
ชี้ดีเอสไอแจ้งข้อหากทม.เป็นการเมือง
รองโฆษกปชป. ชี้ ดีเอสไอ แจ้งข้อกล่าวหา กทม.คดี บีทีเอส เป็นประเด็นการเมือง ยันสัญญาบีทีเอสส่วนต่อขยาย ยันกทม.ทำถูกต้อง
รองโฆษกปชป. ชี้ ดีเอสไอ แจ้งข้อกล่าวหา กทม.คดี บีทีเอส เป็นประเด็นการเมือง ยันสัญญาบีทีเอสส่วนต่อขยาย ยันกทม.ทำถูกต้อง
นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เชื่อว่าการที่กรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ เตรียมแจ้งข้อกล่าวหาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ในคดีขยายส่วนต่อรถไฟฟ้า เป็นการสร้างประเด็นทางการเมือง เช่นเดียวกับกรณีที่กระทรวงกลาโหมดำเนินการถอดยศนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โดยเชื่อว่าจากนี้จะมีการดำเนินคดีอื่นๆกับ กทม.อีก
ทั้งนี้โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ยืนยันว่าการดำเนินการขยายส่วนต่อรถไฟฟ้าไม่ใช่การต่อสัมปทาน แต่เป็นการสัญญาเดินรถและการให้บริการเท่านั้น ซึ่งทางกรุงเทพมหานครได้ตรวจสอบข้อกฎหมายอย่างรอบคอบแล้วว่าการทำสัญญาไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นไปตามกฏหมายมาตรา 281และ283 ว่าด้วยเรื่องการปกครองส่วนท้องถิ่น
“ขอเรียนไปยัง นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย ให้ทบทวนเรื่องการยกเลิกสัญญาที่กทม.ทำไว้ เพราะทุกวันนี้มีคนใช้รถไฟฟ้าในช่วงส่วนต่อขยายที่ขยายออกไปทั้ง 2 ฟาก จะมีคนได้ประโยชน์ ประมาณ 3 แสนคน เพราะฉะนั้นกระบวนการใดๆก็ตามที่ทำลงไปแล้ว เป็นผลให้เกิดการกลั่นแกล้งทางการเมืองหรือ ดิสเครดิตทางการเมือง ถ้าผลที่เกิดขึ้นไปกระทบประชาชน ผมคิดว่านายจารุพงศ์ หรือใครก็ตามที่มีอำนาจเหนือ ดีเอสไอ ต้องกลับไปคิดประเด็นนี้ ทั้งนี้ตำแหน่งผู้ว่ากทม.และรองผู้ว่ากทม.ถือเป็นตำแหน่งทางการเมือง ดังนั้นในประเด็นนี้ ทางกทม.จะเร่งหารือกันว่า ควรจะต้องไปรับทราบข้อกล่าว หรือเพียงแค่การทำหนังสือชี้แจงไป ซึ่งทั้งหมดอยู่ระหว่างการหารือ” นายณัฏฐ์ กล่าว







