
จอมขมังเวทย์
ไปที่ไหนมีแต่คนพูดถึงละครทีวีเรื่องเหนือเมฆ 2 ผมก็คงเหมือนคนอื่นอีกหลายคนที่ไม่ใคร่ได้ดูละครทีวี และก่อนหน้านี้ไม่เคยทราบด้วยซ้ำไปว่ามีละครเรื่องนี้อยู่ในสารบบ แต่พอถูกระงับออกอากาศและตกเป็นข่าว ก็เกิดความสนใจอยากดูขึ้นมาทันที
ไปที่ไหนมีแต่คนพูดถึงละครทีวีเรื่องเหนือเมฆ 2 ผมก็คงเหมือนคนอื่นอีกหลายคนที่ไม่ใคร่ได้ดูละครทีวี และก่อนหน้านี้ไม่เคยทราบด้วยซ้ำไปว่ามีละครเรื่องนี้อยู่ในสารบบ แต่พอถูกระงับออกอากาศและตกเป็นข่าว ก็เกิดความสนใจอยากดูขึ้นมาทันที
ไม่แน่ใจว่าการสั่งแบนในลักษณะนี้ จะทำให้ในที่สุดมีคนได้ดูละครเรื่องนี้มากขึ้นหรือน้อยลง
จากการติดตามข่าว ละครเรื่องนี้เสียดสีการเมืองในบ้านเราที่เต็มไปด้วยทุจริตคอร์รัปชัน ถึงจะสนุกสนานและมีอรรถรส แต่ก็ไม่ได้สมจริงสมจังมากนัก ยังเหมือนนิยายโบราณทั่วไปที่ธรรมะย่อมชนะอธรรม ตลอดจนมีเรื่องอิทธิฤทธิ์และปาฏิหาริย์ต่างๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง
จากข่าวลือ เนื้อหาส่วนที่ทำให้ถูกแบนอาจเป็นได้หลายตอน เช่นเรื่องโกงสัมปทานดาวเทียม เรื่องเจรจาหัวคิวตัดถนน หรือเรื่องจอมขมังเวทย์ถูกธรณีสูบ
เหตุผลที่ช่อง 3 ให้ค่อนข้างคลุมเครือ คือมีเนื้อหาบางช่วงบางตอนที่ไม่เหมาะสมกับการออกอากาศ รวมทั้งหลังจากกลายเป็นข่าวและตกเป็นจำเลยของสังคม คำชี้แจงที่ตามมาก็ไม่ทำให้เกิดความกระจ่างมากขึ้น
ผมลองรวบรวมจากข่าวและนำไปสอบถามความเห็นของคนรู้จัก ว่าเบื้องหน้าเบื้องหลังการแบนคืออะไร คำตอบที่ได้มีประเด็นที่น่าสนใจ ดังนี้
หนึ่ง ไม่มีใครเชื่อว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องปกติ หรือเป็นเพียงส่วนหนึ่งของนโยบายกำกับดูแลกิจการตนเองของช่อง 3 การที่มีคนยกเหตุผลนี้ขึ้นมาชี้แจงน่าจะเป็นความพยายามกลบเกลื่อนสาเหตุที่แท้จริงมากกว่า
ไม่มีใครนึกออกว่าละครเรื่องนี้มีเนื้อหาอะไรที่ขัดกับหลักธรรมาภิบาลจนช่อง 3 ต้องสมัครใจระงับการออกอากาศ น่าจะเป็นเพราะมีแรงจูงใจอย่างอื่นแอบแฝง
สอง มีคนในรัฐบาลที่ออกมายืนยันว่ารัฐบาลไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่เป็นวิธีการทางธุรกิจของช่อง 3 เองในการเพิ่มเรตติ้งให้กับละคร
ประเด็นนี้ฟังผิวเผินมีเหตุผล เพราะข่าวการแบนอย่างกะทันหันได้กระตุ้นต่อมความสนใจของคนจำนวนมาก รวมทั้งของตัวผมเองด้วย
แต่หลังจากทบทวนไปมาหลายตลบ เกือบทุกคนก็เห็นตรงกันว่าไม่น่าเป็นไปได้ หรือหากเป็นจริง ไม่นานเกินรอเราจะเห็นช่อง 3 ประกาศนำละครเรื่องนี้กลับมาออกอากาศตามคำเรียกร้อง พร้อมกับจัดโปรแกรมโปรโมชันเป็นการใหญ่โต
สาม ส่วนใหญ่สรุปตรงกันว่า ผู้มีอำนาจตัวจริงรู้สึกว่าละครเรื่องนี้จงใจเสียดสีตน จึงแสดงอำนาจบารมีให้เห็น ด้วยการสั่งให้มีการระงับการออกอากาศ
ถึงจุดนี้ความเห็นแตกเป็นสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งเชื่อว่าความโกรธทำให้เกิดการลืมตัว มองข้ามผลเสียที่จะเกิดตามมากับฝ่ายของตน อีกฝ่ายเชื่อว่าผลเสียเป็นสิ่งที่ประเมินได้ล่วงหน้าอยู่แล้ว แต่ก็จำเป็นต้องทำ ถือเป็นต้นทุนที่ต้องจ่ายในการจัดการกับผู้ที่บังอาจล้อเลียน
สี่ มีทฤษฎีในมุมกลับที่ออกมาจากฝ่ายรัฐบาลว่า เรื่องนี้นอกจากรัฐบาลจะไม่เกี่ยวแล้ว รัฐบาลยังเป็นฝ่ายถูกกระทำอีกด้วย โดยช่อง 3 ต้องการแก้แค้นรัฐบาลที่ถูกดีเอสไอเข้าไปตรวจสอบเรื่องสัญญาสัมปทานที่แบ่งผลประโยชน์ให้รัฐน้อยเกินไป จึงจงใจนำละครเรื่องนี้มาออกอากาศตั้งแต่ต้น และสั่งแบนเอง เพื่อเป็นการกุเรื่องป้ายสีรัฐบาล
ประเด็นนี้ฟังดูน่าตื่นเต้น แต่ก็ไม่น่าเป็นไปได้อีกเช่นกัน เพราะเท่ากับเป็นการประกาศสงครามกับกลุ่มที่ครองอำนาจรัฐ ความสะใจที่อาจจะได้รับไม่น่าจะคุ้มค่ากับความเสี่ยงทางธุรกิจ ซึ่งบังเอิญเป็นธุรกิจระดับหมื่นล้านบาท และใช้เวลาสร้างสมมานานหลายสิบปี
ห้า มีสื่อบางฉบับที่วิเคราะห์ว่า เรื่องทั้งหมดเล็กนิดเดียว แต่ที่เป็นข่าวใหญ่โตขึ้นมาได้ เป็นเพราะแนวร่วมต่อต้านรัฐบาลทั้งหลายรวมหัวกันช่วยประโคม ประมาณว่าภายในไม่กี่วัน ประชาชนจะเริ่มเบื่อและเลิกราไปเอง
การวิเคราะห์ในแนวนี้ก็คงมีทั้งส่วนที่จริงและไม่จริงปนกัน กล่าวคือ คงมีคนจำนวนไม่น้อยที่ทราบเรื่องแล้วเกิดข้อกังขา อยากทราบสาเหตุที่แท้จริงและเรียกร้องขอคำชี้แจง แต่การถือโอกาสซ้ำเติมของฝ่ายที่ต่อต้านรัฐบาลก็คงมีส่วนทำให้เป็นข่าวใหญ่ขึ้น ส่วนประเด็นที่เป็นสัจธรรมคือ ไม่ว่าจะเป็นข่าวใหญ่แค่ไหน อีกไม่นานคนก็จะเริ่มลืม และหันไปสนใจเรื่องอื่นแทน เพราะสังคมของเราเป็นสังคมแบบไฟไหม้ฟาง
เรื่องสุดท้าย มีคนเสนอทฤษฎีที่น่าสนใจว่า เรื่องทั้งปวงเป็นเรื่องไสยศาสตร์ เนื้อหาของละครก็มีไสยศาสตร์ คนที่ถูกพาดพิงก็เชื่อเรื่องไสยศาสตร์ และชอบใช้ไสยศาสตร์ในการแก้ปัญหา
การเมืองไทยกับไสยศาสตร์เป็นเรื่องที่แยกกันไม่ออก แม้แต่หมอดูหรือนักโหราศาสตร์ จะโด่งดังได้ก็ต้องพูดเรื่องการเมือง
ในละครเรื่องเหนือเมฆ 2 นักการเมืองที่โกงกินถูกสาปแช่ง และในตอนจบ จอมขมังเวทย์ซึ่งเป็นตัวร้ายและอยู่เบื้องหลังนักการเมืองชั่วถูกธรณีสูบ ในเชิงสัญลักษณ์ จอมวายร้ายอาจมีส่วนละม้ายคล้ายบุคคลในชีวิตจริงบางคน การแบนละครจึงอาจเป็นส่วนหนึ่งของการแก้เกมตามหลักไสยศาสตร์
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าเรื่องนี้จะเป็นเรื่องไสยศาสตร์ หรือเรื่องกินปูนร้อนท้อง หรือเรื่องอื่นๆ มีคำถามที่หนีไม่พ้นคือ เสรีภาพของสื่อถูกคุกคามหรือถูกกระทบหรือไม่
ผู้ที่จะตอบคำถามนี้ให้เป็นที่เชื่อถือของสาธารณชน ไม่น่าจะเป็นผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งทางตรงและทางอ้อม ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล ฝ่ายค้าน ช่อง 3 หรือผู้จัดละคร
ในกรณีที่เรื่องยังไปไม่ถึงโรงถึงศาล เราคงต้องพึ่งองค์กรอิสระอย่าง กสทช. ให้ช่วยทำการตรวจสอบและแถลงให้ประชาชนทราบ
โดยส่วนตัวผมไม่มั่นใจว่า กสทช. หรือแม้แต่ศาลปกครอง จะสามารถทำให้เรื่องนี้กระจ่างได้ แต่อย่างน้อยก็ยังดีกว่าไม่มีหน่วยงานที่มีความเป็นกลางอยู่บ้างเข้ามาช่วยตรวจสอบ
ก่อนจบ อยากขอร้องคนที่มีอำนาจและได้แสดงอำนาจไปแล้วว่า ให้หยุดเพียงแค่นี้ อย่าได้อาฆาตมาดร้ายผู้จัดละครหรือนักแสดง ให้ถือเสียว่าเขาเหล่านั้นเป็นเพียงประชาชนตัวเล็กๆ ที่พยายามทำมาหากินโดยสุจริตเท่านั้น







