
ปลัดแรงงานโต้เอกชนโอเวอร์พิษค่าแรง
นพ.สมเกียรติ ฉายะศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ตัวเลขการเลิกจ้างยังอยู่ในระดับปกติ ไม่มีสิ่งบ่งชี้ว่าสถานการณ์จะรุนแรง โดยตัวเลขจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน(กสร.) ตั้งแต่วันที่ 19 ม.ค. มีสถานประกอบการที่เลิกจ้างจากการปรับค่าจ้างขั้นต่ำ 5 แห่ง
นพ.สมเกียรติ ฉายะศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ตัวเลขการเลิกจ้างยังอยู่ในระดับปกติ ไม่มีสิ่งบ่งชี้ว่าสถานการณ์จะรุนแรง โดยตัวเลขจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน(กสร.) ตั้งแต่วันที่ 19 ม.ค. มีสถานประกอบการที่เลิกจ้างจากการปรับค่าจ้างขั้นต่ำ 5 แห่ง
ส่วนตัวคิดว่ายังไม่มีผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการขึ้นค่าจ้าง แต่เป็นการนำเรื่องการขึ้นค่าจ้างมาสวมรอยเพื่อขอความเห็นใจเช่น บางบริษัททำกิจการรับเหมาทำความสะอาด แล้วเลิกจ้างคนงาน 5 คน โดยบอกว่าเป็นผลจากการขึ้นค่าจ้าง หรือบางแห่งปิดโรงงาน โดยบอกว่า เพราะค่าแรง 300 บาท แต่ไปเปิดโรงงานใหม่ในอีกอำเภอหนึ่งที่มีออร์เดอร์ล้นจนผลิตไม่ทัน เป็นต้น
ทั้งนี้ ผลกระทบจากค่าจ้าง 300 บาท จะเห็นภาพชัดเจนอย่างเร็วที่สุดในเดือน ก.พ.-มี.ค. โดยได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในพื้นที่เฝ้าติดตามแนวโน้มการทำธุรกิจของสถานประกอบการในพื้นที่ เช่น คำสั่งซื้อจากลูกค้า การทำโอที หากมีคำสั่งซื้อลดลง หรือลดโอทีคนงาน เป็นสัญญาณต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด โดยขณะนี้มีสถานประกอบการ 33 แห่ง ที่เข้าข่ายต้องจับตา บางแห่งมีพนักงานถึง1.5 หมื่นคน หากสถานการณ์รุนแรงก็อาจต้องมีมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมออกมา
ขณะที่ปีนี้คาดว่าทั้งปีจะมีความต้องการแรงงาน 6.88 แสนอัตรา และมีอัตราการว่างงานไม่ถึง 1% ตลอดไป
ด้านวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) จะเสนอมาตรการช่วยเหลือเอสเอ็มอีต่อคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม พิจารณาเพื่อบังคับใช้ต้นเดือน ก.พ.นี้ รวม 3 มาตรการ
1.มาตรการเพิ่มผลิตภาพ อาทิ การหาแหล่งทุนสนับสนุนการปรับปรุง หรือเปลี่ยนเครื่องจักรทั้งการให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ สนับสนุนค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยบางส่วน เน้นช่วยเหลือ 19 จังหวัดที่ค่าแรงขึ้นมากที่สุดเฉลี่ย 23% อาทิ จ.พะเยา ศรีสะเกษ น่าน ตาก สุรินทร์ โดยรัฐจะสนับสนุนค่าใช้จ่าย 70% เอสเอ็มอี 30%
2.มาตรการลดต้นทุน โดยจัดพื้นที่พิเศษเพื่อการประกอบธุรกิจของเอสเอ็มอี เช่น พื้นที่ชายแดน พื้นที่บางส่วนของนิคมอุตสาหกรรม เป็นต้นโดยภาครัฐจะให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีและกระทรวงอุตสาหกรรมจะยกเว้น หรือลดหย่อนค่าธรรมเนียมบริการภาครัฐ ให้เอสเอ็มอี
3.มาตรการเพิ่มรายได้ โดยให้ภาครัฐจัดซื้อจัดจ้างกับเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากค่าจ้างเช่น เฟอร์นิเจอร์หวาย พลอยเจียระไน ผลิตเครื่องนุ่งห่ม ผลิตกระเป๋าหนัง เป็นต้น







