
สว.แนะรัฐใช้สายสัมพันธ์เขมรแก้ปมพระวิหาร
สว.แนะรัฐบาลใช้สัมพันธ์พิเศษกับกัมพูชาแก้ปัญหาปราสาทพระวิหารป้องกันเสียดินแดน
สว.แนะรัฐบาลใช้สัมพันธ์พิเศษกับกัมพูชาแก้ปัญหาปราสาทพระวิหารป้องกันเสียดินแดน
ที่ประชุมวุฒิสภา นายสมชาย แสวงการ สว.สรรหา ขอหารือก่อนเข้าสู่วาระการประชุม ผ่านไปยังนายกรัฐมนตรี รมว.ต่างประเทศ และ ผบ.ทบ. ถึงการเคลื่อนกำลังของทหารกัมพูชา กว่า 80 นาย ที่เดินเท้าพร้อมอาวุธมาประจำการที่ช่องปลดต่าง และ ช่องกระทิงลง ตรงข้าม อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เมื่อวันที่ 7 ม.ค. สะท้อนถึงสัญญาณความไม่ปลอดภัยของประชาชน ตามแนวตะเข็บชายแดน
ทั้งนี้ ในฐานะกมธ. การต่างประเทศ วุฒิสภา เป็นห่วงและติดตามให้กำลังใจคนเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา รัฐบาลโดยนายกฯ ต้องแถลงให้ชัดเจน ต้องกำหนดท่าทีและดำเนินการเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติ โดยเฉพาะข้อกังวลในการเสียดินแดน การที่กัมพูชาเอาเรื่องที่ผ่านมา 50 ปีมาขึ้นฟ้องศาลโลก โดยที่ประเทศไทยไทยก็แถลงไม่ยอมรับอำนาจของศาลโลกเมื่อ 50 ปีที่แล้ว เช่นเดียวกันรัฐบาลปัจจุบันก็ไม่ควรรับด้วย ขณะเดียวกันก็ควรให้กัมพูชาถอนเรื่องนี้ออกไป
นายสมชาย กล่าวว่า ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างรัฐบาลกัมพูชา กับ รัฐบาลปัจจุบัน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ซึ่งปรากฎชัดในเอกสารของกรมสอบสวนคีพิเศษ (ดีเอสไอ) มีผู้เกี่ยวข้องที่เป็นพยาน ระบุว่าหลังการสลายการชุมนุม 7 วัน ได้เดินทางไปที่พรรคการเมืองแห่งหนึ่งและถูกชักจูงจากการ์ดนปช.ให้ไปฝึกอาวุธที่กัมพูชา โดยมีการฝึกทั้งสิ้นจำนวน 39 คน ฝึกใช้เอ็ม 16 จรวดอาร์พีจี เอ็ม 79 ฝึกท่ายิงการจู่โจมและใช้กระสุนจริง ไม่รวมถึงนักการเมืองหลายคนที่พึ่งพิงรัฐบาลกัมพูชา ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลได้ใช้ความสัมพันธ์พิเศษกับรัฐบาลกัมพูชาในการแก้ไขปัญหานี้ให้ราบรื่น และไม่นำประเทศไปสู่การเสียดินแดน







