
7วันอันตรายตาย 365 ศพ สาเหตุเดิมเมาแล้วขับ
ปลายปีที่ผ่านมา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย เปิดศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน (ศปถ.) โดยตั้งเป้าลดจำนวนผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บให้ได้ 5% ได้แก่ อุบัติเหตุไม่เกิน 2,939 ครั้ง ผู้เสียชีวิตไม่เกิน 320 คน ผู้บาดเจ็บไม่เกิน 3,207 คน
ปลายปีที่ผ่านมา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย เปิดศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน (ศปถ.) โดยตั้งเป้าลดจำนวนผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บให้ได้ 5% ได้แก่ อุบัติเหตุไม่เกิน 2,939 ครั้ง ผู้เสียชีวิตไม่เกิน 320 คน ผู้บาดเจ็บไม่เกิน 3,207 คน
ทว่า ผลที่ออกมากลับกลายเป็นมีอุบัติเหตุ การบาดเจ็บ เสียชีวิต เกินเป้าที่ตั้งไว้มากมาย สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด หนีไม่พ้นเมาแล้วขับ 32.42% รองลงมาคือขับรถเร็ว 25.94% ส่วนยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือ รถจักรยานยนต์ 82.21% พฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการบาดเจ็บและเสียชีวิต คือ ไม่สวมหมวกนิรภัย 28.13% อุบัติส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรงถึง 64.16% ขณะที่ถนนทางหลวงแผ่นดิน 37.2% และถนน อบต./หมู่บ้าน 33.45%
ฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดี ปภ. กล่าวว่า ปีนี้มีจำนวนผู้ใช้รถใช้ถนนเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวจำนวนมาก ทำให้สถิติอุบัติเหตุเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา ซึ่งจะได้นำข้อมูลสถิติมาวิเคราะห์สาเหตุเพื่อกำหนดแนวทางการป้องกัน รวมถึงผลักดันกลไกการบังคับใช้กฎหมายควบคู่กับมาตรการทางสังคมให้เข้มข้นเพิ่มมากขึ้น
ด้าน พล.ต.ต.วรศักดิ์ นพสิทธิพร รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) รับผิดชอบงานจราจร สรุปสถิติการเกิดอุบัติเหตุ 7 วันอันตรายในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ว่ามีอุบัติเหตุ 30 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 28 คน เสียชีวิต 13 คน เปรียบเทียบกับปีก่อน พบว่าอุบัติเหตุลดลง 4 ครั้ง ผู้ได้รับบาดเจ็บลดลง 3 คน แต่มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 1 คน
ขณะเดียวกันสถิติการจับกุมในช่วงดังกล่าว ประกอบด้วย 1.ไม่สวมหมวกนิรภัย 5,656 คน 2.อุปกรณ์ส่วนควบไม่สมบูรณ์ 1,599 คน 3.ขับรถขณะเมาสุรา 1,052 คน 4.ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย 1,846 คน 5.ไม่มีใบอนุญาตขับขี่ 3,771 คน 6.ขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด 949 คน 7.ฝ่าฝืนสัญญาณหรือเครื่องหมายจราจร 1,370 คน 8.ขับรถย้อนศร 1,035 คน 9.แซงในที่ขับขัน 633 คน 10.ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ขณะขับรถ 731 คน รวมผลการจับกุม 1.8 หมื่นคน
นพ.ประจักษวิช เล็บนาค รักษาการเลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ กล่าวว่า ผู้ป่วยฉุกเฉินที่ได้รับการช่วยเหลือจากการโทรแจ้งสายด่วน 1669 จะช่วยลดอัตราการบาดเจ็บและเสียชีวิตได้มากถึง 96.76% เพราะการช่วยเหลือและเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บที่ถูกวิธี จะช่วยลดอัตราการบาดเจ็บที่รุนแรงขึ้น หรือช่วยลดอัตราการเสียชีวิตได้ ส่วนผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุมีจำนวน 53.5%







