
ช่วยธุรกิจทุกระดับ
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ของวันที่ 8 ม.ค. มีมติเห็นชอบมาตรการการเงินและการคลัง เพื่อบรรเทาผลกระทบจากการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทต่อวันทั่วประเทศ และเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) หวังเสริมสภาพคล่องและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศไทย
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ของวันที่ 8 ม.ค. มีมติเห็นชอบมาตรการการเงินและการคลัง เพื่อบรรเทาผลกระทบจากการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทต่อวันทั่วประเทศ และเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) หวังเสริมสภาพคล่องและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศไทย
รัฐบาลคลอดตั้ง 15 มาตรการ มาช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ซึ่งหนึ่งในมาตรการนั้น คือ การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับกำไรสุทธิ 1.5 แสนบาท เป็น 3 แสนบาท
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง คาดว่าจะมีเอสเอ็มอีได้รับประโยชน์จากมาตรการนี้ประมาณ 2.1 แสนราย
นอกจากนี้ เอสเอ็มอีก็จะได้สินเชื่อเพิ่ม 8 หมื่นราย สร้างสินเชื่อในระบบสถาบันการเงิน 424,800 ล้านบาท เกิดการจ้างงานรวม 3.2 แสนคน และสร้างเงินทุนหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ 2.32 ล้านล้านบาท
การใช้มาตรการทั้งการเงินและการคลังมาอุ้มเอสเอ็มอี และก่อนหน้านี้ได้ใช้มาตรการลดภาษีนิติบุคคลจากอัตรา 25% ของกำไรสุทธิ ลงมาเหลือ 23% ในปี 2555 และ 20% ในปี 2556 รวมทั้งกรมสรรพากรยังส่งสัญญาณนโยบายว่าจะลดอัตราเหลือ 15% ภายใน 5 ปี เพื่อให้ประเทศไทยขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่เก็บอัตราภาษีนิติบุคคลต่ำที่สุดในเอเชีย จากปัจจุบันตำแหน่งนี้เป็นของประเทศสิงคโปร์ ที่จัดเก็บอัตรา 17%
มาตรการลดภาษีนิติบุคคล เพื่อแลกเปลี่ยนกับการปรับขึ้นอัตราค่าจ้างรอบแรก 7 จังหวัด เมื่อปี 2555 ทุกฝ่ายก็ทราบเป็นอย่างดีว่าภาษีที่รัฐบาลจัดเก็บได้ลดลง ผลประโยชน์เม็ดใหญ่ๆ ไปตกอยู่กับบริษัทขนาดใหญ่ โดยเฉพาะบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เห็นได้จากกำไรสุทธิที่สวยงาม
คราวนี้ออกสารพัดมาตรการเพื่อช่วยเหลือธุรกิจ “เอสเอ็มอี” อีกกลุ่มหนึ่ง คาดว่ารัฐจะสูญเสียภาษีไปอีกหลายพันล้านบาทเช่นกัน
แต่รัฐบาลลืมดูแลธุรกิจขนาดกลาง เพราะเชื่อว่าสามารถเอาตัวรอดได้แน่นอน แม้ว่าจะแบกต้นทุนพร้อมภาระค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นจากการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำทั้งทางตรงและทางอ้อมก็ตาม
ไม่ช่วยเหลือแล้ว เท่านั้นยังไม่เพียงพอ รัฐบาลยังมีนโยบายออกมาซ้ำเติมธุรกิจขนาดกลาง กระทรวงพาณิชย์สั่งตรึงราคาสินค้า เพื่อลดภาระค่าครองชีพของผู้บริโภค เพราะเชื่อว่าการห้ามขยับราคานาน 3 เดือน เอกชนจะรับมือไว้
เราขอเรียกร้องให้รัฐบาลคิดและพิจารณาช่วยเหลือธุรกิจทุกกลุ่มทุกระดับ อย่าปล่อยให้เหลื่อมล้ำ อิหลักอิเหลื่ออย่างนี้ มิเช่นนั้นธุรกิจที่อยู่ตรงกลางระหว่างใหญ่กับเอสเอ็มอีจะเอาตัวไม่รอด ในที่สุดก็จะล้มครืน พนักงานตกงาน สร้างปัญหาใหญ่กว่าเอสเอ็มอีปิดกิจการเสียอีก







