิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส เป็นการเที่ยวที่ไปหาเรื่อง “หนาว” ถึงขั้นวันหนึ่งได้เห็นหิมะตก เที่ยวหลายๆ ประเทศด้วยการนั่งรถบัสยาวไกล ต้องถือว่าได้ลงทุน “ก้น” ไปมากมาย เพราะนั่งจนไม่รู้จะหมุนองศาไหนแล้ว ก้นช้ำเกือบทุกมุมจริงๆ (ฮา)

ได้มีโอกาสเห็นประเทศใหญ่ๆ ทำให้ได้คิดว่าเราตัวเล็กนิดเดียวในโลกงดงามใบนี้ และมีมุมมองหลายๆ เรื่องที่อยากมาแบ่งปันกับท่านผู้อ่านครับ

1.อารยธรรมตะวันตกมีการ “พัฒนา” มายาวนาน ได้เห็นวัฒนธรรมตะวันตกควบคู่กับเรื่องราวตามประวัติศาสตร์ การเติบโตของคริสตจักรหลายประเทศ อาคารเก่าแก่ เช่น วิหารต่างๆ สร้างอย่างยิ่งใหญ่ หลายๆ อาคารสร้างมาแล้วกว่า 500600 ปี แต่เป็นอาคารคอนกรีต ใช้หินใช้อิฐก่อขึ้นเป็นตึกสูงเทียบเท่ากว่าตึก 10 ชั้นในปัจจุบัน โดยไม่มีเสากลางอย่างน่าอัศจรรย์ สะท้อนวัฒนธรรมแห่งการคิด พัฒนา การสะสมความรู้วิชาการที่ก้าวหน้าจริงๆ เราได้เห็นมหาวิทยาลัยอายุกว่า 400500 ปี เทียบได้กับช่วงกลางกรุงศรีอยุธยา ก่อนยุคสมเด็จพระนเรศวรมหาราชอย่างน่าสนใจ

2.อารยธรรมตะวันตกมีการ “พัฒนา” ในระดับ “กว้าง” มีชนชั้นกลางเป็นกลไกขับเคลื่อนสำคัญ ตั้งแต่ครั้งแรกๆ ที่ไปยุโรป ก็รู้สึกแตกต่างจากภาพที่คิดไว้ เราอยู่ในสภาพแวดล้อมไทยๆ รู้สึกว่าถ้าสังคมที่พัฒนาไปไกล น่าจะมีตึกสูงๆ ทันสมัยมากมาย แต่ที่ไหนได้ แต่ละเมืองในยุโรปที่เราไปชมกัน ทั้งลอนดอน โคโลญ มิวนิก อัมสเตอร์ดัม โรม ลูเซิน ปารีส ในเมืองหลักๆ กลับเป็นอาคารที่เรียกได้ว่า “ตึกแถว 45 ชั้น” เต็มเมืองอย่างกว้างขวาง แต่ตึกแถวของเขาสวย มีเอกลักษณ์ มีภูมิทัศน์ภาพรวมที่ดี ทำให้เห็นว่าแต่ก่อนที่สังคมตะวันตกพัฒนา ในหลายๆ ราชอาณาจักรก็มีการพัฒนาโดยการสร้างฐานะกันอย่างกว้างขวาง ถือว่าเป็นการรวยกระจายมากกว่ารวยกระจุก สะท้อนการพัฒนาฐานะจากประชาชนทั่วไปให้เติบโตเป็นผู้มีความรู้ และมีโอกาสทำมาหากินจนกลายเป็นชนชั้นกลาง เป็นสังคมที่แข็งแรง และแบ่งปัน ทำให้เป็นรากฐานของการพัฒนาบ้านเมืองที่แข็งแกร่งและยั่งยืน

3.สังคมมีการร่วมแรงร่วมใจ คำนึงถึงภาพรวมของบ้านเมือง “ตึกแถว” น่ารักๆ ในแต่ละเมืองหลักๆ มีการรักษาภาพรวมอย่างดี บางกลุ่มอาคารจะเป็นโทนสีเดียวกัน ลวดลายของอิฐ กรอบหน้าต่าง หลังคาเป็นโทนเดียวกัน บ้างก็อาศัยความหลากสี ตึกละสีๆ แต่ก็ดูมีรูปแบบ ทำให้เห็นเมืองน่ารักไปอีกแบบ บางกลุ่มอาคารมีลายเหล็กดัดระเบียง บางกลุ่มอาคารเน้นกรอบปูนคอนกรีต บางกลุ่มอาคารเน้นลายสีอิฐ และขนาดมาตรฐาน ฯลฯ ถือว่ามีการพิจารณาร่วมกันอย่างน่ารัก สะท้อนว่า (1) สังคมเคารพภาพรวมของบ้านเมือง พร้อมทำตามกติการ่วมกัน (2) แต่ละคนไม่เห็นแก่ตัว พร้อมทำอาคารของเราโดยให้เข้ากับสภาพแวดล้อม ดังจะเห็นได้ว่าไม่มีใครตากผ้ากันจนบ้านเมืองดูเลอะเทอะ และ (3) ผู้ดูแลบ้านเมืองไม่คอร์รัปชัน ลองนึกภาพว่า ถ้าต้องให้มีหน่วยงานกำกับ เราก็มักจะนึกเห็นภาพเจ้าหน้าที่ตั้งเงื่อนไขต่างๆ ที่ไม่ชัดเจน หวังสินบน หากเป็นเช่นนั้นก็จะทำให้การกำกับเบี่ยงเบนไปตามสินบนและคอร์รัปชัน บ้านเมืองก็ยากที่จะออกมางดงามได้

