posttoday
แนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2556

แนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2556

07 มกราคม 2556

ปี 2555 ที่ผ่านมาเป็นช่วงที่เศรษฐกิจไทยเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญหลายประการ ทั้งปัจจัยภายในประเทศและภายนอกประเทศ ซึ่งส่งผลต่อแนวโน้มการขยายตัวทางเศรษฐกิจมหภาค โดยข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานภาครัฐที่สำคัญทั้ง ธปท. สศช. และ สศค. รวมถึง NIDA Macro Forecast คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2555 น่าจะขยายตัวประมาณร้อยละ 5.5-5.7

ปี 2555 ที่ผ่านมาเป็นช่วงที่เศรษฐกิจไทยเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญหลายประการ ทั้งปัจจัยภายในประเทศและภายนอกประเทศ ซึ่งส่งผลต่อแนวโน้มการขยายตัวทางเศรษฐกิจมหภาค โดยข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานภาครัฐที่สำคัญทั้ง ธปท. สศช. และ สศค. รวมถึง NIDA Macro Forecast คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2555 น่าจะขยายตัวประมาณร้อยละ 5.5-5.7

เมื่อพิจารณาในภาพรวม อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยในระดับร้อยละ 5.55.7 เป็นระดับที่มากกว่าค่าเฉลี่ยปกติในระยะ 10 ปีที่ผ่านมา (2544-2553) ที่ร้อยละ 4.6 และสูงกว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจตามศักยภาพของไทยจากการศึกษาของ ธปท.ที่ร้อยละ 5.25.3 แต่หากพิจารณาการขยายตัวในแต่ละไตรมาส จะพบว่าการขยายตัวในไตรมาสแรก ไตรมาส 2 และไตรมาส 3 อยู่ที่ระดับร้อยละ 0.4, 4.4 และ 3 ตามลำดับ โดยคาดว่าในไตรมาส 4 เศรษฐกิจจะขยายตัวร้อยละ 15.1 ดังนั้นหากไม่นับผลของไตรมาส 4 ที่อัตราการขยายตัวอยู่ในระดับที่สูง เนื่องจากฐานที่ต่ำในปี 2554 จากผลกระทบของปัญหาอุทกภัยครั้งใหญ่ (เศรษฐกิจไทยไตรมาส 4/2554 หดตัวร้อยละ 8.9) เศรษฐกิจไทยในปี 2555 จะขยายตัวในอัตราประมาณร้อยละ 2.53 ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยและระดับตามศักยภาพที่กล่าวถึงข้างต้น

การที่เศรษฐกิจไทยในปี 2555 มีการขยายตัวในระดับที่ต่ำกว่าปกตินี้มาจาก 2 สาเหตุ ได้แก่ ประการแรก ในช่วงไตรมาสแรกและต้นไตรมาส 2 ผลกระทบจากปัญหาอุทกภัยยังคงมีอยู่ต่อเนื่อง เพราะโรงงานที่เป็นฐานการผลิตที่สำคัญของอุตสาหกรรมรถยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ ยังไม่สามารถฟื้นฟูการผลิตได้อย่างเต็มที่ ประการที่สอง ในช่วงปลายไตรมาส 2 ถึงไตรมาส 3 ปัญหาเศรษฐกิจโลกโดยเฉพาะปัญหาหนี้สาธารณะในยุโรปซึ่งรุนแรงและมีผลต่อความเสี่ยงต่อการล้มละลายของหลายๆ ประเทศในยุโรปใต้ ส่งผลให้มูลค่าการค้าโลกชะลอตัวลง ตลอดจนมีผลต่อการส่งออกของทุกประเทศในโลก รวมถึงประเทศในกลุ่มเอเชีย ดังนั้น การส่งออกซึ่งเป็นปัจจัยผลักดันหลักของเศรษฐกิจไทยมาโดยตลอดจึงประสบปัญหา โดยคาดว่ามูลค่าการส่งออกสินค้าปี 2555 ในรูปเหรียญสหรัฐจะขยายตัวเพียงร้อยละ 4 เท่านั้น ซึ่งหากไม่นับในช่วงไตรมาส 4 ที่การขยายตัวจะอยู่ในอัตราที่สูง เนื่องจากฐานที่ต่ำในปี 2554 ช่วงที่เกิดปัญหาอุทกภัย การส่งออกของไทยจะอยู่ในภาวะหดตัว

ถึงแม้ว่าการส่งออกสินค้าในปี 2555 จะอยู่ในภาวะหดตัว แต่การส่งออกรวมยังคงขยายตัวได้ เนื่องจากปัจจัยสำคัญ คือ การขยายตัวของการท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคเอเชีย โดยคาดว่าปริมาณการส่งออกสินค้าและบริการรวมในปี 2555 จะขยายตัวประมาณร้อยละ 3.1 นอกจากนี้ ปัจจัยการขยายตัวปี 2555 ที่สำคัญมาจากการใช้จ่ายภายในประเทศทั้งในด้านการบริโภคและการลงทุน โดยได้รับแรงส่งที่สำคัญจากนโยบายการคลังและการเงิน โดยคาดว่าการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนจะขยายตัวร้อยละ 6.1 และ 14.6 ตามลำดับ

สำหรับในปี 2556 ผลกระทบจากฐานที่ต่ำในปีก่อนหน้าจากเหตุการณ์ที่ผิดปกติจะมีผลน้อยมากต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และการใช้จ่ายภายในประเทศจะมีข้อจำกัดจากนโยบายการคลังและการเงิน ดังนั้น หลายฝ่ายจึงคาดว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปี 2556 โดยรวมจะลดลง และจะยังคงอยู่ในระดับต่ำกว่าผลผลิตตามศักยภาพ เช่น ธปท.คาดการณ์ว่าปี 2556 เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวร้อยละ 4.6

ทั้งนี้ จากการพยากรณ์โดย NIDA Macro Model ผมคาดการณ์ว่า ในปี 2556 เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวในระดับร้อยละ 5.2 โดยสาเหตุสำคัญมาจากการขยายตัวของการส่งออกที่คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นตามการคลี่คลายของเศรษฐกิจโลก เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐในช่วงเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา มีสัญญาณการปรับตัวที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน ถึงแม้ว่าจะมีความกังวลเรื่องปัญหาทางการคลังที่เรียกว่า Fiscal Cliff อยู่ แต่ปัจจัยเหล่านี้เป็นปัจจัยที่สามารถคลี่คลายได้จากการประนีประนอมทางการเมือง ดังนั้น ผลกระทบของปัญหานี้จึงไม่น่าจะสูงเหมือนกับปัญหาหนี้ในยุโรปเมื่อปีที่แล้ว นอกจากนี้ เมื่อเหตุการณ์ต่างๆ เริ่มคลี่คลาย คำสั่งซื้อที่เคยชะลอตัวในครึ่งหลังของปี 2555 จะเริ่มปรับตัวขึ้นมา โดยลักษณะดังกล่าวมีความคล้ายคลึงกับภาวะในปี 2552 หรือที่เรียกว่า “การปรับระดับสินค้าคงคลัง (Inventory Adjustment)” ซึ่งมีผลให้มูลค่าการค้าโลกในปี 2552 ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจากปี 2551

ด้านปัจจัยจากภาวะเงินเฟ้อ คาดว่าในปี 2556 ระดับเงินเฟ้อจะอยู่ในระดับร้อยละ 3.1 ซึ่งใกล้เคียงกับปี 2555 (ร้อยละ 3) แต่ปัจจัยที่น่าเป็นห่วง คือ ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกน่าจะมีความผันผวนมาก โดยเฉพาะหากเศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มฟื้นตัวจริง ซึ่งหากในช่วงครึ่งหลังของปี 2556 ราคาน้ำมันดิบดูไบปรับตัวสูงขึ้นถึง 120-130 เหรียญสหรัฐ จะส่งผลต่อความเสี่ยงของภาวะเงินเฟ้อที่อาจสูงกว่าที่คาดการณ์ได้ สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาทในปี 2556 คาดว่าค่าเงินบาทจะมีทิศทางที่ไม่แข็งตัวเพิ่มขึ้นจากในช่วงปลายปี 2555 ที่ผ่านมา และมีแนวโน้มปรับตัวอ่อนค่าลงในช่วงครึ่งหลังของปี โดยคาดว่าค่าเงินบาทในช่วงไตรมาส 3 และไตรมาส 4 จะอยู่ที่ระดับประมาณ 31-31.3 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

เนื่องจากระดับการขยายตัวในปี 2556 คาดว่าจะอยู่ในระดับใกล้เคียงกับระดับการขยายตัวตามศักยภาพและเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับเป้าหมาย ดังนั้น คาดว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายการเงินน่าจะทรงตัวอยู่ที่ร้อยละ 2.75 โดยมีโอกาสปรับขึ้นได้เล็กน้อยในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2556 และช่วงที่น่าจะเห็นการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยนโยบายการเงินน่าจะอยู่ในช่วงต้นปี 2557

สำหรับผู้ที่สนใจรายละเอียดเกี่ยวกับการพยากรณ์และแนวโน้มเศรษฐกิจมหภาค รวมถึง Link อัพเดตบทวิเคราะห์เศรษฐกิจมหภาคที่สำคัญของหน่วยงานต่างๆ จะอยู่ในเว็บไซต์ www.forecast.nida.ac.th

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท