posttoday
พลิกแฟ้ม 5 แคนดิเคต โหมโรงศึกชิงผู้ว่าฯกทม.

พลิกแฟ้ม 5 แคนดิเคต โหมโรงศึกชิงผู้ว่าฯกทม.

03 มกราคม 2556

ปี่กลองเริ่ม “โหมโรง” เตรียมเข้าสู่โหมดเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.)

ปี่กลองเริ่ม “โหมโรง” เตรียมเข้าสู่โหมดเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.)

โดย...ธนพล บางยี่ขัน

แทน ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ที่กำลังจะครบวาระในวันที่ 10 ม.ค.นี้ โดยล่าสุดทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คาดการณ์ว่าประมาณเดือน มี.ค. คนเมืองหลวงน่าจะได้เห็นผู้ว่าฯ กทม.คนใหม่ แต่จะหน้าเก่าหรือหน้าใหม่ก็ต้องรอดูกันในวันหย่อนบัตรเลือกตั้ง

ส่องดู “แคนดิเดต” เวลานี้ หลายรายเริ่มประจำที่ออกมาวอร์มรอข้างสนาม บางรายเริ่มลุยหาเสียงไปพลางๆ บางรายยังต้องรอการอนุมัติจากต้นสังกัด โดยที่เห็นแน่ๆ แล้วเวลานี้มีด้วยกัน 5 คน

เริ่มตั้งแต่คนแรก “คุณชายหมูม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร” ที่ต้นสังกัดอย่างพรรคประชาธิปัตย์ ตัดสินใจโค้งสุดท้ายส่งลงมารักษาแชมป์อีกรอบ ภายใต้เหตุผลว่าให้เกิดการทำงานต่อเนื่อง พร้อมกับยกเครดิตให้กับผู้ว่าฯ กทม.คนปัจจุบันว่ามีความเหมาะสม เพราะมีประสบการณ์การทำงานเกี่ยวกับ กทม.อย่างยาวนาน แต่กว่าที่พรรคประชาธิปัตย์จะตัดใจส่งลงสมัครก็แทบเรียกได้ว่าหืดจับพอสมควร

เนื่องจากในรอบนี้พรรคประชาธิปัตย์ท่องคาถามาตั้งแต่เริ่มแล้วว่า “แพ้ไม่ได้” แต่เมื่อดูการทำงานของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ที่ผ่านมาก็พบว่ายังมีปัญหาจนกลายเป็นแผลอยู่พอสมควร เช่น การแก้ไขปัญหาน้ำท่วม การก่อสร้างสนามฟุตซอล อารีนา หนองจอก ที่ไม่ทันกับการแข่งขันในช่วงปลายปี 2555 ไปจนถึงการชิงจังหวะต่อสัญญาบีทีเอสที่ถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แจ้งข้อหา เป็นแผลให้ถูกรุมถล่มจนอาจกระทบต่อผลการเลือกตั้ง

จนกระทั่งคุณชายหมูต้องงัดเกมแรงออกมาบีบพรรค ด้วยการประกาศเสนอตัวเองลงสนามเลือกตั้งต่อสาธารณชน พร้อมประกาศชุดนโยบายสานงานต่อในสมัยหน้า โดยเฉพาะการลดราคาส่วนต่อขยายของบีทีเอสทันทีที่ได้กลับมาเป็นผู้ว่าฯ กทม. จาก 15 บาท เหลือ 10 บาท สุดท้ายพรรคประชาธิปัตย์ก็ต้องยอมให้ลงรักษาเก้าอี้เพื่อป้องกันไม่ให้พรรคเกิดความแตกแยก แต่รอบนี้อาจจะต้องเหนื่อยกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา

ขณะที่ “พรรคเพื่อไทย” ถึงจะกุมเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรได้ แต่ยังมีจุดอ่อนในพื้นที่ กทม. ทำให้ต้องใช้โอกาสนี้ช่วงชิงฐานเสียงเสริมความแข็งแกร่งให้รัฐบาล จึงหมายมั่นปั้นมือกับการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ครั้งนี้เป็นพิเศษ ซึ่ง “พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ” รอง ผบ.ตร. และเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เจ้าของฉายา “จูดี้ อีเวนต์” ตอบโจทย์ของเพื่อไทยได้ดีที่สุด แม้จะยังไม่ประกาศอย่างเป็นทางการ แต่ชื่อที่อยู่ในใจนายใหญ่เวลานี้มีเพียงบิ๊กตำรวจรายนี้เพียงคนเดียว

พล.ต.อ.พงศพัศ มีจุดแข็ง คือ เป็นที่รู้จักในวงกว้าง นับตั้งแต่ดำรงตำแหน่งโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติและผู้ช่วย ผบ.ตร. ก่อนจะมารับหน้าที่สำคัญในฐานะเลขาธิการ ป.ป.ส. ดูภารกิจสำคัญของรัฐบาลในการปราบยาเสพติด ส่งผลให้เป็นที่รู้จักของบุคคลพอสมควร ซึ่งพรรรคเพื่อไทยก็หวังจะใช้ความโดดเด่นส่วนตัวตรงนี้กรุยทางสู่ชัยชนะ

