
เดินหน้านโยบายละลายพฤติกรรม
8...ทีมข่าวการเงิน
แม้รัฐบาลจะบริหารงาน
“ไม่คล่องตัว”ในช่วงที่มีม็อบกลุ่มคนเสื้อแดงตลอด 18 วันที่ผ่านมายืดเยื้อเกินกว่าที่แกนนำประกาศว่า 10 วันเผด็จศึก บังคับให้รัฐบาลยุบสภาทันที
ทำให้ในช่วงเดือน มี.ค. การแก้ปัญหาเศรษฐกิจต้องหยุดชะงัก
ขณะที่เส้นเลือดใหญ่ทางธุรกิจในกรุงเทพฯ ต้องอยู่ในภาวะ
“อัมพาต” เป็นระยะๆแต่ล่าสุดดูเหมือนว่ารัฐบาลจะเริ่ม
“ตั้งหลัก” ได้ และเริ่มเดินเครื่องการใช้เศรษฐกิจนำการเมืองอีกครั้งด้วยการติดตามผลการใช้มาตรการอุ้มรากหญ้า
“ประชานิยม” ในพื้นที่เหนือและอีสานนำร่องโดย กรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ที่เพิ่งไปลุยการแก้ปัญหาหนี้ให้กับคนใน จ.สุโขทัย และพิษณุโลก
โดยนโยบายหลักที่ใช้เป็น
“อาวุธ” คือ ประกันรายได้เกษตรกรและแก้หนี้นอกระบบเข้าสู่ระบบแต่การลงพื้นที่ของรัฐบาลไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เพราะมีคำสั่งให้ สส. และกลุ่มคนเสื้อแดงในอีสานและเหนือสกัดการ
“รุกคืบ” ของรัฐบาลด้าน จรรยงค์ สุวรรณศรี ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สาขาอำเภออาจสามารถ จ.ร้อยเอ็ด มองว่า นโยบายการประกันรายได้ดีกว่าการจำนำ เพราะรัฐบาลใช้เงินแค่ 34 หมื่นล้านบาทในการจ่ายตรงถึงมือประชาชน ซึ่งคนอีสานพอใจ ขณะที่การรับจำนำต้องใช้เงินถึงแสนล้านบาท แต่ข้อเท็จจริงก็คือมีการทุจริต เวียนเทียนข้าวกลายเป็นจุดอ่อนจุดรั่วไหลของโครงการที่ใช้งบประมาณมหาศาล
จรรยงค์ กล่าวว่า สาเหตุที่ชาวบ้านในพื้นที่พอใจ เพราะหลังจากเกษตรกรมาขึ้นทะเบียนแล้ว ก็มีการเชื่อมข้อมูลไปยังกรมส่งเสริมการเกษตรอย่างรวดเร็ว และประชาคมชาวบ้านตัดสินใจเลือกช่วงเวลาในการใช้สิทธิรับเงินประกันรายได้ที่ถูกต้อง ทำให้เงินสะพัดในพื้นที่มาก
สำหรับการแก้หนี้นอกระบบของ อ.อาจสามารถ นั้น ธ.ก.ส. ได้คุยกับเกษตรกรไปแล้ว 800900 ราย หลังจากนี้ก็จะเริ่มพิจารณาเรื่องการจ่ายเงิน ชาวบ้านส่วนใหญ่พอใจนโยบายแก้หนี้นอกระบบ เพราะสามารถลดภาระหนี้ได้มาก จากดอกเบี้ยตั้งแต่ 520% ต่อเดือน มาอยู่ในระบบที่ดอกเบี้ยถูกกว่ามาก แต่ความเสี่ยงจะกลับมาที่ธนาคารรัฐ อาจเกิดหนี้เสียบ้าง
ซึ่งขณะนี้จ่ายไปแล้ว 15 ราย ในส่วนของอำเภอก็ทยอยส่งลูกหนี้ที่เจรจาแล้วเข้ามา หากรายใดเข้าหลักเกณฑ์ก็จะเริ่มจ่ายเช่นเดียวกัน คาดว่าจะใช้เวลาในช่วง 4 เดือน จนถึงเดือนมิ.ย.นี้จะดำเนินการให้แล้วเสร็จ ปัญหาที่พบคือ 1.เรื่องหนี้เทียมหรือไม่ ซึ่งพิสูจน์ยาก อาจเป็นนิติกรรมอำพราง เพราะขอบเขตหนี้นอกระบบจะเป็นหนี้เสาไฟฟ้า หนี้ญาติพี่น้อง
2.ครัวเรือนเดียวกันมีการแยกกันแจ้งเป็นหนี้ 3.นายทุนฮั้วกับลูกหนี้ แจ้งตัวเลขสูงเกินจริง4.นายทุนไม่ให้ความร่วมมือ 5.ชาวบ้านเป็นหนี้เกินตัว ทั้งหนี้ ธ.ก.ส. หนี้สหกรณ์ หนี้กองทุนหมู่บ้าน เกิดจากลัทธิบริโภคนิยม ทั้งซื้อรถยนต์ สิ่งอำนวยความสะดวก ส่งลูกหลานไปเรียนหนังสือ สุดท้ายก็กลายเป็นปัญหาสังคม
จรรยงค์ ยอมรับว่า นโยบายแก้หนี้ของรัฐบาลก่อนหน้านี้ ปรากฏในภายหลังว่าชาวบ้านที่เอาเงินไปชำระหนี้คืนไม่ถึง 50% และนโยบายแก้หนี้นอกระบบที่รัฐบาลเดิมเคยทำไว้ ก็ปรากฏว่าลูกหนี้กลายเป็นหนี้นอกระบบใหม่
นอกจากนี้ ยังพบว่า ธ.ก.ส. เคยใช้เงิน 100 ล้านบาท เพื่อเสริมโครงการพักหนี้ เช่น การอบรมสัจธรรมชีวิต ออมไม่อด จดไม่จน หรือปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงก็ตาม ถามว่าใหม่ๆ ก็มีการจุดประกายดี พอกลับไปที่สังคมตัวเอง ก็ถูกกลืน กลับไปปฏิบัติตัวเหมือนเดิมอีก
“
เหมือนโซ่ที่ไร้ปลาย กลายเป็นวัฏจักรเหมือนเดิม” จรรยงค์ กล่าววิชิต แก้วกอ ผู้จัดการ ธ.ก.ส. สาขาเสนานิคม จ.อำนาจเจริญ กล่าวว่า โครงการประกันรายได้ ถือว่ามีความพร้อมมากๆ และปีนี้ราคาข้าวในพื้นที่ดีมาก เกษตรกรได้รับเงินส่วนต่างที่รัฐบาลชดเชยรายได้ให้ 1,5002,000 บาทต่อตัน แล้วแต่ช่วงเวลาที่เกษตรกรเลือกจะใช้สิทธิเอาไว้
“
ถือว่าเป็นปีที่ผลผลิตก็ดี ราคาก็ดี ในพื้นที่แทบจะไม่มีปัญหาเรื่องน้ำด้วยซ้ำ” วิชิต กล่าวส่วนการเจรจาแก้ปัญหาหนี้นอกระบบเสร็จแล้วกว่า 200 ราย และเริ่มปล่อยสินเชื่อไปแล้ว 7 ราย เป็นเงิน 3.5 แสนบาท ส่วนที่เกิน 5หมื่นบาท ต้องรออำเภอดำเนินการ
ส่วนใหญ่ชาวบ้านพอใจในขั้นตอนเจรจา แต่ในขั้นตอนการจ่ายเงิน ธ.ก.ส. จะต้องพิจารณาเรื่องรายได้ของชาวบ้านเป็นรายคน เพราะชาวบ้านคิดว่ารัฐจะยกหนี้ให้
ปัญหาที่พบคือเจ้าหนี้ไม่มา ซึ่งเราก็ทำอะไรไม่ได้ สัญญากู้ส่วนใหญ่ไม่มีหลักประกัน 98% เป็นบุคคลค้ำ
หรือไม่ลูกหนี้กับเจ้าหนี้ก็อาจฮั้วกันก็ได้
ยอมรับว่าหนี้เสียอาจเกิดขึ้น แต่ขึ้นกับพนักงานงานของเราที่จะวิเคราะห์มากกว่าพงษ์พัฒน์ ธีรกุล ผู้จัดการ ธ.ก.ส. สาขาธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด กล่าวว่า นโยบายการประกันรายได้เกษตรกร ได้รับการตอบรับดีจากคนในพื้นที่
ยกเว้นบางครั้งที่ราคาอ้างอิงสูงกว่าราคาประกัน ทำให้เกษตรกรไม่ได้เงิน ทำให้หลังสุดคณะรัฐมนตรีต้องมีการผ่อนปรนเงื่อนไขบ้าง ชาวบ้านก็กลับมาพอใจอีกครั้ง
“
คิดว่าเกษตรกรบางส่วนยังเข้าใจน้อยมาก โดยเอาเงินเป็นตัวตั้ง” พงษ์พัฒน์ กล่าวส่วนเรื่องการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบในส่วนไม่เกิน 5 หมื่นบาท โดยธนาคารรัฐแต่ละแห่งก็เดินหน้าแก้ปัญหาอยู่ ส่วนหนี้ที่เกิน 5 หมื่น2 แสนบาท ตอนนี้อยู่ระหว่างการประนอมหนี้
ปัญหาคือ เมื่อพนักงาน ธ.ก.ส. ไปแล้วลูกหนี้ไม่อยู่บ้าน เพราะเจ้าหนี้และลูกหนี้ต้องมาเจรจาพร้อมกัน
อีกทั้งบางคนอยากได้อย่างเดียว พออธิบายว่าไม่ใช่เงินที่รัฐให้ฟรีก็จะโวยวาย
“
แต่ส่วนใหญ่แล้วชาวบ้านพอใจ เพราะได้ลดดอกเบี้ย จากเดิมขั้นต่ำที่จ่ายให้เจ้าหนี้นอกระบบ 3% ต่อเดือนขึ้นไป ก็เหลือแค่ 1%” ผู้จัดการ ธ.ก.ส. สาขาธวัชบุรี กล่าวจากนี้คงต้องติดตามการใช้นโยบาย ทะลุทะลวงถิ่นเสื้อแดงของรัฐบาลว่าจะสำเร็จหรือไม่
แม้ชาวบ้านจะเริ่มถูกใจนโยบายของรัฐบาล แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะ
“ตีฐานเสียง” ได้ถ้ายุบสภาวันนี้ โอกาสที่รัฐบาลจะไม่ได้กลับมาก็ยังคงริบหรี่!!!







