
โลกมองไทย
ฮิวแมน ไรต์ส วอตช์ องค์กรเอ็นจีโอ ซึ่งเฝ้าระวังความเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน ได้แสดงความเห็นต่อแนวทางการจัดการกลุ่มผู้อพยพชาวโรฮิงยา ด้วยการพยายามผลักดันกลับพม่าของทางการไทยว่าไร้ความเมตตาและขาดมนุษยธรรม
ฮิวแมน ไรต์ส วอตช์ องค์กรเอ็นจีโอ ซึ่งเฝ้าระวังความเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน ได้แสดงความเห็นต่อแนวทางการจัดการกลุ่มผู้อพยพชาวโรฮิงยา ด้วยการพยายามผลักดันกลับพม่าของทางการไทยว่าไร้ความเมตตาและขาดมนุษยธรรม
“รัฐบาลไทยควรยุตินโยบายดังกล่าวทันที เพราะชาวโรฮิงยาถูกทำร้ายอย่างแสนสาหัส และมีสิทธิโดยชอบธรรมที่จะแสวงหาแหล่งลี้ภัย” ไบรอัน อดัมส์ ผู้อำนวยการฮิวแมน ไรต์ส วอตช์ ประจำภูมิภาคเอเชีย กล่าว
ทั้งนี้ ความเห็นล่าสุดมีขึ้นหลังจากที่เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา มีรายงานว่าทางการไทยพบเรือบรรทุกผู้อพยพชาวโรฮิงยา 73 คน เกยฝั่งบริเวณเกาะบอน จ.ภูเก็ต โดยเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวทั้งหมดไว้ ก่อนพาไป จ.ระนอง เพื่อผลักดันให้กลับประเทศต่อไป
องค์กรฮิวแมน ไรต์ส วอตช์ เผยรายงานข่าวพร้อมแนบความเห็นไว้ภายในรายงานดังกล่าวบนเว็บไซต์ขององค์กร ว่า การกระทำที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่านโยบายด้านมนุษยธรรมของรัฐบาลไทยสอบตกอย่างสิ้นเชิง
นอกจากนี้ แม้รัฐบาลไทยจะยืนกรานหนักแน่นว่าจะต่อสู้ต่อต้านการค้ามนุษย์อย่างจริงจัง แต่การผลักดันผู้อพยพชาวโรฮิงยากลับประเทศแล้วปล่อยให้เป็นไปตามยถากรรม ก็ไม่ต่างอะไรกับการสนับสนุนการค้ามนุษย์
“การที่รัฐบาลไทยไม่สามารถให้ความช่วยเหลือด้วยการจัดหาแหล่งพักพิงลี้ภัย พร้อมมอบความคุ้มครองภายใต้กฎหมายสากล ทำให้ในบางกรณีก็กลายเป็นอันตรายคุกคามชาวโรฮิงยา” รายงานของฮิวแมน ไรต์ส วอตช์ ระบุเพิ่มเติม โดยอธิบายว่าชาวโรฮิงยาอาจตกเป็นเหยื่อของพวกลักลอบค้ามนุษย์ได้
พร้อมกันนี้ อดัมส์ ตัวแทนฮิวแมน ไรต์ส วอตช์ ประจำภูมิภาคเอเชีย ยังได้เสนอแนะว่าควรที่จะมีการอนุญาตให้คณะข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชซีอาร์) เข้ามาช่วยดำเนินการตรวจสอบระบุตัวตนของชาวโรฮิงยาที่อพยพมาถึงอาณาเขตประเทศไทย และช่วยจัดหาสถานที่เหมาะสมให้กับกลุ่มผู้อพยพเหล่านี้