พลิกดีกรีของ พล.ต.อ.พงศพัศ ถือว่าไม่เบาเช่นกัน จบมัธยมจากโรงเรียนเบญจมราชูทิศ จ.จันทบุรี เตรียมทหารรุ่นที่ 15 (ตท.15) และโรงเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นที่ 31 โดยสอบได้ที่ 1 ทุกชั้นปี จากนั้นได้ทุนไปศึกษาต่อด้านอาชญาวิทยาจากมหาวิทยาลัยแซมฮิวสตันสเตต สหรัฐอเมริกา จนกระทั่งจบปริญญาเอก

เรียกได้ว่าพร้อมไปด้วยคุณวุฒิวัยวุฒิ แถมนายใหญ่ยังปลื้มอีก ทั้งหมดเหลือแค่รอพรรคเพื่อไทยมีมติออกมาอย่างเป็นทางการในเร็วๆ นี้เท่านั้น

นอกจากนี้ ยังมีผู้สมัครอิสระที่ประกาศตัวไปแล้ว ได้แก่ “พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส” ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อวันที่ 25 ส.ค. 2555 ภายใต้สโลแกน “เปลี่ยนกรุงเทพ เปลี่ยนผู้ว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส วีรบุรุษนาแก” การรีบเปิดตัวลงสมัครครั้งนี้พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ให้เหตุผลว่า เป็นเรื่องของความพร้อม ทั้งร่างกาย ความคิด สติปัญญา และจะสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงในเวลา 1 ปี และ 4 ปีจะเห็นความเรียบร้อย

จุดเด่นที่วีรบุรุษนาแกนำมาเสนออยู่ที่การออกตัวชัดเจนว่าไม่ขอยุ่งการเมือง ขอทำแต่งาน โดยหวังว่าจะใช้จังหวะที่คนเมืองหลวงกำลังสะอิดสะเอียนกับเกมการเมืองระหว่าง “ประชาธิปัตย์เพื่อไทย” ที่ส่งผลเสียต่อ กทม.เมื่อครั้งเหตุการณ์น้ำท่วมปี 2554 มาเป็นอัศวินขี้ม้ามืดมานั่งเก้าอี้พ่อเมือง กทม.แบบหักปากเซียน

ถัดมาที่ “โฆสิต สุวินิจจิต” หนึ่งในเจ้าพ่อวงการสื่อสารมวลชน กระโดดลงมาอาสาขอบริหาร กทม.ในนามอิสระ ด้วยเหตุผลว่าการจะทำให้ กทม.เข้มแข็งนั้น ผู้ว่าฯ กทม.ต้องไม่สังกัดพรรคการเมือง หลังจากหลายปีที่ผ่านมาก็เห็นแล้วว่าผู้ว่าฯ กทม.ที่สังกัดพรรคการเมือง ไม่สามารถแก้ไขปัญหาของชาว กทม.ได้ แถมมีปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองขึ้นมาอีก

พร้อมชูนโยบาย “กรุงเทพฯ 24 ชั่วโมง” คือ ต้องทำงาน 24 ชั่วโมง ตามสภาพสังคม รวมถึงการแต่งตั้งที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม.ประจำทุกเขต และมีนโยบายที่ใช้แต่ละเขตจะแตกต่างกัน

ต้องยอมรับว่า “โฆสิต” เป็นบุคคลที่เปี่ยมไปด้วยคอนเนกชัน ในฐานะเคยเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีหลายคน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็น สมศักดิ์ เทพสุทิน เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง รมว.เกษตรและสหกรณ์ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ สมัยเป็น รมว.มหาดไทย หรือ ไตรรงค์ สุวรรณคีรี อดีตรองนายกรัฐมนตรี ขณะเดียวในฐานะนักธุรกิจ โฆสิตก็ยังผ่านการเป็นผู้บริหารองค์กรสื่อสารมวลชนหลายสำนัก เช่น มีเดีย ออฟ มีเดีย สถานีโทรทัศน์สปริงนิวส์ เป็นต้นด้วย

ดูอย่างนี้แล้วชื่อของ โฆสิต สุวินิจจิต จึงเป็นที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง แม้ไม่อาจจะชนะคู่แข่งจากพรรคการเมืองใหญ่ได้ก็ตาม

ปิดท้ายกันที่ “สุหฤท สยามวาลา” ดีเจเพลงแนวอิเล็กทรอนิกส์ของไทย และผู้บริหารธุรกิจเครื่องเขียน ดีเอชเอ ที่ประกาศตัวลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. ผ่านเฟซบุ๊กด้วยคุณสมบัติเอาใจเด็กแนวแบบไม่หวังชนะ อาทิ การประกาศว่าการแต่งตัวแปลกเป็นการส่วนตัวไม่เกี่ยวกับความสามารถทางมันสมอง หรือการบอกว่าไม่มีนโยบายหาเสียง มีแต่สิ่งที่อยากทำให้คน กทม. รวมไปถึงการออกตัวว่า “ผมมีอดีตที่ดีบ้างไม่ดีบ้าง แต่ผมก็เป็นคนคนหนึ่งที่ไม่ได้ทำถูกตลอดเวลา ผมมีความตั้งใจจริง ถ้าทำไม่ได้ที่จะซื่อสัตย์สุจริตก็ไม่ทำ และยอมถอยแทนที่จะเปลี่ยนตัวเองตามน้ำ”

จากรายชื่อที่ออกมาดังกล่าวได้เป็นสัญญาณให้เห็นแล้วว่า ศึกชิงผู้ว่าฯ กทม. 2556 จะสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับการเมืองแน่นอน

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69