posttoday
คิดให้ครบถ้วน

คิดให้ครบถ้วน

06 มกราคม 2556

วันที่ 8 ม.ค.นี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะหยิบยกเรื่องผลกระทบของการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาททั่วประเทศ

วันที่ 8 ม.ค.นี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะหยิบยกเรื่องผลกระทบของการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาททั่วประเทศ

และมีมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ โดยเฉพาะธุรกิจเอสเอ็มอีออกมา โดยจะพิจารณาข้อมูลส่วนหนึ่งจากข้อเสนอของภาคเอกชน

ขณะนี้ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายต่างจับตาอย่างใกล้ชิดว่า ผลการหารือของครม.จะออกอะไรเป็นรูปเป็นร่างหรือไม่ และช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกอบการได้มากน้อยแค่ไหน จะช่วยลดตัวเลขบริษัทปิดกิจการ รวมถึงการตกงานลงได้เพียงใด

ครม.น่าจะใช้เวทีนี้ในการหารือและแก้ปัญหาเรื่องสารพัดแรงงาน รวมถึงหาทางช่วยเหลือผู้ประกอบการทุกระดับ ไม่ควรเลือกอุ้มเฉพาะเอสเอ็มอีเท่านั้น เพราะค่าจ้างงานที่เพิ่มขึ้นมาส่งผลต่อเนื่องถึงต้นทุนผลิตสินค้าตัวอื่นๆ ด้วย สร้างภาระให้กับผู้ประกอบการทุกคน รวมถึงประชาชนทั่วไป

นอกจากนี้ ครม.ควรจะคิดถึงหลักเกณฑ์ เงื่อนไขในการตั้งราคางานประมูลของภาครัฐ ว่าควรจะเปลี่ยนแปลงให้สอดรับกับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นหรือไม่ อย่าปฏิเสธเรื่องต้นทุนในการทำธุรกิจเพิ่มขึ้นเลย

แต่การหารือของ ครม.ยังไม่ทันจะเริ่มต้นเลย “นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง” รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ก็กล่าวในรายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน เมื่อวันเสาร์ที่ 5 ม.ค.ที่ผ่านมา ว่า รัฐบาลจะไม่เข้าไปสนับสนุนเงินช่วยเหลือ แต่จะสร้างการเข้าถึงแหล่งสินเชื่อ เงินค้ำประกัน และมาตรการช่วยเหลือทางภาษี คือ ลดผลกระทบด้านต้นทุนค่าใช้จ่าย เพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการ เพิ่มรายได้แก่ผู้ประกอบการ และการช่วยเหลือสภาพคล่อง

ทั้งนายกิตติรัตน์ และนายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ รมว.แรงงาน คุยแต่เรื่องข้อดีของการปรับขึ้นค่าจ้างว่าจะทำให้ชีวิตของแรงงานจะดีขึ้น กำลังซื้อจะเพิ่มขึ้นตามมา และส่งผลถึงเศรษฐกิจของประเทศเติบโตขึ้น

แต่ทั้งสองคนไม่ได้พูดถึงว่าจะช่วยเหลือแรงงานอีกส่วนหนึ่งที่ตกงานแล้ว หรือกำลังจะไม่มีงานทำอย่างไรบ้าง แม้ว่าจะมีเงินประกันสังคมมาประทังชีวิตจำนวนหนึ่งก็ตาม แต่ยืนระยะยาวไม่ได้

และจะทำอย่างไรกับกิจการที่อ้างเหตุผลค่าจ้างที่ปรับขึ้นทำให้ธุรกิจไปไม่รอดแล้วลอยแพพนักงาน ทั้งๆ ที่รู้กันอยู่ว่าบริษัทที่ชิงปิดบริษัทก่อนสิ้นปี 2555 หรือเพิ่งเริ่มใช้ค่าจ้าง 300 บาทมาไม่ถึงสัปดาห์ก็พับเสื่อปิดบริษัท ล้วนแล้วแต่อยู่ในอุตสาหกรรมที่ไม่มีอนาคต แล้วผู้บริหารปรับตัวไม่ทัน

ขอเถอะ เจ้าของกิจการอย่าใช้แรงงานเป็นตัวประกันในการเอาตัวรอดอีกต่อไปเลย และหากตัดสินใจปิดบริษัทแล้วก็ควรจะรับผิดชอบจ่ายเงินชดเชยให้กับพนักงานทุกคนด้วย

และเราขอให้ที่ประชุม ครม.ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นตามมาจากค่าจ้าง 300 บาทต่อวันอย่างจริงจัง งานนี้เจ้ากระทรวงทุกคนจะต้องระดมสมองว่า งานในส่วนที่รับผิดชอบจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนกันได้อย่างไรบ้าง ปัญหานี้ไม่ใช่หน้าที่หรือภาระของ “นายกิตติรัตน์” แต่เพียงผู้เดียว และควรหยิบยกผลกระทบกับทุกภาคส่วน เพราะไม่ใช่ว่าธุรกิจขนาดใหญ่จะไม่เดือดร้อน

รมว.แรงงาน จะต้องแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน โดยเฉพาะที่เกิดกับรับเหมาก่อสร้าง งานทั้งภาครัฐและเอกชนมีมากในปีนี้ จะไม่เกิดประโยชน์เลยหากไม่มีคนทำงาน หากไม่ช่วยกันแก้ปัญหานี้อย่างตรงจุดและทันเวลาแล้ว ประเทศไทยอาจจะต้องเผชิญกับเศรษฐกิจโตได้ไม่ถึงฝันที่วาดไว้ 5.5% ก็เป็นไปได้สูง

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท