
ยิ่งลักษณ์คิดบวก จำนำข้าว-ค่าแรง-รถคันแรก ยกคุณภาพชีวิต
ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ปี 2556 อยากให้เป็นปีของการคิดบวก ท่ามกลางบรรยากาศการหาทางออกให้ประเทศ การแก้ปัญหาที่มีความยุ่งยาก เพราะหลายเรื่องพบว่าเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น ระบอบประชาธิปไตย วันนี้จึงถอยกลับมาคุยให้เข้าใจตรงกันในเรื่องที่มาของสาเหตุ แต่ไม่ใช่ค้นหาเพื่อให้เกิดความแตกแยกไม่อย่างนั้นประเทศก็วนไปแบบนี้ไม่มีทางจบ
ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ปี 2556 อยากให้เป็นปีของการคิดบวก ท่ามกลางบรรยากาศการหาทางออกให้ประเทศ การแก้ปัญหาที่มีความยุ่งยาก เพราะหลายเรื่องพบว่าเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น ระบอบประชาธิปไตย วันนี้จึงถอยกลับมาคุยให้เข้าใจตรงกันในเรื่องที่มาของสาเหตุ แต่ไม่ใช่ค้นหาเพื่อให้เกิดความแตกแยกไม่อย่างนั้นประเทศก็วนไปแบบนี้ไม่มีทางจบ
วันนี้เศรษฐกิจเริ่มพลิกฟื้นในไตรมาส 3 และ 4 ก็คาดว่าปลายปีนี้ เศรษฐกิจน่าจะโตเฉลี่ย 5.5% ซึ่งนโยบายของพรรคเพื่อไทย ไม่ว่ากี่ปี จะยึดหลัก 3 ข้อ คือ สร้างรายได้ ลดค่าใช้จ่าย ขยายโอกาส ต้องสร้างรายได้เพื่อให้เกิดการกระตุ้น หมุนเวียน ไม่ใช่การแจกเงิน
“อย่างโครงการรับจำนำข้าว ค่าแรง 300 บาท คือการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน หลายท่านอาจมองว่าทำไมจึงเสนอนโยบายนี้ก็ขอบอกว่า เพื่อทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น ในเดือน พ.ย.หลังผ่านครึ่งปีจะเห็นได้ว่าหลายอย่างดีขึ้นที่บอกตัวเลขส่งออกลดลง แต่ในเดือน พ.ย.จะเห็นได้ว่าหลายอย่างตัวเลขการส่งออกดีขึ้น เช่น อุตสาหกรรมฮาร์ดดิสก์ วันนี้กลับฟื้นตัวหมดแล้วจะส่งผลให้เศรษฐกิจไตรมาสแรกและ 2 น่าจะดี”
สำหรับนโยบายรถยนต์คันแรกนั้นคือ อยากเห็นวงจรของเศรษฐกิจทั้งระบบมีการขับเคลื่อนตั้งแต่การนำเข้า การนำอุปกรณ์ไปผลิต สิ่งที่ได้รับแน่ๆ คือคุณภาพชีวิตดีขึ้น ด้วยจำนวนรถที่จองในโครงการ 1.2 ล้านคัน ส่งมอบไปแล้ว 35% เศรษฐกิจจะเริ่มกลับมาแต่ก็ต้องมีการปรับโครงสร้างพื้นฐานเรื่องการแก้ปัญหาจราจรต้องทำทั้งระบบไม่ได้มองแค่กรุงเทพฯ และปริมณฑล
ยิ่งลักษณ์ กล่าวอีกว่า ตอนนี้พบว่าการลงทุนของภาคเอกชนก็ดีขึ้นเพิ่มสูงขึ้น กำลังซื้อเริ่มกลับมา ประชาชนเริ่มลืมตาอ้าปากได้และต่อไปจะต้องมีการปรับสมดุลของประเทศหลายอย่าง เช่น สมดุลเศรษฐกิจ วันนี้ตัวเลขการว่างงานไม่สูงมากส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาจบใหม่ ที่ไม่ใช่พวกสายอาชีวะที่ตลาดแรงงานต้องการแต่ขาดแคลน
“เรื่องค่าแรง 300 บาท รัฐบาลก็มีมาตรการดูแลช่วยเหลือ SME ต่อไปนี้รัฐบาลจะบูรณาการ ดูแลประชาชนกันตั้งแต่ครรภ์มารดาจนถึงผู้สูงอายุ โดยการบูรณาการ การทำงานของหลายหน่วยงานที่จะเป็นด่านหน้าในการช่วยเหลือประชาชนที่ต้องการการดูแล ซึ่งการทำต้องลงไปถึงระดับจังหวัดจะมีการพูดคุยกับจังหวัดมากขึ้น เน้นการเชื่อมโลจิสติกส์จะทำเป็นยุทธศาสตร์จังหวัดไประดับภาคและระดับประเทศ”
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปีนี้เป็นการปรับสมดุลเพื่อตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ประเทศที่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง ในปี 2556 ดูเหมือนงานจะเข้าที่ แต่ภาระรัฐบาลยังคงเดิม คือการแก้ปัญหาที่มีอยู่ โดยเฉพาะการวางโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ เพื่อหาทางออกให้ประเทศ เพื่อจะได้บันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ว่าพรรคเพื่อไทยได้ร่วมกันปรับปรุงระเบียบต่างๆ ให้นโยบายต่างๆ ดำเนินไปได้อย่างราบรื่น คิดว่าทุกเสาหลักต่างคนต่างต้องทำงานกันแต่ต้องมีการถ่วงดุลกัน







