
ขอจุดประกายจริยธรรม "หมอตัวรัก" เปิดใจถอนตัวพ้นช่อง 3
ภายหลังการออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่าขอถอนตัวยุติบทบาทจากการเป็นวิทยากรรายการ “ชูรัก ชูรส”
ภายหลังการออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่าขอถอนตัวยุติบทบาทจากการเป็นวิทยากรรายการ “ชูรัก ชูรส”
โดย...อลิสษา ทองขาว
ที่ออกอากาศทางโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ของ นพ.กัมปนาท ตันสิถบุตรกุล จิตแพทย์ประจำโรงพยาบาลสมิติเวช เมื่อคืนวันที่ 5 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยระบุว่าได้ถอนตัวหลังจากการสั่งระงับการออกอากาศละครเรื่องเหนือเมฆ 2
นพ.กัมปนาท ให้เหตุผลผ่านข้อความในเฟซบุ๊กส่วนหนึ่งว่า
“ผมไม่สามารถยอมรับได้ ณ ปัจจุบัน ในความคิดเห็นของผม ไทยทีวีสีช่อง 3 มีผู้บริหารที่ขาดศักดิ์ศรีของความเป็นสื่อมวลชนอย่างสิ้นเชิงแล้ว ดังที่เห็นในตัวอย่างที่ไม่ดีเกิดขึ้นมากมาย แต่ทางสถานีก็มีข้ออ้างทุกประการเพียงเพื่อรักษาผลประโยชน์ของตนเองเท่านั้น
ในฐานะที่ผมเป็นจิตแพทย์ที่ได้รับการอบรมสั่งสอนจากครูบาอาจารย์ทางด้านจิตเวชศาสตร์ เพื่อให้พวกเราดำรงตน เพื่อคุณงามความดีของบ้านเมืองเรา ดังนั้นผมจึงถือว่าไม่ควรเอาตัวเองเข้าไปเกี่ยวข้องกับสถานีไทยทีวีสีช่อง 3 อีกต่อไป”
กรณีดังกล่าวส่งผลให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้างและมีการส่งต่อข้อความดังกล่าวในสังคมออนไลน์อย่างกว้างขวาง
นพ.กัมปนาท ยืนยันว่าถอนตัวด้วยเหตุผลดังกล่าวจริง พร้อมกับอธิบายว่า
“สิ่งที่หมอทำเป็นการจุดประกายเล็กๆ เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงการปฏิเสธสิ่งที่ไร้คุณธรรมและจริยธรรมที่เกิดขึ้นกับช่อง ซึ่งล้วนเป็นความคิดเห็นส่วนตัว เพราะเห็นว่าละครเป็นตัวช่วยในการสอนคุณธรรมจริยธรรมที่เกิดขึ้นในสังคม โดยเฉพาะเยาวชน” นพ.กัมปนาท ระบุ
นอกจากเหตุผลดังกล่าวแล้ว ยังรวมไปถึงประเด็นที่สะสมมานาน โดยส่วนตัวไม่ได้เอ็นจอยกับการทำงานร่วมกับช่อง 3 นัก
“แต่ก่อนก็ยอมรับว่าเป็นคนหนึ่งที่ติดตามผลงานละครของช่อง แต่ด้วยกาลเวลาที่เปลี่ยนแปลงไป ในช่วงหลังๆ ความเป็นทุนนิยมภายในช่องมีมากเกินไป เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนโดยไม่สนใจเรื่องผลกระทบต่อสังคมนัก ส่วนหนึ่งผู้จัดละครก็มีส่วน ในที่นี้ผมไม่ได้หมายถึงคุณนก สินจัย แต่กำลังหมายถึงผู้จัดบางท่านที่ชอบเอาบทประพันธ์ประเภทตบตีมาทำเป็นละคร” นพ.กัมปนาท กล่าว
จิตแพทย์ผู้นี้ ยกตัวอย่างตอนที่มีละครเนื้อหารุนแรงเรื่องดอกส้มสีทอง พอมีกระแสข่าวต่อต้านมากเข้า ผู้จัดก็นำกระเช้าดอกไม้เข้าพบรัฐมนตรีวัฒนธรรม ซึ่งก็เห็นอยู่ชัดๆ ว่าการทำงานของหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องเองก็ไม่มีประสิทธิภาพ พอตอนจบของละครก็นำเอาคำสอนของท่าน ว.วชิรเมธี มาเป็นประโยคปิดท้ายละครตอนจบเหมือนเป็นการตบหน้าคนดู
นอกจากนี้ ก็มีละครเรื่อง แรงเงา ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นบทประพันธ์ที่ดี มีหลักจิตวิทยาเยอะสอดแทรกสาระไว้อย่างดีมาก แต่ผู้เขียนบทโทรทัศน์ก็นำมาดัดแปลงให้มีความรุนแรงมากจนเกินไป ทางช่องเองก็สนับสนุนเพราะเห็นว่าเนื้อหาดังกล่าวเป็นการสร้างเรตติ้งให้กับช่องอย่างมาก สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นล้วนสะสมเรื่อยมา
นอกจากเหตุผลดังกล่าวแล้ว ในแง่การทำงานด้านจิตเวช คุณหมอยืนยันว่า จำเป็นจะต้องให้ความสำคัญด้านคุณธรรมจริยธรรม “ละคร” ถือเป็นช่องทางหนึ่งที่สามารถเป็นเครื่องมือในการอบรมสั่งสอนลูกของพ่อแม่ผู้ปกครองได้ ขณะที่การมอบรางวัลให้แก่ละครที่มีฉากตบตี มีบทรุนแรงก็เสมือนเป็นการส่งเสริมและตอกย้ำความรุนแรงที่เกิดขึ้นในสังคม
“การทำงานไม่ว่าจะเป็นสายอาชีพใด ควรดำรงไว้ซึ่งคุณธรรมและจริยธรรม ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ หรือสื่อมวลชน แต่การกระทำของช่อง 3 นั้นไร้คุณธรรมและจริยธรรม ต่างทำเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ เพื่อให้ธุรกิจยืนหยัดอยู่ได้” นพ.กัมปนาท กล่าว
ส่วนประเด็นเรื่องการเมืองและการออกมาแถลงข่าวของผู้จัดว่าละครเรื่องเหนือเมฆ 2 ขัดต่อ พ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 ตามมาตรา 37 นพ.กัมปนาท กล่าวว่า โดยส่วนตัวแล้วยังไม่เห็นว่าละครเรื่องนี้มีเนื้อหาขัดต่อมาตราดังกล่าวแต่อย่างใด และเห็นด้วยกับการออกมาแถลงข่าวของสุภิญญา กลางณรงค์ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ว่าหากเห็นว่าละครที่มีเนื้อหาตบตีแย่งชิงผิดต่อ พ.ร.บ.ฯ ตามมาตรา 37 ก็ต้องแบนละครที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกันให้หมด







