
เดินหน้านโยบายละลายพฤติกรรม
แม้ชาวบ้านจะเริ่มถูกใจนโยบายของรัฐบาล แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะ “ตีฐานเสียง” ได้ ถ้ายุบสภาวันนี้ โอกาสที่รัฐบาลจะไม่ได้กลับมาก็ยังคงริบหรี่
แม้ชาวบ้านจะเริ่มถูกใจนโยบายของรัฐบาล แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะ “ตีฐานเสียง” ได้ ถ้ายุบสภาวันนี้ โอกาสที่รัฐบาลจะไม่ได้กลับมาก็ยังคงริบหรี่
โดย...ทีมข่าวการเงิน
แม้รัฐบาลจะบริหารงาน “ไม่คล่องตัว” ในช่วงที่มีม็อบกลุ่มคนเสื้อแดงตลอด 18 วันที่ผ่านมา
ทำให้ในช่วงเดือน มี.ค. การแก้ปัญหาเศรษฐกิจต้องหยุดชะงัก
ขณะที่เส้นเลือดใหญ่ทางธุรกิจในกรุงเทพฯ ต้องอยู่ในภาวะ “อัมพาต” เป็นระยะๆ
แต่ล่าสุดดูเหมือนว่ารัฐบาลจะเริ่ม “ตั้งหลัก” ได้ และเริ่มเดินเครื่องการใช้เศรษฐกิจนำการเมืองอีกครั้ง
นำร่องโดย กรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ที่เพิ่งไปลุยการแก้ปัญหาหนี้ให้กับคนใน จ.สุโขทัย และพิษณุโลก
โดยนโยบายหลักที่ใช้เป็น “อาวุธ” คือ ประกันรายได้เกษตรกรและแก้หนี้นอกระบบเข้าสู่ระบบ
แต่การลงพื้นที่ของรัฐบาลไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เพราะมีคำสั่งให้ สส. และกลุ่มคนเสื้อแดงในอีสานและเหนือสกัดการ “รุกคืบ” ของรัฐบาล
ด้าน จรรยงค์ สุวรรณศรี ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สาขาอำเภออาจสามารถ จ.ร้อยเอ็ด มองว่า นโยบายการประกันรายได้ดีกว่าการจำนำ เพราะรัฐบาลใช้เงินแค่ 3-4 หมื่นล้านบาทในการจ่ายตรงถึงมือประชาชน ซึ่งคนอีสานพอใจ ขณะที่การรับจำนำต้องใช้เงินถึงแสนล้านบาท แต่ข้อเท็จจริงก็คือมีการทุจริต เวียนเทียนข้าวกลายเป็นจุดอ่อนจุดรั่วไหลของโครงการที่ใช้งบประมาณมหาศาล
จรรยงค์ กล่าวว่า สาเหตุที่ชาวบ้านในพื้นที่พอใจ เพราะหลังจากเกษตรกรมาขึ้นทะเบียนแล้ว ก็มีการเชื่อมข้อมูลไปยังกรมส่งเสริมการเกษตรอย่างรวดเร็ว และประชาคมชาวบ้านตัดสินใจเลือกช่วงเวลาในการใช้สิทธิรับเงินประกันรายได้ที่ถูกต้อง ทำให้เงินสะพัดในพื้นที่มาก
สำหรับการแก้หนี้นอกระบบของ อ.อาจสามารถ นั้น ธ.ก.ส. ได้คุยกับเกษตรกรไปแล้ว 800-900 ราย หลังจากนี้ก็จะเริ่มพิจารณาเรื่องการจ่ายเงิน ชาวบ้านส่วนใหญ่พอใจนโยบายแก้หนี้นอกระบบ เพราะสามารถลดภาระหนี้ได้มาก จากดอกเบี้ยตั้งแต่ 5-20% ต่อเดือน มาอยู่ในระบบที่ดอกเบี้ยถูกกว่ามาก แต่ความเสี่ยงจะกลับมาที่ธนาคารรัฐ อาจเกิดหนี้เสียบ้าง
ปัญหาที่พบคือ 1.เรื่องหนี้เทียมหรือไม่ ซึ่งพิสูจน์ยาก
2.ครัวเรือนเดียวกันมีการแยกกันแจ้งเป็นหนี้ 3.นายทุนฮั้วกับลูกหนี้ แจ้งตัวเลขสูงเกินจริง 4.นายทุนไม่ให้ความร่วมมือ 5.ชาวบ้านเป็นหนี้เกินตัว ทั้งหนี้ ธ.ก.ส. หนี้สหกรณ์ หนี้กองทุนหมู่บ้าน เกิดจากลัทธิบริโภคนิยม ทั้งซื้อรถยนต์ สิ่งอำนวยความสะดวก ส่งลูกหลานไปเรียนหนังสือ สุดท้ายก็กลายเป็นปัญหาสังคม
จรรยงค์ ยอมรับว่า นโยบายแก้หนี้ของรัฐบาลก่อนหน้านี้ ปรากฏในภายหลังว่าชาวบ้านที่เอาเงินไปชำระหนี้คืนไม่ถึง 50% และนโยบายแก้หนี้นอกระบบที่รัฐบาลเดิมเคยทำไว้ ก็ปรากฏว่าลูกหนี้กลายเป็นหนี้นอกระบบใหม่
นอกจากนี้ ยังพบว่า ธ.ก.ส. เคยใช้เงิน 100 ล้านบาท เพื่อเสริมโครงการพักหนี้ เช่น การอบรมสัจธรรมชีวิต ออมไม่อด จดไม่จน หรือปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงก็ตาม ถามว่าใหม่ๆ ก็มีการจุดประกายดี พอกลับไปที่สังคมตัวเอง ก็ถูกกลืน กลับไปปฏิบัติตัวเหมือนเดิมอีก
“เหมือนโซ่ที่ไร้ปลาย กลายเป็นวัฏจักรเหมือนเดิม” จรรยงค์ กล่าว
วิชิต แก้วกอ ผู้จัดการ ธ.ก.ส. สาขาเสนานิคม จ.อำนาจเจริญ กล่าวว่า โครงการประกันรายได้ ถือว่ามีความพร้อมมากๆ และปีนี้ราคาข้าวในพื้นที่ดีมาก เกษตรกรได้รับเงินส่วนต่างที่รัฐบาลชดเชยรายได้ให้ 1,500-2,000 บาทต่อตัน แล้วแต่ช่วงเวลาที่เกษตรกรเลือกจะใช้สิทธิเอาไว้
“ถือว่าเป็นปีที่ผลผลิตก็ดี ราคาก็ดี ในพื้นที่แทบจะไม่มีปัญหาเรื่องน้ำด้วยซ้ำ” วิชิต กล่าว
ส่วนการเจรจาแก้ปัญหาหนี้นอกระบบเสร็จแล้วกว่า 200 ราย และเริ่มปล่อยสินเชื่อไปแล้ว 7 ราย เป็นเงิน 3.5 แสนบาท ส่วนที่เกิน 5หมื่นบาท ต้องรออำเภอดำเนินการ
ส่วนใหญ่ชาวบ้านพอใจในขั้นตอนเจรจา แต่ในขั้นตอนการจ่ายเงิน ธ.ก.ส. จะต้องพิจารณาเรื่องรายได้ของชาวบ้านเป็นรายคน เพราะชาวบ้านคิดว่ารัฐจะยกหนี้ให้
พงษ์พัฒน์ ธีรกุล ผู้จัดการ ธ.ก.ส. สาขาธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด กล่าวว่า นโยบายการประกันรายได้เกษตรกร ได้รับการตอบรับดีจากคนในพื้นที่
ยกเว้นบางครั้งที่ราคาอ้างอิงสูงกว่าราคาประกัน ทำให้เกษตรกรไม่ได้เงิน ทำให้หลังสุดคณะรัฐมนตรีต้องมีการผ่อนปรนเงื่อนไขบ้าง ชาวบ้านก็กลับมาพอใจอีกครั้ง
“คิดว่าเกษตรกรบางส่วนยังเข้าใจน้อยมาก โดยเอาเงินเป็นตัวตั้ง” พงษ์พัฒน์ กล่าว
ส่วนเรื่องการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบในส่วนไม่เกิน 5 หมื่นบาท โดยธนาคารรัฐแต่ละแห่งก็เดินหน้าแก้ปัญหาอยู่ ส่วนหนี้ที่เกิน 5 หมื่น-2 แสนบาท ตอนนี้อยู่ระหว่างการประนอมหนี้
ปัญหาคือ เมื่อพนักงาน ธ.ก.ส. ไปแล้วลูกหนี้ไม่อยู่บ้าน เพราะเจ้าหนี้และลูกหนี้ต้องมาเจรจาพร้อมกัน
อีกทั้งบางคนอยากได้อย่างเดียว พออธิบายว่าไม่ใช่เงินที่รัฐให้ฟรีก็จะโวยวาย
“แต่ส่วนใหญ่แล้วชาวบ้านพอใจ เพราะได้ลดดอกเบี้ย จากเดิมขั้นต่ำที่จ่ายให้เจ้าหนี้นอกระบบ 3% ต่อเดือนขึ้นไป ก็เหลือแค่ 1%” ผู้จัดการ ธ.ก.ส. สาขาธวัชบุรี กล่าว
จากนี้คงต้องติดตามการใช้นโยบาย ทะลุทะลวงถิ่นเสื้อแดงของรัฐบาลว่าจะสำเร็จหรือไม่
แม้ชาวบ้านจะเริ่มถูกใจนโยบายของรัฐบาล แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะ “ตีฐานเสียง” ได้
ถ้ายุบสภาวันนี้ โอกาสที่รัฐบาลจะไม่ได้กลับมาก็ยังคงริบหรี่!!!







