posttoday
หมายหัวถอนใบขับขี่แท็กซี่ไม่รับผู้โดยสาร

หมายหัวถอนใบขับขี่แท็กซี่ไม่รับผู้โดยสาร

10 มกราคม 2556

แม้ว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) จะระดมคนขับแท็กซี่เมืองกรุงกว่า 2,000 คัน 2,000 คน เข้าร่วมในโครงการ “แท็กซี่ใจดี” พร้อมทำสัญญาประชาคมที่ต้องมีจิตอาสา ตั้งสัตย์ปฏิญาณว่า จะไม่ปฏิเสธในการรับผู้โดยสารเป็นอันขาด และคิดราคาค่าบริการทั้งชาวไทยและต่างชาติตามราคามิเตอร์ปกติ หวังลดกระแสที่แท็กซี่ปฏิเสธรับส่งผู้โดยสาร แต่ก็ยังมีประชาชนที่ต้องการใช้บริการอีกจำนวนมากได้รับผลกระทบอยู่ดี เพราะหลายต่อหลายครั้งที่แท็กซี่บอกปัดไม่ไปส่ง

แม้ว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) จะระดมคนขับแท็กซี่เมืองกรุงกว่า 2,000 คัน 2,000 คน เข้าร่วมในโครงการ “แท็กซี่ใจดี” พร้อมทำสัญญาประชาคมที่ต้องมีจิตอาสา ตั้งสัตย์ปฏิญาณว่า จะไม่ปฏิเสธในการรับผู้โดยสารเป็นอันขาด และคิดราคาค่าบริการทั้งชาวไทยและต่างชาติตามราคามิเตอร์ปกติ หวังลดกระแสที่แท็กซี่ปฏิเสธรับส่งผู้โดยสาร แต่ก็ยังมีประชาชนที่ต้องการใช้บริการอีกจำนวนมากได้รับผลกระทบอยู่ดี เพราะหลายต่อหลายครั้งที่แท็กซี่บอกปัดไม่ไปส่ง

อย่างล่าสุดที่เกิดกับ น.ส.กัญญาณัฐ ฉั่มเวชะ อาชีพมัคคุเทศก์ ที่เข้าแจ้งความกับตำรวจ สน.ดินแดง เพื่อให้ดำเนินคดีกับโชเฟอร์รถแท็กซี่สีเขียวเหลือง ที่เธอเรียกจากสุขุมวิทซอย 11 ถนนสุขุมวิท เพื่อให้ไปส่งที่ซอยสุขุมวิท 93 แต่เมื่อขึ้นรถไปแล้ว คนขับกลับมีท่าทางอิดออดเหมือนไม่อยากไป ก่อนขับรถพาออกทางถนนอโศก แล้วมาจอดบริเวณตัดกับถนนจตุรทิศ บึงมักกะสัน จากนั้นก็เดินลงมาเปิดประตูหลังด้านที่เธอนั่ง ก่อนกระชากตัวเธอลงจากรถ เหตุเกิดเมื่อกลางดึกคืนวันที่ 6 ม.ค. 2556 ทั้งที่ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 2 ม.ค. ตำรวจเพิ่งประชาสัมพันธ์โครงการแท็กซี่ใจดีไป

การปฏิเสธรับผู้โดยสารจะด้วยสาเหตุใดก็ตามของคนขับแท็กซี่ ก็อยู่ในข้อหาที่ตำรวจพบเห็นและได้รับการแจ้งต้องดำเนินการจับปรับทันที แต่ที่ผ่านมาก็ดูเหมือนว่าการบังคับใช้กฎในข้อนี้ยังไม่ได้ผลนัก เพราะช่องทางการร้องเรียนที่เป็นปัญหา เมื่อแจ้งเหตุไปแล้วการติดตามจับแท็กซี่ที่ไม่รับยังคงยาก และหลายคนตั้งข้อสังเกตว่าตำรวจมีการติดตามจับกุมจริงตามที่ได้แจ้งหรือไม่

