
เปลี่ยนโฉมใหม่ด่านตรวจเมืองกรุง
จากปัญหาอุบัติเหตุด้านจราจรบนท้องถนนที่เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะในยามที่ตำรวจจราจรต้องตั้งด่านตรวจสกัดในยามค่ำคืน
จากปัญหาอุบัติเหตุด้านจราจรบนท้องถนนที่เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะในยามที่ตำรวจจราจรต้องตั้งด่านตรวจสกัดในยามค่ำคืน อาจจะเป็นเพราะด่านไม่ได้มาตรฐาน หรืออุปกรณ์ไม่สมบูรณ์ ส่งผลให้ผู้ขับขี่มองไม่เห็นและเกิดอุบัติเหตุชนด่านทั้งด้วยตั้งใจและไม่ตั้งใจ
แต่จะว่าไม่ให้ตำรวจตั้งด่านในยามค่ำคืนคงลำบากและเป็นไปไม่ได้ เพราะด่านตรวจของจราจรยังครอบคลุมไปถึงการตรวจสกัดจับ ลดและป้องกันปัญหาด้านอาชญากรรมต่างๆ นอกเหนือไปจากหน้าที่หลักที่อำนวยความสะดวกด้านการจราจร จะตั้งด่านปฏิบัติหน้าที่ก็สำคัญ แต่เมื่อมีแล้วก็ต้องได้มาตรฐาน และมีความปลอดภัยทั้งต่อตัวเจ้าหน้าที่และผู้ขับขี่ให้มากที่สุด
ว่าแล้ว พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผู้บังคับการตำรวจจราจร (ผบก.จร.) ก็สั่งการไปยัง พ.ต.อ.วีระวิทย์ วัจนะพุกกะ ผกก.5 (งานตรวจพิสูจน์ สถิติวิจัย) บก.จร. ให้ไปดำเนินการวางมาตรการตั้งด่านให้มีมาตรฐานที่สุด
สุดท้ายก็ตกผลึกออกมาเป็นโครงการจุดตรวจยุคใหม่ ภายใต้ชื่อ “จุดตรวจปลอดภัย ตำรวจมั่นใจ ประชาชนอุ่นใจ บนท้องถนน” ที่นำโดย พ.ต.อ.วีระวิทย์ เป็นแม่งานหลัก จะปรับเปลี่ยนปรุงแต่งด่านตรวจของตำรวจจราจรให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
พ.ต.อ.วีระวิทย์ เล่าว่า ปัจจุบันการปฏิบัติด้านการจราจรบนท้องถนนเมืองกรุงในการตั้งด่านตรวจ หรือ ว.43 นอกจากอำนวยความสะดวกและกวดขันวินัยจราจรกับผู้ขับขี่ ยังต้องเสริมการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ซึ่งเป็นอีกบทบาทหน้าที่ที่มีความจำเป็น ต้องเหมาะสมถูกต้องตามหลักยุทธวิธี เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะความปลอดภัยบนท้องถนนเมื่อมีการตั้งจุดตรวจ โดยเฉพาะความปลอดภัยของตัวเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติเอง และความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนน ดังนั้นการตั้งด่านต้องถูกต้อง บวกเพิ่มภาพลักษณ์ของตำรวจให้ดียิ่งขึ้น
“เพื่อเป็นการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในการปฏิบัติหน้าที่บนท้องถนนให้มากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้ขับขี่ให้รู้สึกอุ่นใจ ปลอดภัย โดยมีอุปกรณ์ที่ต้องนำมาใช้ใหม่ให้ทันสมัย เห็นเด่นชัด ที่สำคัญ เพื่อให้สากลประชาคมอาเซียนรับรู้และรับทราบว่าเรามีมาตรฐานที่ดีในการตั้งด่าน” ผกก.วีระวิทย์ ย้ำ
อุปกรณ์และรูปแบบการตั้งด่านใหม่ดังว่าจะเป็นอย่างไร มีอะไรแตกต่าง พ.ต.อ.วีระวิทย์ อธิบายว่า เป็นการพัฒนาปรับปรุงรูปแบบการปฏิบัติงาน และนำอุปกรณ์สมัยใหม่และเทคโนโลยีใหม่มาใช้ในการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ณ จุดตรวจ โดยเฉพาะสัญญาณไฟวับวาบ ป้ายจุดตรวจ ให้เหมาะสม และถูกต้องตามหลักปฏิบัติมากยิ่งขึ้น เช่น นำป้ายตัวอักษรไฟวิ่งมาใช้ในป้ายการตั้งจุดตรวจ เพื่อให้เห็นเด่นชัดในระยะที่เหมาะสม คือ ก่อนถึงด่านตรวจ 150 เมตร กรวยยางพร้อมไฟส่องสว่างเป็นจุดตามแนว เพื่อกำหนดแนวช่องการเดินรถได้ชัดเจนขึ้น
“แต่อุปกรณ์พวกนี้ก็ต้องมีราคาค่าใช้จ่าย เพราะบางส่วนเราต้องสั่งซื้อและจัดทำใหม่ทั้งหมด ทั้งเครื่องปั่นไฟ ป้ายไฟวิ่ง ป้ายตัวอักษร รวมแล้วทั้งหมดจะใช้เงินราว 1.2 แสนบาท ซึ่งตำรวจก็ไปขอจากภาคเอกชนที่เข้ามาสนับสนุน”
กระนั้น การตั้งด่านยามค่ำคืนที่มีไฟบอกอย่างชัดเจนในรูปแบบใหม่ที่จะเริ่มใช้ในเดือน ม.ค.นี้ แตกต่างจากเดิมที่จะมีแต่ไฟไซเรนวับๆ ส่องบอกให้รู้ เหล่าผู้กระทำความผิดเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น จะกลายเป็นช่องทางให้หลบหนีด่านตรวจหรือไม่ เรื่องนี้ พ.ต.อ.วีระวิทย์ ยืนยันว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะในการตั้งด่านจะมีหน่วยหน้าซึ่งเป็นตำรวจจราจรคอยสกัดก่อนถึงด่านอยู่แล้ว หากหนีแสดงว่ามีพิรุธก็ตามได้ทันที
“ทั้งหมดก็เป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.ต.วรศักดิ์ นพสิทธิพร รอง ผบช.น. และ พล.ต.ต.ปิยะ ผบก.จร. ที่ต้องการเห็นท้องถนนในกรุงเทพมหานครมีความปลอดภัยมากที่สุด รวมถึงปัญหาอาชญากรรมที่ในการตั้งจุดตรวจตำรวจจราจรก็ต้องเป็นแม่งานหลัก ซึ่งทุกอย่างเพื่อประชาชนแน่นอน” พ.ต.อ.วีระวิทย์ ทิ้งท้าย
ต้องรอดูว่าด่านใหม่ของตำรวจ บก.จร. ที่เตรียมเริ่มใช้ภายในเดือนนี้ จะมีผลการปฏิบัติที่เป็นผลบวกและได้ตามเป้าหมาย อย่างไรก็ตาม ถึงจะมีด่านบ่อยครั้งในยามค่ำคืน แต่สุดท้ายแล้วสิ่งที่ตำรวจทำก็เพื่อความปลอดภัยบนท้องถนนของผู้ขับขี่และประชาชนทั่วไปเอง







