
แบ่งโซนแท็บเล็ตศธ.กำเผือกร้อนฮั้ว-ล็อคสเปก?
เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบาย 1 คอมพิวเตอร์พกพา หรือแท็บเล็ตต่อ 1 นักเรียน
โดย...ธเนศน์ นุ่นมัน
เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบาย 1 คอมพิวเตอร์พกพา หรือแท็บเล็ตต่อ 1 นักเรียน อนุมัติแนวทางการจัดซื้อแท็บเล็ต ประจำปีการศึกษา 2556 สำหรับนักเรียนชั้น ป.1 และ ม.1 ทั้งหมดประมาณ 1.6 ล้านเครื่อง โดยกำหนดให้การจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ หรืออีออกชัน จัดทำสัญญาออกเป็น 10 สัญญา ใน 5 โซน ตามภูมิภาค แบ่งตามภาค ภาคเหนือ กลาง อีสานเหนือ อีสานใต้ และภาคใต้
โดยแต่ละโซนก็จะแบ่งสัญญาออกเป็นชั้น ป.1 และ ม.1 เฉลี่ย 1.5 แสนเครื่องต่อ 1 สัญญา โดยกำหนดให้ผู้เข้าประมูลสามารถชนะการประมูลได้ไม่เกิน 2 สัญญาต่อ 1 โซน โดยกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ระบุถึงเหตุผลในการแบ่งเป็นโซนดังกล่าวว่า เพื่อต้องการกระจายให้ผู้ผลิตรายอื่นๆ และดูแลควบคุมคุณภาพการบริการหลังการขาย หรือดูแลแท็บเล็ตได้ทั่วถึง
อีออกชันตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2549 และมีคณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ (กวพ.อ.) เป็นผู้พิจารณากำหนดหลักเกณฑ์กระบวนการเสนอราคา โดยเปิดกว้างให้ทุกบริษัทที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ในคุณสมบัติ (ทีโออาร์) เข้าประมูลได้ หากมีขีดความสามารถผลิตเครื่องตามที่กรรมการแท็บเล็ตกำหนดและเป็นไปตามหลักเกณฑ์อีออกชันกำหนดไว้
อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดที่กล่าวมา อาจจะไม่ใช่ประเด็นที่น่าเป็นห่วงสำหรับการประมูลครั้งนี้ แต่อยู่ที่ประเด็นคำถามที่ว่า ศธ.ซึ่งเป็นหน่วยงานรับผิดชอบการดำเนินการจัดซื้อแทนกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร จะดำเนินการอย่างไรให้เกิดการประมูลที่โปร่งใส ได้ราคาสมเหตุสมผลกว่าการจัดซื้อครั้งก่อน ซึ่งจัดซื้อต่อเครื่องโดยไม่รวมค่าขนส่งที่ 2,400 บาท
การเปิดประมูลรอบนี้ มีเพดานงบประมาณต่อเครื่องของทุกหน่วยงานไม่เกิน 3,000 บาท ภายใต้สเปกที่ยังไม่มีการประกาศออกมาอย่างชัดเจน โดย ศธ.มอบอำนาจการจัดซื้อให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ดำเนินการมัดรวมหน่วยงานทั้งในสังกัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมจัดซื้อ
อย่างไรก็ดี การจัดหาแท็บเล็ตให้นักเรียนครั้งนี้ ไม่สามารถเลี่ยงว่าต้องได้เครื่องที่ถูกที่สุดและสเปกสูงกว่าเดิม โดย สพฐ.ต้องตอบโจทย์เบื้องต้นการจัดซื้อ Economies of Scale หรือการประหยัดที่เกิดจากขนาด ซึ่งหมายถึงการลดลงของต้นทุนเฉลี่ยต่อหน่วย หรืออยู่ในรูปของผลเพิ่มที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่าการเพิ่มของปัจจัยการผลิต เพราะการแบ่งโซนและจำกัดไม่ให้แต่ละบริษัทที่เข้าประมูลได้รับโควตาไม่เกิน 2 สัญญาต่อ 1 โซน หรือประมาณ 3 แสนเครื่อง
พูดง่ายๆ ก็คือ การจัดซื้อครั้งนี้จะได้แท็บเล็ตที่ดีขึ้นตามที่หวังไว้ ในจำนวนซื้อต่อสัญญาที่น้อยลง จากที่เคยจัดซื้อถึง 8.6 แสนเครื่อง ได้อย่างไรเพื่อไม่ให้มีข้อครหาเรื่องการฮั้วประมูลและล็อกสเปก รวมถึงเป็นการจัดซื้อที่เปลี่ยนเพียงหน่วยงานถืองบประมาณเท่านั้น
เพราะลำพังประเด็นที่ สพฐ.เร่งเดินเครื่องการจัดซื้ออยู่ในขณะนี้โดยต้องยื่นหนังสือให้ กวพ.อ.พิจารณาหลักเกณฑ์กระบวนการเสนอราคาครั้งนี้ว่า สพฐ.จะเปิดประมูลแทนหน่วยงานอื่นๆ และให้แต่ละหน่วยงานเซ็นสัญญาเองภายหลังการประมูลแล้วเสร็จ รวมถึงการจำกัดสิทธิการประมูลแต่ละบริษัทไม่เกิน 2 สัญญาได้หรือไม่นั้น ทั้งหมดเป็นสิ่งที่น่าจะผ่านพ้นไปได้ไม่ยาก
การจัดซื้อแท็บเล็ตรอบนี้ จึงเป็นเรื่องที่ห้ามกะพริบตา