4.ประชาธิปไตยแบบ “เสรีนิยม” ทำให้สังคมเข้มแข็ง ประเทศที่เป็นประชาธิปไตย โดยมีระบบเศรษฐกิจแบบเสรีนิยม (และหลายคนอาจพูดเป็น “ทุนนิยม”) เป็นหลักที่ประชาชนมีเสรีภาพและโอกาสเท่าเทียมกัน ทำมากได้มาก ทำน้อยได้น้อย หลายๆ คนสร้างสมฐานะ 23 รุ่น เพื่อให้รุ่นลูกหลานมีการศึกษาดีขึ้น มีโอกาสดีขึ้น เราได้เห็นประเทศอย่างอังกฤษ หรือเยอรมนี มีความเข้มแข็งมาก กิจการต่างๆ ที่แข่งขันได้ดี เช่น BMW, Mercedes Benz, TESCO, Premier League Football, สถาบันศึกษา, ละครเวที ฯลฯ เป็นเสาหลักในการพัฒนาประเทศทีเดียว ในสภาวะวิกฤตเศรษฐกิจยุโรป ประเทศที่แข่งขันอย่างเข้มแข็งก็ยังมีอัตราว่างงานที่น้อย เช่น อังกฤษ 7.8% เยอรมนี 5.4% สหรัฐอเมริกา 7.7% และเห็นชัดว่าสภาพบ้านเมืองที่อังกฤษและเยอรมนี ก็ดูสะอาด สะดวกกว่าประเทศอื่นๆ

5.ประชาธิปไตยแบบ “ประชานิยมหนักๆ” ทำให้สังคมอ่อนแอ ประเทศที่เป็นประชาธิปไตย โดยมีระบบเศรษฐกิจแบบประชานิยม หรือถึงขั้น “สังคมนิยม” พยายามเน้นให้คนเชื่อว่าที่แต่ละคนมีฐานะไม่เท่าเทียมกัน เป็นเพราะได้เปรียบเสียเปรียบกัน จึงพยายามใช้นโยบายผันเงินจากคนทำงานให้กับรากหญ้ามากขึ้น ก็กลับทำให้ประชาชนขาดแรงจูงใจในการทำงานหนักขึ้น ศึกษาสูงขึ้น หรือการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในสภาวะวิกฤตเศรษฐกิจยุโรป ประเทศที่มีนโยบายประชานิยม หรือสังคมนิยม ก็จะมีอัตราว่างงานที่สูงกว่า เช่น กรีซ 26.0% สเปน 26.2% อิตาลี 11.1% และฝรั่งเศส 10.7% เห็นชัดว่าสภาพบ้านเมืองที่อิตาลี สเปน และแม้กระทั่งฝรั่งเศส ก็ดูขาดระเบียบและสกปรกกว่าประเทศอื่นๆ ประชาชนหลายคนใช้สิทธิทางสังคมสำหรับคนจนส่วนใหญ่จนอัตราการว่างงานสูงกว่าประเทศที่ประชาชนอยู่ในระบบเศรษฐกิจแบบแข่งขันเสรี

ผมเองและเพื่อนๆ ที่รู้จักกันหลายๆ คน ก็เติบโตจากฐานะครอบครัวที่ยากจนมาก่อน ผมก็เชื่อว่าสังคมไทยมีน้ำใจเอื้อเฟื้อต่อกัน ดังนั้นนโยบายประชานิยมก็คงเป็นนโยบายที่มีส่วนช่วยยกระดับประชาชนรากหญ้าทั่วไปอย่างกว้างขวางขึ้น แต่คงควรทำในระดับที่ “พอดี” ยังรักษาให้กลไกการแข่งขัน กลไกตลาดยังทำหน้าที่ต่อไปอย่างเป็นธรรม ก็น่าจะทำให้เศรษฐกิจมั่นคง ประชาชนเข้มแข็งได้ แต่ถ้าช่วยเหลือเกินเลยไปจนกลไกเศรษฐกิจขาดเหตุผล ขาดสมดุล และอาจขาดความพร้อมในการแข่งขันได้ดีต่อไปในอนาคต นอกจากนั้นการช่วยเหลือมากๆ คนที่ช่วยเหลือที่แท้จริงอาจเป็น “ลูกหลาน” ของเรา ที่ต้องแบกภาระหนี้ที่คนรุ่นเราสะสมไว้ให้เป็นมรดกครับ

ได้เห็นโลกกว้างใหญ่ ทำให้ได้คิดว่าเราตัวเล็กนิดเดียว ซึ่งเมื่อเกิดมาบนโลกงดงามยิ่งใหญ่ใบนี้ ก็หวังว่าจะได้ใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่า มีความหมาย และได้มีส่วนร่วมสร้างคุณค่าที่ดีให้กับสังคม ก็น่าจะช่วยกันและกันทำให้โลกนี้ดีขึ้น ลูกหลานของเราได้รับโลกที่มีสภาพแวดล้อมยังมั่นคง และยังมีระดับคุณธรรม จริยธรรมในจิตใจที่งดงามเป็นมรดกต่อไป

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท