
"สมุทรสงคราม" ชูวาระเร่งด่วนเร่งแก้วิกฤตวัยรุ่นท้องไม่พร้อม
โดย...สุภชาติ เล็บนาค
โดย...สุภชาติ เล็บนาค
“ท้องไม่พร้อม” กลายเป็นปัญหาใหญ่ของสังคมไทย จากตัวเลขของกรมสุขภาพจิต พบว่าวัยรุ่นหญิงอายุ 10-19 ปี คลอดบุตรมากถึง 1.3 แสนคน หรือเฉลี่ย 15 คน/ชม. คิดเป็น 17% ของหญิงคลอดบุตรทั้งหมดในประเทศ สูงกว่าค่าเฉลี่ยการคลอดบุตรในวัยรุ่นระดับโลกที่ 11% และค่าเฉลี่ยประเทศในเอเชียซึ่งอยู่ที่ 14%
จังหวัดที่มีวัยรุ่นหญิงท้องก่อนแต่งเฉลี่ยมากที่สุด คือ จ.สมุทรสงคราม จากสถิติหญิงตั้งครรภ์ทั้งหมด 1,400 คน เป็นวัยรุ่นมากกว่า 300 คน หรือ 21.99%
ธนน เวชกรกานนท์ ผวจ.สมุทรสงคราม กล่าวว่า จ.สมุทรสงคราม กำลังเผชิญกับปัญหาที่ร้ายแรงกว่าจังหวัดอื่นๆ เพราะคนที่อยู่ในพื้นที่มีแค่ผู้สูงอายุ วัยกลางคน และวัยเด็ก ซึ่งคนทั้งสองวัยมีระยะห่างระหว่างอายุ การใช้ชีวิต และวัฒนธรรม
“เมื่อวัยรุ่นไม่มีผู้ปกครองเลี้ยงดูใกล้ชิด ก็ตามมาด้วยการรวมกลุ่มมั่วสุม ขณะนี้ จ.สมุทรสงคราม ประกาศให้ปัญหาท้องไม่พร้อมเป็นวาระสำคัญของจังหวัดแล้ว กลไกตั้งแต่ระดับจังหวัดไปจนถึงกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จะตามไปดูอย่างใกล้ชิดว่า ในแต่ละครัวเรือนมีการอบรมสั่งสอนบุตรหลานอย่างไร เวลาอยู่โรงเรียนมีการสอดแทรกความรู้อย่างไรบ้าง ไปจนถึงเวลาที่รถโรงเรียนส่งกลับบ้าน ว่าถึงบ้านหรือเปล่า” ธนน กล่าว
ขณะเดียวกัน จะร่วมมือกับโรงเรียนในจังหวัดเพื่อเจาะกลุ่มเสี่ยง เพื่อทำโฟกัสกรุ๊ปและวิเคราะห์แนวโน้ม ตั้งคลินิกครอบครัว รับปรึกษาปัญหาครอบครัวทุกอย่าง โดยตั้งเป้าลดจำนวนเด็กที่ตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควรเหลือไม่เกิน 11% ของจำนวนหญิงตั้งครรภ์ทั้งหมด
ด้าน สมชาย ปัญญเจริญ รอง ผวจ.สมุทรสงคราม ชี้ว่า จากการสัมภาษณ์วัยรุ่นที่ประสบปัญหาท้องก่อนวัยอันควรหลายราย ปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากปัญหาครอบครัวซึ่งพ่อแม่หย่าร้างกันเป็นจำนวนมาก มีทั้งผู้ปกครองทิ้งไปตั้งแต่เด็ก ปล่อยให้ปู่ย่าตายายเป็นคนเลี้ยงดูแทน หรือไม่ก็พ่อทิ้งหรือแม่ทิ้ง ทำให้เด็กขาดที่พึ่ง เมื่อมีปัญหาก็เลือกปรึกษาเพื่อนที่ใกล้ชิดกันแทน จนเกิดปัญหาสังคมตามมา
“เราพยายามให้ความรู้กับเด็กอยู่ตลอด แต่ต้องยอมรับว่าปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากเด็กเพียงอย่างเดียว ผู้ปกครอง ครูอาจารย์ หรือผู้นำชุมชนก็เกี่ยวข้อง ในปีนี้จึงพยายามจัดกิจกรรมให้ความรู้กับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อมองภาพอนาคตร่วมกันว่าหากปล่อยในลักษณะนี้ต่อไปจะเป็นอย่างไร ให้คิดตามให้ได้ และมองวิธีแก้ปัญหาในชุมชนของตัวเองให้ออก ซึ่งนี่อาจไม่ใช่วิธีการเดียวในการแก้ปัญหา แต่เป็นการเริ่มต้นจากจุดเล็กที่สุดอย่างชุมชนก่อน” สมชาย กล่าว
ขณะที่ อุเทน ชาติภิญโญ กรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ในฐานะที่ปรึกษา ผวจ.สมุทรสงคราม กล่าวว่า ปัญหาสังคมใน จ.สมุทรสงคราม เกิดจากการที่รัฐบาลและข้าราชการระดับสูงทุกสมัย มองปัญหาสังคมว่าเป็นปัญหาเล็ก และไม่เคยกำหนดยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง
“จังหวัดเล็กๆ อย่างสมุทรสงคราม ไม่เคยมีใครวางนโยบายต่อเนื่อง กลายเป็นทางผ่านของผู้ว่าฯ หรือเป็นที่พักก่อนเกษียณอายุราชการของทั้งตำรวจและฝ่ายปกครอง ทำให้ปัญหาเรื้อรังมาโดยตลอด”
ในฐานะคนแม่กลองโดยกำเนิด อุเทน บอกว่า ลักษณะ “เกียร์ว่าง” ของข้าราชการที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบไปยังปัญหาสังคมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะเรื่องของยาเสพติด วัยรุ่นมั่วสุม หรือตั้งครรภ์ก่อนกำหนดจะตามมาทันที และทั้งหมดไม่ได้เกิดขึ้นที่เมืองแม่กลองแห่งเดียว แต่จะแพร่ขยายต่อไปในจังหวัดข้างเคียงต่อไป
“หลังจากนี้รัฐบาลต้องเปลี่ยนวิธีคิดให้ปัญหาสังคมกลายเป็นยุทธศาสตร์อันดับ 1 ของประเทศให้ได้ ก่อนจะสายเกินไป จนกระทั่งถ่วงการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศใน 2-3 ปีนี้” อุเทน สรุปทิ้งท้าย







