
บทเรียน
ยูเอสเอทูเดย์ สื่อชื่อดังในสหรัฐ เผย 4 บทเรียนสำคัญจากการเจรจาแผนหลีกเลี่ยงหน้าผาการคลัง หรือฟิสคัล คลิฟ ของรัฐบาลสหรัฐ
ยูเอสเอทูเดย์ สื่อชื่อดังในสหรัฐ เผย 4 บทเรียนสำคัญจากการเจรจาแผนหลีกเลี่ยงหน้าผาการคลัง หรือฟิสคัล คลิฟ ของรัฐบาลสหรัฐ
บทเรียนแรก คือ ความเสี่ยงจากการชะลอการลดรายจ่าย เนื่องจากการแก้ปัญหาที่ล่าช้าฉุดความเชื่อมั่นของนักลงทุน ซึ่งกระทบเศรษฐกิจของประเทศ รวมทั้งทำให้หนี้มูลค่ามหาศาลของสหรัฐพอกพูนมากยิ่งขึ้น
“เศรษฐกิจจะไม่มีวันขยายตัวเร็วหากเรายังคงเดินหน้าสร้างปัญหาเช่นนี้” จิม แม็คกัฟเวิร์น สมาชิกพรรครีพับลิกัน กล่าว
บทเรียนที่ 2 คือ ความแตกแยกภายในพรรครีพับลิกันเอง นับเป็นอุปสรรคสำคัญในการแก้ฟิสคัล คลิฟ ซึ่งเห็นได้จากก่อนหน้านี้ที่ จอห์น โบห์เนอร์ ประธานสภาคองเกรส และหัวหน้าวิปฝ่ายค้านรีพับลิกัน จำเป็นต้องพับ “แผนบี” ซึ่งเป็นแผนสำรองแก้หน้าผาการคลัง หลังไม่ได้รับเสียงสนับสนุนที่มากพอจากสมาชิกพรรค
บทเรียนที่ 3 คือ ความสำคัญของ โจ ไบเดน รองประธานาธิบดีสหรัฐ ในการบรรลุข้อตกลงครั้งนี้ โดยบรรดานักวิเคราะห์ด้านการเมืองของสหรัฐต่างยกให้ไบเดนเป็น “ฮีโร่” เนื่องจากประสบการณ์อันยาวนานถึง 40 ปีในสภา ส่งผลให้เจ้าตัวมีเส้นสายและพรรคพวกในพรรครีพับลิกันมากกว่าโอบามา ซึ่งช่วยให้การเจรจาราบรื่นมากขึ้น
ยกตัวอย่างเช่น หลังการเจรจาระหว่าง มิตช์ แมคคอนเนลล์ ผู้นำเสียงข้างน้อยในวุฒิสภาสหรัฐจากพรรครีพับลิกัน กับ แฮร์รี รีด ประธานวุฒิสภาสังกัดพรรคเดโมแครต ล่มเมื่อสัปดาห์ก่อน แมคคอนเนลล์ตัดสินใจโทรหาไบเดน และในที่สุดทั้งสองก็สามารถบรรลุข้อตกลงเลี่ยงฟิสคัล คลิฟ ได้
ในส่วนของบทเรียนสุดท้าย คือ การลดยอดขาดดุลไม่ใช่สิ่งที่ทำได้ง่ายอย่างที่หลายฝ่ายคิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ของภาครัฐ คือ โครงการสวัสดิการสังคมที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ดังนั้นรัฐบาลจึงไม่ควรรอจนวินาทีสุดท้ายที่จะลงมือแก้ปัญหา m







