
สังคมโพสต์ทูเดย์
โพสต์ทูเดย์ ลึก กว้าง ไกล ได้ประเด็นแซ่ด แจ่มชัดทุกมิติ...
โพสต์ทูเดย์ ลึก กว้าง ไกล ได้ประเด็นแซ่ด แจ่มชัดทุกมิติ...
...เหนือเมฆกว่า การสั่งถอดละคร เหนือเมฆ 2 ซึ่งมีเนื้อหาเสียดสีนักการเมืองของช่อง 3 เพราะกลัวจะมีผลต่อคดีที่ ดีเอสไอ กำลังตรวจสอบการต่ออายุสัมปทานของช่อง 3 ออกไปอีก 10 ปี แต่เมื่อตามไปดูไส้ในการอนุมัติดังกล่าว อาจถึงกลับอึ้งยิ่งกว่าละครเหนือเมฆ เพราะช่วงเวลาที่มีการอนุมัติต่ออายุสัมปทานให้กับช่อง 3 ไปอีก 10 ปี แบบไม่มีปี่มีขลุ่ยนั้น เป็นช่วงเวลาที่บ้านเมืองกำลัง ชุลมุนวุ่นวาย มีการเผชิญหน้ากันทางการเมือง โดยฉากหน้าเป็นการเปิดศึกมะรุมมะตุ้มกับ ม็อบการเมือง จนบ้านเมืองลุกเป็นไฟ แต่ฉากหลังขณะที่บ้านเมืองกำลังวุ่นวาย กลับกลายเป็น นาทีทอง ของผู้มีอำนาจที่แอบดอดอนุมัติอะไรต่อมิอะไรกันคนละหมึบคนละหมับ จนอิ่มหมีพีมัน โดยเฉพาะกรณีช่อง 3 หลังอนุมัติปุ๊บ ก็ลุกออกจากเก้าอี้ปั๊บไปตรวจสอบดูให้ดีเถอะ ยังมีอีกเยอะ...
...โกรธแทน การลาออกจากประธานวิปรัฐบาลของ อุดมเดช รัตนเสถียร เด็กในคาถาของ คุณหญิงหน่อยสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ใครๆ ก็ดูออกว่า เพื่อแสดงความไม่พอใจที่พรรคเพื่อไทยเลือก พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ลงชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. แทนที่จะเป็น คุณหญิงหน่อย เพราะเหตุผลที่ อุดมเดช อ้างว่ามีปัญหาเรื่องสุขภาพ ต้องไปทำบอลลูนนั้นจึงฟังไม่ขึ้น แต่สาระสำคัญของเรื่องนี้ คือ บารมีคุณหญิงหน่อยในพรรคเพื่อไทยไม่เหลือแล้ว การตัดสินใจครั้งนี้ยังชัดเจนว่า พรรคเพื่อไทย ไม่มีคุณหญิงหน่อยก็ได้ แต่ถ้ามองอีกมุมหนึ่ง โอกาสนี้แหละจะเป็นเหมือนโอกาสทองที่คุณหญิงหน่อยจะได้ประกาศศักดา ลงสมัคร แบบอิสระ ให้รู้แล้วรู้รอดไป และถ้าจะให้ดี บรรดา สส. เพื่อไทย ที่มั่นใจว่าได้เป็น สส.เพราะคุณหญิงสุดารัตน์ ก็ควรจะลาออกแล้วไปลงเลือกตั้งซ่อม เพื่อวัดบารมีกันให้ชัดๆ ไปเลยว่า นายใหญ่ หรือสุดารัตน์ ใครแน่กว่ากัน...
...หนักเข้าไปอีก การที่ดีเอสไอแจ้งข้อหา ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร กับพวก กรณีวุ่นๆ เกี่ยวกับสัมปทานบีทีเอส เพราะ กทม.อ้างว่ากรณีดังกล่าวไม่ใช่การต่อสัญญาสัมปทาน แต่เป็นการจ้างบริษัท ขนส่งมวลชนกรุงเทพ (BTSC) เดินรถ 30 ปี วงเงิน 187,142 ล้านบาท เรื่องนี้ต้องตั้งสติให้ดีๆ นะ เพราะปกติหน่วยงานของรัฐมีหน้าที่ หารายได้เข้ารัฐ การอนุมัติให้สัมปทานกับเอกชนนั้น เอกชนจะต้องจ่ายค่าตอบแทนให้กับรัฐ เพื่อแลกกับการได้เข้าบริหารสัมปทาน ซึ่งเอกชนจะต้องไปรับความเสี่ยงทางธุรกิจด้วยตัวเอง แต่กรณีนี้จู่ๆ กทม.ก็เอาเงิน 1.87 แสนล้านบาท ไปจ้างเอกชนเข้ามาบริหารหน้าตาเฉย โดยเอกชนไม่ต้อง รับความเสี่ยง ทางธุรกิจ กลายเป็น เสือนอนกิน ไป 30 ปี ขณะที่ กทม.ต้องเป็นผู้แบกรับความเสี่ยงทางธุรกิจด้วยตัวเอง เรื่องนี้ไม่ได้บอกว่าผิดกฎหมายหรือไม่ แต่มันเป็นเรื่องประหลาดจริงๆ...
...ขอคืนคดี ตอนร่วมหัวจมท้ายกันใน ศอฉ. อภิสิทธิ์ สุเทพ ธาริต เข้าขากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย แต่พอการเมืองเปลี่ยนขั้ว ไม่รู้ ธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไออัดอั้นตันใจอะไร ถึงกับจัดหนักจัดเต็มให้กับ อภิสิทธิ์สุเทพ แบบไม่ยั้งมือ แม้แต่ฝ่ายการเมืองยังอึ้งกับข้อหาที่ ธาริต จัดให้ เวลาผ่านมานับเดือน อภิสิทธิ์สุเทพ ตั้งตัวได้เลยสั่งฟ้องกลับ ธาริต กับพวก ฐานทำผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และมาตรา 200 งานนี้จึงกลายเป็นการวัดกึ๋นกันระหว่างทีมกฎหมายระดับเซียนของพรรคประชาธิปัตย์ กับอดีตอัยการขั้นเทพ อย่าง ธาริต ใครจะแน่กว่ากัน...โดยมีคำพิพากษาของศาลเป็นเดิมพัน...







