
รุมอัดช่อง3แบน"เหนือเมฆ"ลิดรอนสิทธิผู้ชม
วงเสวนาคณะนิเทศฯจุฬาฯชี้ช่อง3แบนเหนือเมฆ2เป็นการปิดกั้นสื่อ-ลิดรอนสิทธิการตีความละครของประชาชน ขณะที่บิ๊กช่อง3เลี่ยงร่วมอ้างไม่พร้อมตอบคำถาม
วงเสวนาคณะนิเทศฯจุฬาฯชี้ช่อง3แบนเหนือเมฆ2เป็นการปิดกั้นสื่อ-ลิดรอนสิทธิการตีความละครของประชาชน ขณะที่บิ๊กช่อง3เลี่ยงร่วมอ้างไม่พร้อมตอบคำถาม
เมื่อวันที่ 8 ม.ค. คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้จัดงานเสวนา เรื่อง "บอกความจริง เรื่อง เหนือเมฆ 2 : สงสารช่อง 3 หรือประชาชนดี" โดยในรายชื่อวิทยากรนั้นได้ปรากฎชื่อของ นายสมรักษ์ ณรงค์วิชัย ผู้จัดการฝ่ายผลิตรายการ ของสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 และนายนนทรีย์ นิมิบุตร ผู้กำกับละครเรื่องเหนือเมฆ 2ด้วย แต่เมื่อถึงเวลาเริ่มงานปรากฎว่าทั้งสองไม่ได้เดินทางมาร่วมงานเสวนาแต่อย่างใด โดยแจ้งกับผู้จัดงานว่า ยังไม่พร้อมตอบคำถามในเวลานี้
น.ส.สุภาพร โพธิ์แก้ว อาจารย์คณะ คณะนิเทศฯ จุฬาฯ กล่าวในการเสวนาว่า โดยส่วนตัวเป็นคนหนึ่งที่ติดละครเรื่องนี้มากเช่นกัน เห็นว่าภายหลังจากมีการยกเลิก กบว. สื่อมีอำนาจในการดูแลตัวเองมากขึ้น สามารถผลิตผลงานได้อย่างสร้างสรรค์และหลากหลาย จวบจนกระทั่งการจัดเรทติ้ง เมื่อช่อง 3 ถอดเหนือเมฆออก จึงเกิดคำถามว่า เสรีภาพในการชมละครมันถูกระงับมายังในบ้าน ในห้องนั่งเล่นของประชาชนแล้วหรือ
"การที่ละครมีความหลากหลายก็เป็นช่องทางหนึ่งให้ประชาชนได้เลือกเสพเลือกชม ฉะนั้นประชาชนจึงมีสิทธิเสรีภาพในการตีความละครเช่นกัน วันนี้ละครถือเป็นสื่อประเภทหนึ่งที่แสดงให้เห็นแล้วว่ามันมีอำนาจและพลังที่จะปลุกประชาชนออกมาเรียกร้องสิทธิและเสรีภาพของตนเอง"น.ส.สุภาพรกล่าว
ขณะที่นางสุวรรณา สมบัติรักษาสุข อดีตประธานสภาวิชาชีพข่าววิทยุโทรทัศน์ไทย กล่าวว่า ประเทศไทยมีกฎหมายรัฐธรรมนูญอันเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศที่รองรับเรื่องสิทธิเสรีภาพของประชาชน ตามมาตรา 45 ซึ่งกฎหมายรองอย่าง พ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ 2551 ตามมาตร 37 นั้นจะต้องมีความสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ การถอดละครออกจากช่องเหมือนกำลังกลับเข้าสู่ยุคเก่าก่อนมีประชาธิปไตยเกิดขึ้น
"เรื่องนี้มันไม่ได้สำคัญอยู่ที่ว่าจะเป็นช่องใด ละครเรื่องอะไร หรือแม้แต่ใครเป็นคนสั่งการ แต่สำคัญที่ว่า การกระทำดังกล่าวนั้น มันคือการลิดรอนสิทธิเสรี เป็นการปิดกั้นสื่ออย่างหนึ่ง ถือว่าเป็นการละเมิดกฎหมาย ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วไม่เห็นว่าละครเรื่องเหนือเมฆ 2 จะมีเนื้อหาที่ขัดต่อ พ.ร.บ. มาตรา 37 ที่ทางช่อง 3 กล่าวอ้าง แต่อย่างใด"นางสุวรรณากล่าว
น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยที่ช่อง 3 อ้างใช้มาตรา 37 ในการระงับการออกอากาศ ซึ่งก่อนหน้านี้ทางช่องก็ได้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ละครหลายเรื่องๆ แต่ก็ไม่เคยระงับละครกลางอากาศแบบนี้ จึงเป็นไปได้ที่อาจเกิดจากอำนาจที่มองไม่เห็น ซึ่งอนาคตของช่อง 3 เองก็ผูกขาดสัมปทานกับการเมือง
อย่างไรก็ตามล่าสุดมีหนังสือจากทางช่อง 3 แจ้งรายละเอียดมายัง กสทช.แล้ว แต่คาดว่าจะเรียกบอร์ดช่อง 3 หารือภายในสัปดาห์หน้า ทั้งนี้ กสทช.ไม่มีอำนาจในการสั่งระงับหรือสั่งออกอากาศได้ ขึ้นอยู่กับช่องทั้งสิ้น แม้ว่า กสทช.จะตรวจสอบแล้วพบว่าเนื้อหาละครเหนือเมฆอีกสามตอนนั้นจะไม่เข้าค่ายการผิดตาม พ.ร.บ. ก็ตาม แต่อำนาจในการออกฉายหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับช่อง
ด้าน นายเกริกเกียรติ พันธุ์พิพัฒน์ คณบดีศิลปกรรมการผลิตสื่อ สถาบันกันตนา กล่าวว่า ละครเป็นสื่อหนึ่งที่นอกจากจะทำหน้าที่ให้ความบันเทิงแล้วนั้นยังเป็นกระจกสะท้อนสังคมได้ดีอีกด้วย การเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นทำให้นึกตั้งคำถามว่ากำลังอยู่ในช่วงก่อนปี2475 หรืออย่างไร
"ในกระบวนการผลิตละครทั่วไป ก่อนที่ละครจะถูกนำมาฉายนั้นจะต้องมีการนำเสนอรายละเอียดของเนื้อหาให้แก่ทางช่อง หากช่องเห็นว่าจะต้องทำการแก้ไข ก็จะดำเนินการแจ้งเลย จะไม่ปล่อยให้ผลิตออกอากาศ อย่างกรณีเหนือเมฆ 2 นี้ ละครได้ผลิตจนจบแล้ว แต่เกิดการถอดออกกลางอากาศแบบนี้ ผมเองก็ไม่ทราบว่าเกิดความผิดพลาดในกระบวนการใดกันแน่"ผศ.เกริกเกียรติกล่าว
***ขอบคุณภาพจากทวิตเตอร์คุณ @tidarat***







