
แนะรัฐลดรีดภาษีรายย่อยชดเชยขึ้นค่าแรง
อัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า การปรับขึ้นค่าแรง 300 บาท ผลกระทบที่จะเห็นชัดเจนที่สุด คือ การเลิกจ้างงาน ดังนั้นรัฐบาลจำเป็นต้องช่วยลดภาระต้นทุนให้กับผู้ประกอบการ ได้แก่ ช่วยลดต้นทุนวัตถุดิบ การให้สิทธิพิเศษทางภาษีแก่เอสเอ็มอี เช่น ลดการเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลของเอสเอ็มอีให้ต่ำกว่า 20% ซึ่งระดับ 15% ถือเป็นระดับที่เหมาะสม เพราะผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมีกำไรจากการประกอบการน้อย เมื่อต้นทุนในส่วนนี้มีน้อยลง จะเป็นตัวจูงใจให้ผู้ประกอบการนำเงินไปปรับเปลี่ยนเครื่องจักร เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
อัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า การปรับขึ้นค่าแรง 300 บาท ผลกระทบที่จะเห็นชัดเจนที่สุด คือ การเลิกจ้างงาน ดังนั้นรัฐบาลจำเป็นต้องช่วยลดภาระต้นทุนให้กับผู้ประกอบการ ได้แก่ ช่วยลดต้นทุนวัตถุดิบ การให้สิทธิพิเศษทางภาษีแก่เอสเอ็มอี เช่น ลดการเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลของเอสเอ็มอีให้ต่ำกว่า 20% ซึ่งระดับ 15% ถือเป็นระดับที่เหมาะสม เพราะผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมีกำไรจากการประกอบการน้อย เมื่อต้นทุนในส่วนนี้มีน้อยลง จะเป็นตัวจูงใจให้ผู้ประกอบการนำเงินไปปรับเปลี่ยนเครื่องจักร เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
นอกจากนี้ ควรจัดเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) ให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบมาก ขณะที่มาตรการชดเชยส่วนต่างค่าจ้างถือว่าใช้ได้ในระยะสั้น โดยค่อยๆ ทยอยปรับลดการชดเชยลง จนผู้ประกอบการสามารถอยู่ได้ก็เลิกชดเชย
กลุ่มที่ได้รับผลกระทบมาก คือ กลุ่มที่ใช้แรงงานมาก เช่น เครื่องนุ่งห่ม อาหารแปรรูป เฉลี่ยต้นทุนเพิ่ม 29.6% ภาคบริการ 19.19% ผู้ประกอบการในกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ล้วนเป็นกิจการของคนไทย
ทวีกิจ จตุรเจริญคุณ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า กรณีกระทรวงการคลังจะเสนอให้ลดภาษีเงินได้นิติบุคคลเอสเอ็มอีที่มีกำไรไม่มาก เพื่อช่วยลดผลกระทบขึ้นค่าแรงนั้น เป็นการแก้ไขปัญหาไม่ตรงจุด เพราะธุรกิจเหล่านี้ไม่ค่อยจะมีกำไร จึงไม่มีประโยชน์ที่จะยกเว้นหรือลดอัตราภาษี แต่ข้อเสนอของอุตสาหกรรม 5 ภาค ทั้ง 7 มาตรการเป็นการแก้ไขปัญหาที่ตรงจุดกว่า
สำหรับการปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคลลงนั้น กลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่และมีทุนมากกว่าเอสเอ็มอีจะได้ประโยชน์ ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจของต่างชาติ บริษัทเหล่านี้ใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีมากกว่าแรงงาน ดังนั้นจึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลออกมาตรการดูแลช่วยเหลือเอสเอ็มอีอย่างจริงจัง มาตรการที่จะออกมาช่วยต้องเป็นรูปธรรมที่ทำแล้วเห็นผล ทำได้จริง การช่วยเหลือด้านสภาพคล่องก็เป็นส่วนหนึ่งที่สามารถช่วยได้ แต่ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะผลกระทบเกิดขึ้นแล้วจากต้นทุนการปรับเพิ่มค่าแรง







