posttoday
ปชป.2556 รับ รุก ลุย!

ปชป.2556 รับ รุก ลุย!

02 มกราคม 2556

เปิดศักราชใหม่ 2556 อุณหภูมิการเมืองไทยเริ่มไต่ระดับความร้อนแรง กับสารพัดปัจจัยที่สุ่มเสี่ยงบานปลายนำไปสู่ความขัดแย้ง

เปิดศักราชใหม่ 2556 อุณหภูมิการเมืองไทยเริ่มไต่ระดับความร้อนแรง กับสารพัดปัจจัยที่สุ่มเสี่ยงบานปลายนำไปสู่ความขัดแย้ง

โดย...ธนพล บางยี่ขัน  

ประชาธิปัตย์... กับบทบาทฝ่ายค้าน 159 เสียงในวันนี้ ยังมีโจทย์ใหญ่ให้ต้องฝ่าฟัน ทั้งรักษาฐานเสียงเดิม และเดินหน้าเตรียมพร้อม สู้กับกระแส “เพื่อไทย” สำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้าที่ไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ จนทำให้ทุกก้าวย่างของ “ประชาธิปัตย์” ต่อจากนี้ ล้วนแต่เต็มไปด้วยขวากหนามที่ต้องก้าวข้ามไปให้ได้

เริ่มต้นด้วย “ศึกใหญ่” ตั้งแต่ต้นปี เลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่จะหมดวาระวันที่ 10 ม.ค. และจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 17 ก.พ.นี้ โดยสุดท้ายคณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ได้ตัดสินใจส่ง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ลงรักษาแชมป์ต่ออีกสมัย สยบความปั่นป่วนภายในไม่ให้บานปลายกลายเป็นปัญหาลุกลามต่อไปในวันหน้า

สำหรับศึกที่แพ้ไม่ได้ครั้งนี้!!!

ประชาธิปัตย์จำเป็นต้องทำทุกวิถีทาง วางทุกยุทธศาสตร์ เพื่อรักษาฐานที่มั่นสำคัญของพรรคอย่าง กทม.ไว้เพื่อเป็นหลักสู้กับกระแส “เพื่อไทย” ที่กำลังตีขนาบบีบเข้ามาเรื่อยๆ เวลานี้

แม้จะผูกขาดเก้าอี้มาต่อเนื่อง 3 สมัย และผลโพลยังตอกย้ำความเหนียวแน่นของคนกรุงที่มีต่อ “ประชาธิปัตย์” ยังแซงหน้า “เพื่อไทย”

ทว่า ครั้งนี้อาจไม่ใช่เรื่องง่ายเสียทีเดียว สะท้อนให้เห็นผ่านขั้นตอนกระบวนการคัดเลือกผู้สมัครของพรรค ซึ่งยื้อเวลาไม่กล้าผลีผลามประกาศส่ง “คุณชายหมู” ลงสนามอีกรอบเพราะสารพัดแผล ที่รู้อยู่แล้วว่าจะถูกขุดคุ้ยขึ้นมารุมถล่มขยายแผลในช่วงหาเสียง จนเตรียมเล็งดัน “กรณ์ จาติกวณิช” มาเป็นทางเลือกใหม่

แต่อีกด้านหนึ่งทาง “เพื่อไทย” ย่อมคาดหวังกับสนาม กทม. ที่เป็นจุดอ่อนของพรรคมาเนิ่นนาน หากปล่อยทิ้งไว้ย่อมเป็นปัญหาระยะยาวกับการบริหารงานในช่วงเวลาที่เหลือของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

การวางตัว พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. และเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด มาท้าชิงกับประชาธิปัตย์ งวดนี้ดูจะสูสีกว่าครั้งอื่นๆ ที่ผ่านมาด้วยทั้งภาพลักษณ์ ความสดใหม่ ที่ทำให้แชมป์เก่าต้องรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ

ยิ่งใกล้วันเลือกตั้ง กระบวนการเปิดฉากถล่ม ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ยิ่งดุเดือดขึ้น เริ่มต้นจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กำลังจะแจ้งข้อกล่าวหากับ 11 ผู้บริหาร กทม. ซึ่งรวมถึง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ เกี่ยวกับปัญหาสัญญาส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าบีทีเอส ไม่กี่วันหลังประชาธิปัตย์ประกาศส่งคุณชายหมูลงสมัคร

ยังไม่รวมกับ “แผลใหม่” การก่อสร้างสนามฟุตซอล อารีนา หนองจอก งานใหญ่ของ กทม. ที่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ออกโรงไล่บี้เร่งก่อสร้างให้ทันการแข่งขัน แต่ทว่าสุดท้ายฟีฟ่ากลับไม่ประกาศรับรองให้ใช้เป็นสนามแข่งขัน ที่เชื่อว่าจะต้องถูกถล่มอีกหลายระลอกในช่วงก่อนถึงวันเลือกตั้ง

แต่ก่อนถึงศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ในวันที่ 6 ม.ค.นี้ ประชาธิปัตย์ต้องลุ้นกับสนามเลือกตั้งซ่อม ชลบุรี เขต 2 ที่จะเป็น “ดัชนีชี้วัด” กระแสความนิยมของพรรคที่ตั้งเป้าจะขยายฐานในพื้นที่ภาคกลางตะวันออก ซึ่งพรรคตั้งความหวังและส่งทัพใหญ่ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงต่อเนื่อง

อีกงานใหญ่ที่ “ประชาธิปัตย์” ต้องเผชิญในปีนี้ยังหนีไม่พ้นประเด็นเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่ง ”เพื่อไทย” กำลังเล็งหาช่องทางเดินหน้าลุยให้สำเร็จลุล่วงอย่างที่ตั้งใจ หลังจากที่ได้แต่แบ่งรับแบ่งสู้ ว่าจะเดินหน้าต่อไปอย่างไรกับที่ขั้นตอนยังค้างรอลงมติในวาระ 3

ทางเลือกกับการทำ “ประชามติ” ที่เพื่อไทยเตรียมใช้เป็นใบเบิกทาง เดินหน้าลุยลงมติในวาระ 3 แบบไม่ต้องไปเสี่ยงกับการยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ สุดท้ายอาจไปไม่ถึงฝั่งฝันด้วยความวิตกว่าผลลัพธ์ที่ออกมาอาจไม่เป็นไปตามเป้าหมาย จนทำให้ทุกอย่างที่เดินหน้าไว้ต้องพังพาบลงไป ทางออกใหม่ๆ อย่างการเลือกแก้ไขเป็นเพียงรายมาตรา จึงเป็นแผนสำรองที่เตรียมไว้ลุยต่อไป

แต่สำหรับ “ประชาธิปัตย์” ที่ประกาศคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญในเวลานี้ด้วยเหตุผลว่ามีเรื่องอื่นที่เร่งด่วนจำเป็นต้องทำอีกหลายเรื่องโดยเฉพาะปัญหาปากท้องประชาชน รวมทั้งเชื่อว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้เป้าหมายลึกๆ แล้วเป็นไปเพื่อปลดล็อก ล้างผิด ปูทางให้ “คนแดนไกล” กลับประเทศแบบไร้ความผิด

การคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงเป็น “งานใหญ่” ของประชาธิปัตย์ ที่ต้องฟันฝ่าในเร็ววันนี้ เพราะลำพัง 159 เสียง ที่กำลังถูกโดดเดี่ยวจากพรรคอื่น ย่อมเป็นเรื่องยากที่จะทัดทานเสียงข้างมาในสภาได้ งานนี้จึงต้องรุกทุกทาง สร้างแนวร่วมกับภาคส่วนอื่นๆ เพิ่มพลังคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะต้องเริ่มคัดค้านตั้งแต่การเดินสายรณรงค์ทำความเข้าใจกับประชาชน ไม่ให้ลงประชามติ หรือลงมติไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะต้องรอดูความชัดเจนจากทางเพื่อไทยว่าจะสรุปออกมาอย่างไร

คู่ขนานไปกับ พ.ร.บ.ว่าด้วยการปรองดองแห่งชาติ ที่ฝ่ายค้านยืนยันว่าจะไม่ร่วมสังฆกรรมกับ พ.ร.บ.ล้างผิด ที่มีเป้าหมายเพื่อคนคนเดียว มากกว่าเป้าหมายเพื่อการปรองดองที่แท้จริง แม้จะถูกแรงบีบด้วยการตั้งข้อหา “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” และ “สุเทพ เทือกสุบรรณ” ในกรณีการสลายการชุมนุมทางการเมืองจนมีผู้เสียชีวิตกว่า 90 ศพ แต่ทั้งคู่ยังยืนยันว่าจะต่อสู้ตามกระบวนการโดยไม่เข้ากระบวนการนิรโทษกรรม

จากนี้ไปแรงบีบไปยังแกนนำทั้ง อภิสิทธิ์ และ สุเทพ คงจะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะสารพัดคดีที่จะขับเคลื่อนโดยดีเอสไอ ที่จะออกมาต่อเนื่องตลอดทั้งปีนี้

อีกด้านหนึ่ง “ประชาธิปัตย์” ยังเตรียมแผนเปิดเกมรุกกับการเดินหน้าต่อไปในปีนี้ โดยผลสรุปสัมมนาคณะกรรมการบริหารพรรคและ สส.ที่โรงแรมไฮแอท รีเจนซี่ หัวหิน ประจวบคีรีขันธ์ เดือนที่แล้ว เตรียมที่จะผลักดัน 4 พันธกิจ ทั้ง 1.การทำงานในสภาผู้แทนราษฎรที่ไม่จำกัดเฉพาะการอภิปรายไม่ไว้วางใจและการตั้งกระทู้ถาม แต่จะต้องทำงานในเชิงตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลที่เข้มข้นขึ้น โดยเฉพาะหลายนโยบายที่สร้างความเสียหายและไม่โปร่งใส

2.จัดทำ “พิมพ์เขียวประเทศไทย” ที่จะจัดสัมมนาระดมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนของประเทศในเดือน มี.ค.นี้ และจัดต่อเนื่องไปจนครบ 1 ปี ก็จะตกผลึกออกมาเป็นรูปร่างว่าจะเดินหน้าประเทศไทยไปอย่างไรต่อไป

ถัดมาที่แผนระยะยาวสำหรับเตรียมปรับโหมดเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง ด้วยการพันธกิจข้อที่ 3 เพิ่มการทำงานมวลชนของพรรคด้านเยาวชนและสตรีให้ครอบคลุมไปทุกพื้นที่ และ 4.แบ่งงานรองหัวหน้าพรรคให้รับผิดชอบเป็นกลุ่มจังหวัด กำหนดโซนย่อยให้สะดวกต่อการบริหารให้มีความคล่องตัว และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ที่จะชี้วัดกันในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ซึ่งไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่

หนทางจากนี้จึงเป็นเส้นทางที่ “ประชาธิปัตย์” ต้องทุ่มเททุกสรรพกำลังเดินหน้าไปสู่เป้าหมาย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท