
โลกมองไทย
หนังสือพิมพ์เดอะเทเลกราฟของอังกฤษ เปิดเผยรายงานเกี่ยวกับสถานการณ์ความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย โดยเตือนว่า นับวันสถานการณ์ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น จนองค์กรอิสระต่างชาติต่างยกให้เป็นเหตุขัดแย้งภายในประเทศที่รุนแรงที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
หนังสือพิมพ์เดอะเทเลกราฟของอังกฤษ เปิดเผยรายงานเกี่ยวกับสถานการณ์ความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย โดยเตือนว่า นับวันสถานการณ์ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น จนองค์กรอิสระต่างชาติต่างยกให้เป็นเหตุขัดแย้งภายในประเทศที่รุนแรงที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
“นับตั้งแต่เหตุรุนแรงปะทุขึ้นเมื่อปี 2547 มีผู้ได้รับบาดเจ็บแล้วกว่า 9,500 คน โดยเมื่อเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา ทางสถาบันเพื่อเศรษฐกิจและสันติภาพของออสเตรเลีย ได้เตือนรัฐบาลไทยว่า เหตุก่อการร้ายที่เกิดขึ้นในภาคใต้ของไทยระหว่างปี 25452552 นั้น คิดเป็น 5% ของเหตุก่อการร้ายทั่วโลก ทว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กลับไม่ยอมรับรายงานดังกล่าว” เทเลกราฟ ระบุ
สอดคล้องกับรายงานของกลุ่มวิกฤตการณ์ระหว่างประเทศ (ไอซีจี) ที่เตือนว่า รัฐบาลและสื่อไทยพยายามลดระดับความรุนแรงของข่าวไฟใต้ ทั้งๆ ที่เหตุดังกล่าวถือว่าเป็นเหตุขัดแย้งภายในประเทศที่รุนแรงที่สุดในภูมิภาคอาเซียน
นอกจากนี้ ทางเทเลกราฟยังสัมภาษณ์สมาชิกองค์กรปลดปล่อยสหปัตตานี (พูโล) ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มก่อการร้ายขนาดใหญ่ในพื้นที่
“ในอดีตเราเคยมีประเทศเป็นของเราเอง แต่ต่อมาก็ถูกผนวกรวมเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของประเทศไทย ดังนั้นในวันนี้เราไม่ได้ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของไทยหรือมาเลเซีย แต่เราต้องการตั้งประเทศของเราเอง”
ด้านชาวบ้านใน จ.ปัตตานี คนหนึ่งเปิดเผยว่า นักเรียนในพื้นที่ต้องเรียนภาษาไทยเวลาเข้าโรงเรียน แม้ภาษาหลักที่ใช้ในชีวิตประจำวันจะเป็นภาษามลายูก็ตาม ขณะที่ประชาชนคนอื่นๆ เล่าว่า ถูกเจ้าหน้าที่โดยเฉพาะทหารพราน หรือนักรบชุดดำ ละเมิดสิทธิมนุษยชนบ่อยครั้ง
ทั้งนี้ ราว 80% ของประชาชนที่อาศัยอยู่ในสามจังหวัดชายแดนใต้ของไทยเป็นชาวมุสลิมเชื้อสายมาเลย์