แหล่งข่าวจากกองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) เล่าว่า ถึงแม้จะมีกฎที่ให้ตำรวจจับกุมแท็กซี่ แต่ปัญหาคือการแจ้งเข้ามาแล้วประสานไปยังท้องที่นั้นๆ ใกล้เคียงยังคงยาก เพราะแน่นอนว่าไม่มีตำรวจประจำอยู่ทุกจุดทุกแยกบนท้องถนน ที่สำคัญคือ ที่ผ่านมางานของตำรวจมีการประสานช่วยงานในด้านต่างๆ กับคนขับแท็กซี่ ทั้งด้านอาชญากรรม ช่วยเฝ้าระวังเหตุ ดังเช่นที่มีการจัดโครงการต่างๆ ออกมา จุดนี้อาจทำให้ตำรวจไม่จับแท็กซี่ที่ปฏิเสธรับผู้โดยสาร

“แน่นอนว่ายังมีแท็กซี่บางส่วน บางคนที่ปฏิเสธรับส่งผู้โดยสาร แต่ยังมีอีกจำนวนไม่น้อยที่พร้อมจะทำหน้าที่ของตนเอง แต่เรื่องการจับปรับแท็กซี่ที่ฝ่าฝืนกฎไม่รับผู้โดยสารยังคงไม่เป็นรูปธรรม” แหล่งข่าวคนเดิม เล่า

ถึงการจับปรับจะยากยิ่งนัก แต่ตำรวจก็ต้องเดินหน้าต่อไปหากพบเห็นการกระทำผิด ล่าสุดยืนยันจาก พล.ต.ท.เรืองศักดิ์ จริตเอก ผู้ช่วย ผบ.ตร. เจ้าของโครงการแท็กซี่ใจดี ระบุว่า รอบนี้ตำรวจจะเอาจริงกับแท็กซี่ที่ปฏิเสธรับผู้โดยสารให้มากยิ่งขึ้น พร้อมย้ำว่าการไม่รับผู้โดยสารถือว่าเป็นการกระทำความผิดข้อหาปฏิเสธการรับผู้โดยสารโดยไม่มีเหตุอันสมควร ตาม พ.ร.บ.การจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 93 มีอัตราโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท

“ครั้งนี้จะเข้มข้นกว่าเดิม เพราะตำรวจมองแล้วว่าปัญหานี้ถือเป็นเรื่องที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อน โดยเฉพาะในช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา แท็กซี่จะปฏิเสธไม่รับผู้โดยสารบ่อยครั้งมาก จากการร้องเรียนเข้ามาในทุกช่องทาง ต่อไปนี้ตำรวจที่รับเรื่องอย่าง บก.จร. ผ่านทางหมายเลขด่วน 1197 จะต้องประสานให้ท้องที่ติดตามแท็กซี่คันที่รับแจ้งทันที และให้ตามผลด้วยว่าไม่รับจริงหรือไม่ และมีการไปตรวจสอบด้วยหรือเปล่า” พล.ต.ท.เรืองศักดิ์ ย้ำ

เงื่อนไขที่ว่าของตำรวจ หากคนขับแท็กซี่ถูกจับครั้งแรก นอกจากปรับ 1,000 บาทแล้ว ยังต้องถูกตัดคะแนนในใบอนุญาต 20 คะแนน ถูกจับครั้งที่ 2 ปรับแล้วจะถูกพักใบอนุญาต 15-30 วัน และหากถูกจับอีกครั้งเป็นรอบที่ 3 ครานี้ตำรวจจะประสานไปยังกรมการขนส่งทางบก ให้เพิกถอนใบอนุญาตการประกอบอาชีพขับแท็กซี่ทันที เรียกว่าตัดช่องทางทำมาหากินกันเลย

ต้องดูว่ารอบนี้ตำรวจจะจริงจังมากแค่ไหนกับการใช้ยุทธวิธีที่เข้มข้นมากขึ้น ต้องจับตา!!!

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท