
ประเด็นร้อน
ประเด็นร้อนหันมาสนใจประเด็นการเมืองและสังคม พรรคประชาธิปัตย์มี 3 เรื่องใหญ่ที่ตั้งกระทู้ถามสดให้รัฐบาลตอบ
ประเด็นร้อนหันมาสนใจประเด็นการเมืองและสังคม พรรคประชาธิปัตย์มี 3 เรื่องใหญ่ที่ตั้งกระทู้ถามสดให้รัฐบาลตอบ
1.ด้านการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันนี้ คาดว่าจะดุเดือดแน่นอน เมื่อพรรคประชาธิปัตย์เตรียมนำ 3 ประเด็นใหญ่มาตั้งเป็นกระทู้ถามสดไปยังรัฐบาลให้มาชี้แจง ประกอบด้วย 1.กรณีสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ยุติการออกอากาศละครเรื่องเหนือเมฆ 2 2.ท่าทีของรัฐบาลไทยต่อการต่อสู้คดีเขาพระวิหารกับกัมพูชาต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือศาลโลก และ 3.ปัญหานโยบายประชานิยมจากการขึ้นค่าแรง 300 บาทพร้อมกันทั่วประเทศ ที่ส่งผลกระทบต่อเจ้าของกิจการและผู้ใช้แรงงาน
2.ขณะที่วุฒิสภาถึงจะไม่มีการประชุมใหญ่ จะต้องโฟกัสไปที่เวทีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริต และเสริมสร้างธรรมาภิบาล ที่มี น.ส.สุมล สุตะวิริยะวัฒน์ สว.เพชรบุรี เป็นประธาน ได้ทำหนังสือเชิญนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ มาให้ข้อมูลถึงจุดยืนในนามรัฐบาลไทยว่าจะดำเนินการต่อสู้คดีเขาพระวิหารต่อศาลโลกอย่างไร เนื่องจากนายสุรพงษ์ได้แสดงจุดยืนก่อนหน้านี้ว่า ไทยอาจจะไม่ชนะคดี ซึ่งการแสดงความเห็นดังกล่าวอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อการพิจารณาคดีของศาลโลกได้ อย่างไรก็ตาม ทาง กมธ.ยังไม่ได้รับการยืนยันจากนายสุรพงษ์ว่าจะมาชี้แจงด้วยตัวเองหรือไม่
3.ส่วนความเคลื่อนไหวเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญระยะนี้ อาจไม่ได้อยู่ในช่วงน่าตื่นเต้นมากนัก เมื่อพรรคเพื่อไทยเตรียมเสนอให้สถาบันการศึกษาเข้ามาพิจารณาภายใต้กรอบเวลา 4560 วัน แต่วันนี้กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นำโดยนางธิดา ถาวรเศรษฐ์ ประธาน นปช. และนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. ซึ่งเป็นฝ่ายเรียกร้องให้รัฐบาลเดินหน้าลงมติในวาระ 3 ของร่างแก้ไขมาตรา 291 ที่ค้างอยู่ในรัฐสภา จะเดินทางไปยื่นหนังสือต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอคำชี้แจงว่าการโหวตวาระ 3 ทำได้หรือไม่ และจะต้องจัดทำประชามติอย่างไร เพื่อไม่ให้ขัดกับรัฐธรรมนูญ
4.น่าติดตามผลของมาตรการช่วยเหลือแรงงานที่ถูกเลิกจ้างว่าจะรับมือสถานการณ์ตกงานได้หรือไม่ เนื่องจากผู้ประกอบการได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็นวันละ 300 บาท ใน 70 จังหวัด โดยเฉพาะวันนี้นับเป็นวันแรกที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) และกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) จัดหน่วยเคลื่อนที่ออกไปยังพื้นที่ที่มีแรงงานถูกเลิกจ้าง เช่น นครปฐม สระบุรี บุรีรัมย์ เพื่อเปิดรับลงทะเบียนผู้ว่างงาน และเตรียมแจ้งข้อมูลต่อไปยังสำนักงานประกันสังคม (สปส.) เพื่อให้จ่ายเงินสิทธิประโยชน์กรณีว่างงาน พร้อมกับจัดหาตำแหน่งงานรองรับให้แก่แรงงานที่มาลงทะเบียนผู้ว่างงาน โดยกระทรวงแรงงานการันตีว่ามีตำแหน่งงานว่างประมาณ 1.2 แสนอัตรา
5.เวลา 09.00 น. ศาลปกครองสูงสุดได้นัดอ่านคำพิพากษาในคดีประวัติศาสตร์สารตะกั่วปนเปื้อนลำห้วยคลิตี้ จ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นข้อพิพาทระหว่างชาวบ้านคลิตี้ล่างกับกรมควบคุมมลพิษ ที่มีการต่อสู้คดีกันมานานกว่า 9 ปี เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นผลสืบเนื่องมาจากกการที่บริษัท ตะกั่วคอนเซนเตรทส์ (ประเทศไทย) ผู้ประกอบกิจการเหมืองแร่ มีการลักลอบทิ้งน้ำเสียที่ปนเปื้อนสารตะกั่วลงสู่ลำห้วยในปริมาณสูง จนส่งผลกระทบวิถีชีวิตของชาวบ้าน
6.รมว.อุตสาหกรรม เปิดแถลงผลส่งเสริมการลงทุน และสัมมนานโยบายใหม่บีโอไอ โดยมีแผนเตรียมเดินสายลงภูมิภาคระดมความคิดเห็นทั่วประเทศ เพื่อกำหนดทิศทางส่งเสริมการลงทุนให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคธุรกิจทั้งในและนอกประเทศ
7.นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ จะประชุมคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า ต้องจับตาว่าจะมีการพิจารณากรณีบริษัท เอ.พี.ฮอนด้า บังคับให้เอเยนต์ห้ามขายรถจักรยานยนต์คู่แข่ง ซึ่งกรณีดังกล่าวจะหมดอายุความภายในเดือน เม.ย.นี้ หลังจากที่มีการสอบสวนยืดเยื้อมาเกือบ 10 ปี รวมทั้งการพิจารณาประเด็นเครื่องดื่มชูกำลัง เอ็ม 150 ที่ห้ามร้านค้าขายสินค้าคู่แข่ง ว่าจะมีการตั้งคณะอนุกรรมการสอบข้อเท็จจริงหรือไม่
8.หอการค้าไทยร่วมกับมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย จัดแถลง “ผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคประจำเดือน ธ.ค. 2555” แน่นอนว่า ตัวเลขในภาพรวมความเชื่อมั่นตลอดทั้งปีที่ผ่านมา ก็คงจะได้ข้อสรุปออกมาด้วย รวมถึงการคาดการณ์ความเชื่อมั่นของปี 2556 ว่าจะเป็นไปในทิศทางใด







