posttoday
รวบบังบอยวิ่งราวทรัพย์โชกโชน

รวบบังบอยวิ่งราวทรัพย์โชกโชน

04 มกราคม 2556

บก.น. 4 รวบ “บังบอย” ก่อคดีวิ่งราวทรัพย์โชกโชน – 2 ผัวเมียหนีหนี้ปล่อยเงินกู้นาน 7 ปี

บก.น. 4 รวบ “บังบอย” ก่อคดีวิ่งราวทรัพย์โชกโชน – 2 ผัวเมียหนีหนี้ปล่อยเงินกู้นาน 7  ปี

ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูป ผบช.น. พล.ต.ต.นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 4 (ผบก.น.4) พ.ต.อ.สาโรจน์ ซุ่นทรัพย์  รองผบก.น.4 พ.ต.อ.วิทวัฒน์ ชินคำ ผกก.สน.ลาดพร้าว และฝ่ายสืบสวนสน.ลาดพร้าว แถลงข่าวผลการจับกุมตัวผู้ต้องหาคดีวิ่งราวทรัพย์และคดีฉ้อโกงประชาชน รวม 2 คดี ดคีแรก จับกุมตัวนายพรชิด หรือบังบอย เลยยัพ อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 18/1 หมู่ 10 ต.ท่าไม้ อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ พร้อมของกลาง บัตรเอทีเอ็มของธนาคารต่างๆ 73 ใบ บัตรประชาชน 5 ใบ กระเป๋าสตางค์ 45 ใบ กระเป๋าสะพายผู้หญิง 19 ใบ เสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันก่อเหตุ หมวกกันน๊อค 1 ใบ และรถจยย.ยามาฮ่า ฟีโน่ หมายเลขทะเบียน อจต – 249 กรุงเทพมหานคร จับกุมตัวได้ที่โครงการบ้านเอื้ออาทร บางเขน อาคาร 54 ซอยเพิ่มสิน 24/1 ถนนเพิ่มสิน แขวงคลองถนน เขตสายไหม

พล.ต.ต.นัยวัฒน์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 3 ม.ค.ที่ผ่านมา นายพรชิดได้ขี่รถจยย.ยามาฮ่า ฟีโน่ หมายเลขทะเบียน อจต -249 วิ่งราวกระเป๋าสะพายของน.ส.อมรรัตน์ เบี้ยขาว บริเวณริมถนนนวมินทร์ แล้วหลบหนีไป ต่อมาฝ่ายสืบสวนได้ตรวจสอบหมายเลขทะเบียนรถจยย.ของคนร้ายจนพบว่า ผู้ครอบครองคือนายสุรเดช เลยยัพ ซึ่งพักอยู่ที่แฟลตการเคหะฯ ซอยรามคำแหง 190สอบสวนเบื้องต้นนายสุรเดชให้การว่าพี่ชายมาขอยืมรถไปใช้ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการก่อเหตุด้วย จากนั้นจึงขยายผลไปจับกุมตัวนายพรชิดที่ห้องพักบ้านเอื้ออาทร พบของกลางที่ได้มาจากการวิ่งราวทรัพย์หลายรายการ ก่อนหน้านี้นายพรชิด เคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.พระโขนง จับกุมตัวในคดีวิ่งราวทรัพย์ ถูกจำคุก 3 ปี และเพิ่งพ้นโทษออกมาเมื่อปี 2553 ก่อนจะกลับมาก่อเหตุซ้ำอีกนานกว่า 1 ปี

จากการสอบสวนนายพรชิด ให้การรับสารภาพว่า ก่อนหน้านี้เคยประกอบอาชีพขายของ แต่ก็เลิกไป จึงไม่มีเงินใช้ ก่อเหตุมาแล้วหลายครั้ง แต่ละวันที่ลงมือก่อเหตุจะเลือกช่วงเวลาสายๆ โดยขับขี่รถจยย.ของพี่ชาย ออกจากที่พักมุ่งหน้าถนนนวมินทร์ รามอินทรา ลาดพร้าว ผ่านไปหลายพื้นที่ เมื่อพบเหยื่อที่เป็นผู้หญิง เดินสะพายกระเป๋าคนเดียว ก็จะเข้าไปประกบและกระชากกระเป๋า แต่ไม่ได้ทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย ทรัพย์สินที่ได้มา เช่น โทรศัพท์มือถือ ก็นำไปตามร้ายขายมือถือทั่วไป เงินที่ได้มาก็นำไปซื้อยาบ้ามาเสพ แต่ไม่ได้ติดการพนัน

อีกคดี พ.ต.อ.วิทวัฒน์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ผ่ายสืบสวนสน.ลาดพร้าว ร่วมกันจับกุมตัวนายศิวกร วงษ์มนัส อายุ 35 ปี และนางณัฎฐา วงษ์มนัส อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 1422/48 ลงวันที่ 12 เม.ย.48 ในข้อหา “ร่วมกันกู้ยืมเงินจากผู้ให้กู้ยืมเงินเกินสิบคน ซึ่งมีจำนวนตั้งแต่ 5 ล้าน บาทขึ้นไป และตกลงว่าจะจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนให้ในอัตราที่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยสูงสุดที่สถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมจะพึงจ่ายได้”

พ.ต.อ.วิทวัฒน์ กล่าวอีกว่า สืบเนื่องจากตั้งแต่เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2546 ต่อเนื่องไปถึงวันที่ 28 ก.ย. 2547 นายศิวกรและนางณัฎฐา สองสามีภรรยา ได้ร่วมกันก่อเหตุหลอกหลวงประชาชนมาร่วมลงทุนปล่อยเงินกู้ โดยอ้างว่าจะได้ดอกเบี้ยตอบแทนสูงกว่าสถาบันการเงินต่างๆ ทำให้มีคนหลงเชื่อนำเงินมาร่วมลงทุนประมาณ 5 ล้านบาท จากนั้นทั้งสองคนได้หลบหนีไปอยู่ที่ จ.หนองคาย กระทั่งเมื่อวันที่ 3 ม.ค. ได้สืบทราบว่าผู้ต้องหาพักอยู่ที่จันทร์แพง ในตัวเมือง จ.หนองคาย จึงนำกำลังไปจับกุมตัว ซึ่งผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนสน.ลาดพร้าว ดำเนินคดีต่อไป

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท