posttoday
โฆสิตชู4นโยบายเร่งด่วนชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ

โฆสิตชู4นโยบายเร่งด่วนชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ

13 มกราคม 2556

"โฆสิต"เปิดตัว 4 นโยบายเร่งด่วนภายใต้กรอบกรุงเทพฯ24ชั่วโมง เน้นแก้จราจร-เพิ่มการเรียนรู้-ศูนย์กลางวัฒนธรรม-ดูแลความปลอดภัย

"โฆสิต"เปิดตัว 4 นโยบายเร่งด่วนภายใต้กรอบกรุงเทพฯ24ชั่วโมง เน้นแก้จราจร-เพิ่มการเรียนรู้-ศูนย์กลางวัฒนธรรม-ดูแลความปลอดภัย

เมื่อวันที่ 13 ม.ค.บริเวณสวนสมเด็จย่า 84 ถนนวิภาวดี นายโฆสิต สุวินิจจิต ว่าที่ผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) แถลงเปิดนโยบายกรุงเทพฯ 4 นโยบายแก้ปัญหาเร่งด่วนและสามารถทำได้ทันที ภายใต้กรอบ “กรุงเทพฯ 24 ชั่วโมง”

นายโฆสิตกล่าวว่า ขณะนี้กรุงเทพฯเป็นสังคมที่มีชีวิต 24 ชั่วโมง ดังนั้น กทม.ต้องตอบสนองต่อประชาชนในทุกๆด้าน โดยนโยบายหลักภายใต้กรอบ “กรุงเทพ 24 ชั่วโมง” ประกอบด้วย 4 ข้อคือ

1.นโยบายกรุงเทพฯเดินทางสะดวก 24 ชั่วโมง โดยจะเน้นการแก้ปัญหาจราจร เพื่อให้การเดินทางในกรุงเทพฯสะดวก รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยจะติดป้ายบอกทางให้มากขึ้น เนื่องจากสาเหตุหลัก อีกสาเหตุหนึ่ง ที่ทำให้กรุงเทพฯ รถติด คือ คนขับรถหลงทาง เนื่องจากมีป้ายบอกทางน้อย บอกทางไม่ชัดเจน จึงได้เกิดปัญหาดังกล่าว

2.นโยบายการเรียนรู้ 24 ชั่วโมง โดยจะจัดตั้งโรงเรียนสาธิตกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำ เพื่อรวบรวมเด็กๆ ที่ขาดโอกาสทางการศึกษา และการยกระดับโรงเรียนในสังกัดกทม. ให้เทียบเท่ากับโรงเรียนที่มีชื่อเสียง ประสานความร่วมมือกับโรงเรียนรัฐที่เด่นและดัง ที่มีคณะครูอาจารย์เป็นที่ยอมรับในสังคมการศึกษา นำมาถ่ายทอดสดระบบการศึกษาผ่านโทรทัศน์ดาวเทียมและอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง เพื่อให้นักเรียนในโรงเรียนสังกัด กทม.ทุกแห่ง ได้เรียนกับคณะครู อาจารย์ที่สอนอยู่ในโรงเรียนรัฐบาลที่เด่นดังทางการศึกษา ยกระดับให้มีมาตรฐานเดียวกันทั้งหมด

นอกจากนี้ในส่วนประชาชนทั่วไปจะเปิดไวไฟอินเทอร์เน็ตให้คนกรุงเทพ รวมทั้งเปิดบริการห้องสมุดประชาชนในสังกัด กทม. 24 ชั่วโมง รวมทั้งเปิดศูนย์อินเทอร์เน็ต ให้ประชาชนสามารถเข้ามาใช้บริการได้สะดวกสบาย

นโยบายทำงาน 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นนโยบายด้านเศรษฐกิจที่สำคัญ เพราะไทยจะแข่งขันกับประเทศสิงคโปร์ ซึ่งศไทยมีพื้นที่และภูมิประเทศที่ได้เปรียบสิงคโปร์อย่างมาก หากเปิดการทำงานได้ตามนโยบาย 24 ชั่วโมงก็จะสามารถรองรับการทำงานของบริษัทชั้นนำทั่วโลก ที่มีเวลาการทำงานไม่ตรงกับไทยได้ รวมทั้งนโยบายภาษีที่จะเก็บเท่ากับสิงคโปร์ คือ 17 % ซึ่งจูงใจทำให้เหล่าบริษัทต่างชาติเหล่านี้เข้ามาตั้งในกรุงเทพ ซึ่งไทยได้เปรียบในด้านภูมิประเทศที่เป็นศูนย์กลางของการเดินทางในอาเซียน

3.นโยบายเป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมแห่งอาเซียน โดยจะสร้างให้กรุงเทพเป็นศูนย์กลางวัฒนธรรม เป็นจุดเด่นในการสร้างเสริมเศรษฐกิจ เช่น การตั้งศูนย์เรียนรู้วัฒนธรรมอาเซียนที่จะรวบรวมวัฒนธรรมของทุกประเทศในอาเซียน พิพิธภัณฑ์กรุงเทพฯ เพื่อนำเสนอวัฒนธรรมของกรุงเทพ และสร้าง ฮอลลีวู้ด เอเชีย ศูนย์เรียนรู้วัฒนธรรม สร้างโรงหนัง โรงละครแห่งเอเชีย เพื่อการเรียนรู้วัฒนธรรมไทย พร้อมแปรรูปวัฒนธรรมสู่ธุรกิจ เพื่อหารายได้สู่ประเทศไทย

4.นโยบายปลอดภัย 24 ชั่วโมง เป็นนโยบายที่จะทำให้คนกรุงเทพมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีความปลอดภัยตลอดเวลา โดยจะทำให้กรุงเทพมีไฟสว่างรอบกรุง มีกล้องวงจรปิด(CCTV)รอบกรุง มี รปภ.ทั่วทั้ง 50 เขตในจุดเสี่ยง และจะมีการจัดตั้งศูนย์บริการข้อมูลจีพีเอสที่ติดในรถแท็กซี่ทุกคัน เพื่อให้คนกรุงเทพ หรือประชาชนทั่วไป สามารถตลอดสอบเส้นทางการเดินทางของรถแท็กซี่ได้

นอกจากนี้จะมีการปรับภูมิทัศน์ให้กับเมืองหลวง ด้วยนโยบาย นำสายไฟต่างๆ บนเสาไฟฟ้าลงสู่ใต้ดิน ซึ่งนอกจากจะทำให้ภูมิทัศน์ของกรุงเทพฯ ดีขึ้นแล้ว ยังสามารถลดปัญหาความเสียหายต่างๆ จากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น

"ผมยืนยันว่าทั้งหมดคือนโยบายที่สามารถทำได้จริง และทำได้ทันที เพื่อให้คนกรุงเทพฯ มีสวัสดิภาพและสวัสดิการที่ดีขึ้น เพราะกรุงเทพฯ ไม่ใช่เมืองหลวงของคนกรุงเทพฯเท่านั้น แต่เป็นเมืองหลวงของคนไทยทั้งชาติ"นายโฆสิตกล่าว

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน