
พ่อเมืองสุพรรณฯยันย้ายอำเภอสามชุกพ้นตลาด 100 ปี
ผวจ.สุพรรณบุรี เตรียมจัดทำประชาพิจารณ์ย้ายอำเภอสามชุกพ้นตลาด 100 ปี
ผวจ.สุพรรณบุรี เตรียมจัดทำประชาพิจารณ์ย้ายอำเภอสามชุกพ้นตลาด 100 ปี
นายสมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ ผวจ.สุพรรณบุรี กล่าวว่า เตรียมทำประชาพิจารณ์ ชาวบ้านทั้งอำเภอสามชุก เพื่อจะย้ายที่ว่าการอำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี บางส่วนออกมาจากตลาด 100 ปี เพราะในปัจจุบันตลาด 100 ปี มีการเจริญเติบโตด้านเศรษฐกิจเป็นอย่างมากมีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศเดินทางหลังไหลเข้ามาท่องเที่ยวที่ตลาด 100 ปี ส่งผลให้การจราจรติดขัด จนดูคับแคบอย่างถนัดตา
นอกจากนี้ประชาชนในอำเภอสามชุกเดินทางเข้ามาติดต่อราชการที่อำเภอสามชุกเกิดความยากลำบากต้องเสียค่าจอดรถทุกครั้งที่เดินทางเข้ามาใช้บริการ ซึ่งขณะนี้เชื่อว่าถ้าทำประชาพิจารณ์ก็จะมีประชาชนเห็นด้วยเป็นจำนวนมาก แต่ขณะนี้รอเพียงลดกระแสเรื่องการต่อต้านการย้ายอำเภอสามชุกก่อนเพื่อไม่ให้เกิดความแตกแยกระหว่างประชาชนทั้งสองฝ่ายเพราะมีทั้งเห็นด้วย และไม่เห็นด้วยแต่เรื่องนี้ต้องมีตอนจบที่ทุกฝ่ายพอใจและได้รับประโยชน์มากที่สุดนายสมศักย์กล่าว
นายวิศรุต อินแหยม ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ผอ.ททท.)จังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวว่า เรื่องการย้ายที่ว่าการอำเภอสามชุกนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนเป็นเรื่องผลกระทบทางจิตใจที่ต้องยึดประชาชนเป็นหลัก เพราะชาวชุมชนสามชุกตลาด100ปี กลุ่มนี้เข้มแข็ง และมีความคิดเป็นของตนเองเรื่องนี้คงต้องหันหน้ามาพูดคุยกันว่าควรจะดำเนินการไปในทิศทางใดจึงจะเหมาะสมและสะดวกสำหรับประชาชนทั้งหมดเป็นหลักแต่เรื่องนี้น่าจะมีทางออกที่สวยงามสดใสรออยู่ข้างหน้าอยู่แล้ว
ด้านนายประสิทธิ์ สมประสงค์ กำนันตำบลย่านยาว อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวว่า ขณะนี้กำนันผู้ใหญ่บ้านทั้งอำเภอสามชุกที่มีกว่า 100 คน ปลื้มและดีใจเป็นอย่างมาก เพราะทราบว่าทางผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรีมีนโยบายที่จะให้ย้ายอำเภอสามชุกบางส่วนออกไปอยู่ด้านนอกตลาด 100 ปีพร้อมจะมีการสร้างหอประชุมเอนกประสงค์ให้กำนันผู้ใหญ่บ้านได้ประชุมประจำเดือนกันเสียทีเพราะอำเภอสามชุกถือว่าเป็นอำเภอเดียวที่ไม่มีห้องประชุมกำนันผู้ใหญ่บ้านเดือดร้อนกันมานานจนเกือบจะชินชาเสียแล้ว
ทั้งนี้เพราะในปัจจุบันนี้ต้องยืมสถานที่ตรงโน้นบ้างตรงนี้บ้างสถานที่จอดรถก็คับแคบเรื่องนี้เป็นเรื่องที่หลายภาคส่วนก็รู้ดี แต่ส่วนใหญ่ไม่กล้าพูด ผมว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องถูกต้อง เรื่องดีก็ควรจะช่วยกันออกมาแสดงความคิดเห็น แสดงจุดยืนเพื่อผลประโยชน์ส่วนรวมของประชาชนเป็นหลักผมว่าเรื่องนี้น่าจะดำเนินการตั้งนานแล้วขืนปล่อยไว้ก็จะกลายเป็นปัญหาเรื้อรังต่อไปนายประสิทธิ์กล่าว







