
ปชป.วางกรอบยุบสภา 6 ธ.ค.
สุเทพนั่งหัวโต๊ะ ถก ปชป. วางกรอบยุบสภา 6 ธ.ค. เลือกตั้ง 23 ม.ค. 54 ช้าเร็วอยู่ที่ นปช.รับเงื่อนไข
สุเทพนั่งหัวโต๊ะ ถก ปชป. วางกรอบยุบสภา 6 ธ.ค. เลือกตั้ง 23 ม.ค. 54 ช้าเร็วอยู่ที่ นปช.รับเงื่อนไข
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง ในฐานะเลขาธิพรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานในการประชุม มีการประชุมส.ส.และรัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์ โดยนายสุเทพ และนายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรค ได้วิเคราะห์ถึงสถานการณ์การชุมนุมและการเจรจากับกลุ่มคนเสื้อแดง
นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงภายหลังการประชุม ว่า ที่ประชุมหรือถึงสถานการณ์ทางการเมืองหลังกลุ่มนปช.ล้มการเจรจากับรัฐบาล โดยพรรคผิดหวังกับการที่นปช.ปฏิเสธในการหารือ และสนับสนุนแนวทางของรัฐบาลในการเปิดกว้างเจรจากับนปช. และที่ประชุมได้วิเคระห์สถานการณ์ก่อนการเจรจา โดยพบว่ามียุทธศาสตร์ 3 ด้าน คือ 1. กดดันเพิ่มความเสียหายทำให้เกิดการเผชิญหน้า 2. การสร้างความวุ่นวาย ก่อวินาศกรรมหลายจุด 3. สร้างเงื่อนไขเพื่อเข้าสู่การเจรจาต่อรอง โดยเป็นการร่วมกันระหว่างนปช.และพรรคเพื่อไทยในการต่อรองนำสู่การยุบสภา เพื่อเข้าสู่อำนาจ
ด้าน นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ในที่ประชุมมีการประเมินผลการเจรจาสองวันที่ผ่านมาถือว่ารัฐบาลมีกำไร เพราะมวลชนเสื้อแดงได้ดูคำชี้แจงของนายกฯ และเข้าใจและเห็นความจริงใจนายกฯมากขึ้น
นพ.วรงค์ กล่าวว่า ทั้งนี้พรรคประเมินว่าการชุมนุมยังยืดเยื้อ และจะมีการยั่วยุ จนกว่าเจ้าหน้าที่จะพลาด โดยอาจโยนบาปให้กับเจ้าหน้าที่รัฐ และจากข้อมูลวงในแจ้งว่า นายวีระ มุสิกพงศ์ แจ้งกับกลุ่มตัวเองว่านายใหญ่ไม่ต้องการให้มีการทำประชามติ แต่ต้องการนำรัฐธรรมนูญปี 40 มาใช้เพื่อที่จะได้กลับประเทศได้ แต่ถ้าจะมีการทำประชามติจริงจะต้องเพิ่มเรื่องการทำนิรโทษกรรม
รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวอีกว่า นายสุเทพ ยังได้ชี้แจงเรื่องการยิงระเบิดที่เกิดขึ้นมาในช่วงนี้ว่ากลุ่มที่อยู่เบื้องหลังมีหลายกลุ่ม และจ้างกันเป็นทอด ๆ มีทั้งนายทหารเก่าและตำรวจเก่า ที่รู้ช่องทาง ทำให้ยากต่อการจับกุม นายสุเทพ จึงชี้แจงว่า จำเป็นต้องให้เจ้าหน้าที่ติดอาวุธทุกจุดโดยเฉพาะสายตรวจ ยกเว้นเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในที่ชุมนุม ดังนั้นจากนี้จะเห็นทหารบนทางด่วนทั้งขาขึ้นและขาลง เนื่องจากเป็นจุดที่ยิงอาวุธเข้าไปได้ง่าย
นพ.วรงค์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้นายสุเทพ ได้ยังบอกด้วยว่ารัฐบาลได้ทำโรดแม็ปไว้เรียบร้อยแล้ว หากการเจรจาเมื่อวันที่ 29 มี.ค.สำเร็จ ในการประชุมครม. วันเดียวกันนี้ก็จะนำประเด็นเรื่องการทำประชามติเข้าพิจารณาในที่ประชุมครม. จากนั้นในวันที่ 5 เม.ย.นายกฯจะไปพบกับประธานวุฒิสภาและประธานสภาเกี่ยวกับการทำประชามติ หลังจากนั้นกฎหมายยังกำหนดว่ารัฐบาลต้องทำความเข้าใจในระยะเวลา 90-120 วัน ซึ่งคิดสั้นสุดคือ 90 วัน ตรงกันวันที่ 4 ก.ค. จากนั้นวันที่ 11 ก.ค. จะประกาศผลประชามติ วันที่ 13 ก.ค.จะเสนอครม.ให้ความเห็นชอบประเด็นที่ผ่านประชามติ และเสนออนุมัติร่างรัฐธรรมนูญที่จะมีการแก้ไขในวันเดียวกัน
นพ.วรงค์ กล่าวว่า ทั้งนี้จะมีการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เข้าสู่ที่ประชุมร่วมรัฐสภาในวาระแรกวันที่ 21 ก.ค. จากนั้น วันที่ 22ก.ค. ถึงวันที่ 21 ก.ย. จะเป็นเรื่องในชั้นกรรมาธิการ การทำประชาพิจารณ์ และการรับฟังความเห็นของประชาชน โดยหลังผ่านวาระสองแล้ว กฎหมายกำหนดว่าต้องรอ 15 วัน ซึ่งจะเข้าวาระสามได้ใน วันที่ 8 ต.ค. และวันที่ 30 ก.ค.จะประกาศในราชกิจจานุเบกษาได้ จากนั้นจะมีการพิจารณากฎหมายลูกต่างๆ และคาดว่าจะประกาศยุบสภาได้ในวันที่ 6 ธ.ค. และในวันที่ 23 ม.ค. 2554 จะให้มีการเลือกตั้งใหม่
ดังนั้นหากพิจารณาจะเห็นว่าระยะเวลาที่รัฐบาลกำหนดใช้เวลาเพียง 8 เดือนเศษเท่านั้น แต่ทั้งหมดนี้ต้องขึ้นกับว่าการเจรจาจะลงตัวได้ในวันไหน จึงจะสามารถเดิมนับตามโรดแม็ปได้ ทั้งนี้โรดแม็ปนี้นายสุเทพ ยืนยันว่า พรรคร่วมรัฐบาลเห็นพ้องด้วย แต่หากกลุ่มผู้ชุมนุมไม่รับเงื่อนไข รัฐบาลยังคิดว่ายังมีสิทธิชุมนุม โดยจะวางมาตรการเข้มงวดในการรักษาความปลอดภัยเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย







