posttoday
ตำรวจลงขันอัดฉีดอาสาสมัครลงชายแดนภาคใต้

ตำรวจลงขันอัดฉีดอาสาสมัครลงชายแดนภาคใต้

04 มกราคม 2556

เริ่มต้นด้วยความหวาดหวั่น ถึงขั้นยื่นหนังสือร้องเรียนต่อคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ให้ทบทวนคำสั่งของ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ที่จะให้พนักงานสอบสวนทั่วประเทศจับสลากไปปฏิบัติหน้าที่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นระยะเวลา 2 ปี

เริ่มต้นด้วยความหวาดหวั่น ถึงขั้นยื่นหนังสือร้องเรียนต่อคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ให้ทบทวนคำสั่งของ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ที่จะให้พนักงานสอบสวนทั่วประเทศจับสลากไปปฏิบัติหน้าที่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นระยะเวลา 2 ปี

แต่ท้ายที่สุดก็มีตำรวจอาสาสมัครลงไปปฏิบัติหน้าที่มากกว่าจำนวนที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องการ ทำให้ทุกกองบัญชาการต้องจับสลากคัดผู้อาสาสมัครออก แทนการจับสลากเพื่อส่งตัวไปชายแดน

ขณะที่มีกระแสข่าวว่า มีการลงขันเพื่อเป็นค่าตอบแทนน้ำใจให้กับตำรวจผู้เสียสละ บางพื้นที่ เช่น กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 (บช.ภ.5) รับผิดชอบพื้นที่ภาคเหนือตอนบน พนักงานสอบสวนร่วม 400 นาย ลงขันกันคนละ 3 หมื่นบาท รวมเป็นเงินกองทุนกว่า 10 ล้านบาท เพื่อเฉลี่ยให้กับตำรวจที่เสียสละเป็นผู้อาสา 17 นาย ซึ่งหากเป็นจริงก็จะได้คนละประมาณ 6 แสนบาท

หรือแม้แต่ในพื้นที่ บช.ภ.4 รับผิดชอบภาคอีสานตอนบน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีนายตำรวจได้ร้องเรียนต่อ ก.ตร. ก็มีกระแสข่าวลงขันกันรายละนับหมื่นบาทเช่นกัน

จากการสอบถามตำรวจที่อาสาลงชายแดนภาคใต้บางนาย ถึงข่าวเงินค่าตอบแทนดังกล่าว ต่างยอมรับว่ามีการร่วมบริจาคเงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางลงพื้นที่ชายแดนภาคใต้จริง แต่มูลค่าเงินนั้นไม่มากมายนัก

พ.ต.ท.ประสิทธิ์ กันกา พนักงานสอบสวน สบ 2 สภ.นาหมื่น จ.น่าน หนึ่งในตำรวจที่อาสาสมัครลงไปปฏิบัติหน้าที่ที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ เปิดเผยว่า มีการลงขันเพื่อรวบรวมเงินจากตำรวจพนักงานสอบสวนในพื้นที่ บช.ภ.5 เพื่อใช้เป็นค่าเดินทาง และมอบเป็นขวัญและกำลังใจให้กับเพื่อนตำรวจด้วยกันทั้ง 17 นาย ที่อาสาสมัครลงไปทำงานในพื้นที่เสี่ยง ซึ่งไม่ได้เป็นการบังคับ แต่เป็นการสมัครใจและช่วยเหลือระหว่างเพื่อนตำรวจด้วยกัน

“บางคนก็ให้มาเป็นหมื่นบาท บางคนก็ให้หลักพันบาท ซึ่งแล้วแต่จะรวบรวมกันมา แต่สำหรับผมไม่ได้มองว่าเป็นค่าจ้างลงไปเสี่ยงตายแทนเพื่อน แต่เป็นน้ำใจมากกว่า”

เช่นเดียวกับ พ.ต.ท.จรินทร์ นาคนาค พนักงานสอบสวน สภ.เด่นชัย จ.แพร่ กล่าวว่า มีการรวบรวมเงินให้จริง แต่ไม่ได้บังคับกัน เพราะเตรียมไว้ใช้เป็นค่าเดินทาง ค่ากินอยู่ระหว่างไปทำหน้าที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้เท่านั้น ถือว่าเป็นน้ำใจให้กัน และไม่ได้เป็นเงินมากมายนัก อีกทั้งไม่อยากให้มีการมองว่าเป็นการลงเงินเพื่อจ้างกันไป เพราะบางแห่งให้เงินคนละล้าน ตำรวจยังไม่กล้าลงไปก็มี

ด้าน พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ ที่ปรึกษา (สบ 10) ที่รับผิดชอบการคัดเลือกพนักงานสอบสวนลงไปปฏิบัติหน้าที่ ยอมรับว่าเงินที่ตำรวจช่วยกันลงขัน ถือเป็นเรื่องการบริหารจัดการภายใน เป็นการจูงใจของแต่ละหน่วยที่จัดการกันเอง ไม่ว่ากัน

“ทราบว่ามีการรวบรวมเงินเพื่อให้เป็นขวัญถุง เป็นขวัญกำลังใจแก่เพื่อนพนักงานสอบสวนที่อาสาลงไป เหมือนเพื่อนช่วยเพื่อน แสดงน้ำใจให้กับเพื่อนที่อาสาลงไปโดยไม่ต้องมีการจับสลาก อย่ามองเป็นการว่าจ้าง” พล.ต.อ.ชัชวาลย์ กล่าว

ด้านสถานการณ์ชายแดนภาคใต้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้แจ้งเตือนให้ทุกหน่วยในพื้นที่เตรียมพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง ในช่วงวันที่ 4 ม.ค. เนื่องจากเป็นวันครบรอบเหตุการณ์ผู้ก่อความไม่สงบบุกปล้นปืนกองพันพัฒนาที่ 4 ค่ายนราธิวาสราชนครินทร์ ต.ปิเหล็ง อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 4 ม.ค. 2547 ได้อาวุธปืนไปกว่า 400 กระบอก

ด้านทหารพราน สังกัดกรมทหารพรานที่ 48 อ.เจาะไอร้อง นำกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่ ต.บูกิต และ ต.มะรือโบออก เพื่อหาอาวุธปืนสงครามและอุปกรณ์ประกอบวัตถุระเบิด เพราะเชื่อว่าในพื้นที่ทั้ง 2 ตำบล ยังมีอาวุธของกลุ่มแนวร่วมถูกซุกซ่อนฝังดินอยู่ตามสวนยางพาราจำนวนหนึ่ง โดยเฉพาะอาวุธปืนกลหนัก

ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นในสวนยางพาราที่บ้านอีซาน ต.บูกิต พบอาวุธปืนสงครามพร้อมอุปกรณ์ประกอบวัตถุระเบิด และกระสุนปืนกลหนักจำนวนมาก ทำให้เชื่อว่าในพื้นที่ดังกล่าวยังคงมีอาวุธซุกซ่อนอยู่

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท