
บทเรียนจากไฟป่า
หนังสือพิมพ์เดอะการ์เดียน แสดงความเห็นเกี่ยวกับเหตุไฟป่าครั้งรุนแรงในออสเตรเลีย ซึ่งล่าสุดนั้น ได้ลุกลามเป็นวงกว้างจนสร้างความเสียหายคิดเป็นมูลค่าไม่ต่ำกว่า 40 ล้านเหรียญออสเตรเลีย (ราว 1,270 ล้านบาท) โดยสื่อชื่อดังเมืองผู้ดีเตือนว่า เหตุไฟป่าครั้งนี้ควรเป็นเครื่องเตือนสติให้ออสเตรเลียหันมาแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง เนื่องจากสาเหตุหลักของภัยพิบัติครั้งนี้เกิดจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด
หนังสือพิมพ์เดอะการ์เดียน แสดงความเห็นเกี่ยวกับเหตุไฟป่าครั้งรุนแรงในออสเตรเลีย ซึ่งล่าสุดนั้น ได้ลุกลามเป็นวงกว้างจนสร้างความเสียหายคิดเป็นมูลค่าไม่ต่ำกว่า 40 ล้านเหรียญออสเตรเลีย (ราว 1,270 ล้านบาท) โดยสื่อชื่อดังเมืองผู้ดีเตือนว่า เหตุไฟป่าครั้งนี้ควรเป็นเครื่องเตือนสติให้ออสเตรเลียหันมาแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง เนื่องจากสาเหตุหลักของภัยพิบัติครั้งนี้เกิดจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด
แม้ไฟป่าจะเป็นภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นเป็นประจำในออสเตรเลีย เนื่องจากออสเตรเลียมักเผชิญสภาพอากาศร้อนจัดและแห้งแล้งในช่วงต้นปี
ทว่า สิ่งที่ไม่สามารถมองข้ามได้ก็คือ นับวัน อุณหภูมิของประเทศยิ่งส่อพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า เป็นผลจากปัญหาโลกร้อน
“ออสเตรเลียคือ ประเทศผู้ส่งออกถ่านหินรายใหญ่สุดของโลก รวมทั้งเป็นผู้บริโภคถ่านหินรายใหญ่อันดับต้นๆ โดยถ่านหินนั้นนับเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีส่วนประกอบของคาร์บอนมากที่สุด หรือถ้าจะพูดให้เข้าใจง่ายก็คือ หากเทียบจำนวนประชากรแล้ว ชาวออสเตรเลีย 1 คน ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากกว่าชาวอเมริกัน ซึ่งเป็นชาติที่ปล่อยสารคาร์บอนไดออกไซด์มากที่สุดในโลก เสียอีก” รายงานระบุ
การ์เดียนเผยว่า สิ่งที่น่ากังวลขณะนี้ คือ รัฐบาลออสเตรเลียยังคงไม่มีการกล่าวถึงเรื่องโลกร้อนเลยนับตั้งแต่เกิดเหตุไฟป่า รวมทั้งท่าทีของนักการเมืองและผู้มีอิทธิพลหลายคนในประเทศต่อประเด็นเรื่องโลกร้อนก็น่าเป็นห่วงเช่นกัน เช่น โทนี แอ็บบ็อต ผู้นำฝ่ายค้านออสเตรเลีย ซึ่งที่ผ่านมา ปฏิเสธคำเตือนของนักวิทยาศาสตร์ที่ว่า สภาพอากาศแปรปรวนเป็นผลมาจากปัญหาโลกร้อน
“การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศออสเตรเลีย ยิ่งตอกย้ำให้เห็นถึงความจำเป็นในการเปลี่ยนแปลงนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศครั้งใหญ่” ผู้เขียน กล่าวทิ้งท้าย







