posttoday
ส.อ.ท.ขอพบยิ่งลักษณ์ ชู 7 มาตรการเยียวยา

ส.อ.ท.ขอพบยิ่งลักษณ์ ชู 7 มาตรการเยียวยา

08 มกราคม 2556

การหารือของประธานอุตสาหกรรม 5 ภาค ในสังกัดสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เพื่อสรุปข้อเรียกร้องที่จะเสนอให้รัฐบาลพิจารณาเป็นมาตรการเยียวยาในวันนี้

การหารือของประธานอุตสาหกรรม 5 ภาค ในสังกัดสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เพื่อสรุปข้อเรียกร้องที่จะเสนอให้รัฐบาลพิจารณาเป็นมาตรการเยียวยาในวันนี้

ธนิต โสรัตน์ เลขาธิการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า หลังการประชุมกับประธานอุตสาหกรรม 5 ภาค ประกอบด้วย ประธานภาคเหนือ กลาง ตะวันออกเฉียงเหนือ ตะวันออก และใต้ ที่ประชุมมีมติเรียกร้องให้รัฐบาลออก 7 มาตรการเยียวยาผู้ประกอบการจากผลกระทบนโยบายปรับค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาททั่วประเทศ

ทั้งนี้ หากรัฐบาลไม่เห็นชอบมาตรการเยียวยาโดยเฉพาะเรื่องของการช่วยจ่ายเงินชดเชยส่วนต่างต้นทุนค่าแรงที่เพิ่มขึ้น ประธาน ส.อ.ท. ทั้ง 5 ภาค จะประสานงานกับเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เพื่อขอนำตัวแทนเอสเอ็มอีแต่ละจังหวัดเข้าพบน.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ขอชี้แจงความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น โดยเห็นว่ามาตรการต่างๆ ที่ภาครัฐออกมาก่อนหน้านี้ส่วนใหญ่มาจากผู้ที่ไม่รู้ผลกระทบจริงเป็นผู้เสนอ

สำหรับ 7 มาตรการเยียวยา ที่ที่ประชุมเสนอประกอบด้วย 1.ตั้งกองทุนจ่ายเงินชดเชยส่วนต่างค่าจ้างที่เพิ่มขึ้นให้ผู้ประกอบการโดยปี 2556 นายจ้างจ่าย 25% รัฐบาลจ่าย 75% ในปี 2557 นายจ้างจ่าย 50% รัฐบาลจ่าย 50% ในปี 2558 นายจ้างจ่าย 75% รัฐบาลจ่าย 25% จากนั้นตั้งแต่ปี 2559 นายจ้างจ่าย 100%

2.การลดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคมของฝ่ายนายจ้าง–ลูกจ้าง ลดอัตราเงินสมทบจากเดิมฝ่ายละ 5% ของค่าจ้างเหลือ 3% 3.ผ่อนผันการส่งเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนคงเหลือ 0.01% เป็นเวลา 3 ปี (ปี 2556-2558) 4.การจัดหาคนพิการที่เข้าทำงานในสถานประกอบการขอให้เป็นหน้าที่ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และ หรือกระทรวงแรงงาน โดยให้สอดคล้องกับกิจการของสถานประกอบการ หากหาไม่ได้ต้องยกเว้นการจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุน

5.ลดภาษี ณ ที่จ่าย สำหรับการเหมาช่วงผลิตและรับจ้างผลิต (ทั้งภาคอุตสาหกรรมและบริการ) ลดจาก 3% เหลือ 1% 6.ให้ตั้งกองทุนสินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการปรับค่าจ้างขั้นต่ำ โดยใช้อัตราดอกเบี้ยอัตราผ่อนปรนและใช้หลักเกณฑ์พิเศษในการอนุมัติสินเชื่อเพื่อให้ผู้ประกอบการขอสินเชื่อได้โดยง่าย และ 7.การค้ำประกันสินเชื่อให้โดยบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ช่วยเหลือเอสเอ็มอีที่มี โดยมีวงเงินค้ำประกันรวม 2.4 หมื่นล้านบาท พร้อมทั้งยกเว้นค่าธรรมเนียม 1.75% ต่อปี เป็นเวลา 3 ปี

ด้านวีระยุทธ สุขวัฑฒโก ประธานสภาอุตสาหกรรม กลุ่มอุตสาหกรรมภาคเหนือตอนบน กล่าวว่า ผู้ประกอบการในเขตภาคเหนือตอนบนได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก เนื่องจากบางจังหวัดมีฐานค่าแรงอยู่ในระดับต่ำมาก เช่น พะเยา ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลของผู้ประกอบการ โดยอุตสาหกรรมในพื้นที่นี้ส่วนใหญ่ก็เป็นอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้น เช่น เครื่องนุ่งห่ม โรงงานแปรรูปพืชผลทางการเกษตร เซรามิก เป็นต้น บางโรงงานในภาคเหนือได้ปรับเปลี่ยนวิธีการจ่ายค่าจ้างเป็นรายชิ้นแทนการจ่ายค่าจ้างเป็นรายวัน แต่ในภาพรวมคงต้องดูข้อมูลอย่างชัดเจนอีกครั้ง โดยขณะนี้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่จะตัดสินใจเลิกกิจการหรือประกอบการต่อ ก็ขึ้นอยู่กับมาตรการเยียวยาของรัฐบาล

มาตรการการจ่ายส่วนต่างจำเป็นต้องมี ส่วนรัฐบาลจะหาเงินจากไหนมารจ่ายเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องคิด ซึ่งควรจะรีบดำเนินการ ไม่ใช่รอให้โรงงานปิดจนหมดก่อน แล้วค่อยมีมาตรการเยียวยา” นายวีระยุทธ กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท