
เร่งคุมอาวุธปืน
คดีอาชญากรรมด้วยอาวุธปืนเกิดมากขึ้น ใช่เพียงแค่คดีต่อทรัพย์ ใช้อาวุธปืนชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์เท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อคดีต่อชีวิต การทะเลาะวิวาทถึงขั้นใช้อาวุธปืนทำร้าย แม้กระทั่งนักเรียนชั้นประถมศึกษาก็ยังใช้อาวุธปืนทำร้ายเพื่อนนักเรียนด้วยกัน
คดีอาชญากรรมด้วยอาวุธปืนเกิดมากขึ้น ใช่เพียงแค่คดีต่อทรัพย์ ใช้อาวุธปืนชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์เท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อคดีต่อชีวิต การทะเลาะวิวาทถึงขั้นใช้อาวุธปืนทำร้าย แม้กระทั่งนักเรียนชั้นประถมศึกษาก็ยังใช้อาวุธปืนทำร้ายเพื่อนนักเรียนด้วยกัน
สาเหตุสำคัญของปัญหา คือ การที่อาวุธปืนกระจายอยู่ในความครอบครองของประชาชนเป็นจำนวนมาก ข้อมูลจากสำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ระบุว่า มีการออกใบอนุญาตครอบครองอาวุธปืนแล้วถึง 6 ล้านกระบอก ซึ่งในจำนวนนี้รวมถึงอาวุธปืนในโครงการสวัสดิการข้าราชการของหลายหน่วยงาน
แต่ข้อมูลนี้ยังไม่รวมถึงปืนเถื่อน และอาวุธสงคราม ที่ก่อเหตุอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญให้เห็นกันบ่อยครั้ง ดังนั้นจำนวนอาวุธปืนในประเทศไทยจึงน่าจะมีจำนวนร่วม 10 ล้านกระบอก ซึ่งหากเทียบกับจำนวนประชากรทั้งประเทศ ต้องถือว่าสัดส่วนการครอบครองอาวุธปืนต่อจำนวนประชากรนั้นสูงมากจนน่าวิตก
การที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีแนวคิดจะลดอาชญากรรมด้วยการควบคุมอาวุธปืน ถือเป็นแนวคิดที่ดี แต่ใช่เพียงแค่การให้รัฐบาลซื้ออาวุธปืนคืนจากประชาชนเท่านั้น แต่ยังต้องมีมาตรการอื่นๆ ตามมาอีกด้วย
นอกเหนือจากการควบคุมการนำเข้าอาวุธปืน การออกใบอนุญาตตั้งร้านค้าขายอาวุธปืนแล้ว รัฐบาลจะต้องให้ความสำคัญในการควบคุมการสั่งปืนสวัสดิการเข้ามาจำหน่าย
นอกจากนี้ ยังจะต้องมีการวางหลักเกณฑ์การครอบครองปืนสวัสดิการเหล่านี้ให้รัดกุมมากขึ้น เช่น ห้ามโอนเปลี่ยนมือ หรือจำกัดสิทธิการซื้อ เฉพาะผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมายเท่านั้น เพื่อมิให้มีการใช้ช่องทางของปืนสวัสดิการซึ่งราคาถูกกว่าท้องตลาด เป็นส่วนให้มีการแพร่กระจายอาวุธปืนในหมู่ประชาชนมากขึ้น
ยิ่งกว่านั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม ยังควรมีระบบทะเบียนและประวัติของอาวุธปืนทุกกระบอก ทั้งหมายเลขทะเบียน ตลอดจนลักษณะหัวกระสุนและเข็มแทงชนวนที่ยิงออกจากปืนทุกกระบอก เพื่อเปรียบเทียบในกรณีที่มีการใช้อาวุธปืนก่ออาชญากรรม
แต่ที่สำคัญที่สุด คือ รัฐบาลและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความสงบเรียบร้อย จะต้องทำให้ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเกิดขึ้นจริง เพราะหากสังคมสงบสุขเรียบร้อย ปราศจากอาชญากรรม ประชาชนทั่วไปก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมีอาวุธปืนในครอบครองเพื่อป้องกันตนเอง
แนวคิดของ ร.ต.อ.เฉลิม ที่จะหาทางควบคุมอาวุธปืน สกัดการก่อเหตุอาชญากรรมถือเป็นเรื่องดี และควรต้องเร่งทำ เพื่อความสงบสุขของสังคม







