
สวัสดีปีมะเส็ง
ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ขอให้ท่านผู้อ่านโพสต์ทูเดย์ทุกท่านจงมีแต่ความสุข ความสำราญ มีทัศนคติที่ดีตลอดปีมะเส็งนี้ครับ
ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ขอให้ท่านผู้อ่านโพสต์ทูเดย์ทุกท่านจงมีแต่ความสุข ความสำราญ มีทัศนคติที่ดีตลอดปีมะเส็งนี้ครับ
เริ่มต้นปีใหม่ ก็ต้องมามองดูครับว่าปีนี้เศรษฐกิจโลกจะมีอะไรมากระทบกระเทือนเศรษฐกิจไทยกับกระเป๋าสตางค์ของเรากันบ้าง
เมื่อสองวันก่อน ธนาคารแห่งประเทศไทย บอกว่า มีทุนนอกไหลทะลักเข้ามาในประเทศไทยในเดือน พ.ย.เดือนเดียวราวๆ 2,800 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นเงินไทยก็ราวๆ 8 หมื่นกว่าล้านบาท แต่แบงก์ชาติของเราบอกว่ายังไม่ใช่ระดับที่ผิดปกติเท่าไหร่
เพราะเมื่อเทียบกับเมื่อปี 2011 ที่ทุนนอกไหลทะลักเข้ามาจนผิดสังเกตนั้น มีปริมาณมหาศาลถึงกว่า 2.9 แสนล้านบาทครับ ซึ่งในครั้งนั้นทำให้เงินบาทของเราแข็งโป๊ก กระทบภาคส่งออกไปตามๆ กัน แน่นอนว่ายังเป็นฝันร้ายที่หลายคนยังจดจำกันได้
แม้ว่าครั้งนี้จะดูไม่น่ากลัวเหมือนครั้งนั้น แต่ก็ต้องบอกว่าอย่าพึ่งนิ่งนอนใจกันไป เนื่องจากทุนที่ไหลเข้ามานั้นเป็นเพียงแค่ช่วงเริ่มต้น ของจริงจะเริ่มไหลเข้ามามากขึ้นในปีมะเส็งนั่นแหละครับ
นั่นเป็นผลจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งในสหรัฐ ยุโรป จีน และตามมาด้วยญี่ปุ่น ที่เพิ่งจะได้รัฐบาลใหม่กันเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมานี้เอง ซึ่งเราต้องจับตาให้มากขึ้น เพราะว่ารัฐบาลญี่ปุ่นชุดใหม่ภายใต้นายกรัฐมนตรีที่ชื่อว่า ชินโสะ อาเบะ นั้น มุ่งเน้นนโยบายการทำให้ค่าเงินเยนอ่อนค่าลง ด้วยการกดดันให้ธนาคารกลางญี่ปุ่น หรือบีโอเจ เร่งออกมาตรการกระตุ้นให้มากกว่าเดิม
แน่นอนครับ นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของบีโอเจจะทำให้เงินเยนอ่อนลง บีโอเจก็ต้องอัดเงินเข้าสู่ระบบ สู้กับค่าเงินสกุลอื่นๆ ซึ่งจะทำให้มีปริมาณทุนอยู่ในระบบเป็นปริมาณมหาศาล
เหมือนกับที่สหรัฐใช้มาตรการคิวอี ธนาคารกลางยุโรปทุ่มเงินเข้าช้อนซื้อพันธบัตรของชาติสมาชิกยูโรโซนที่กำลังมีปัญหา ส่วนจีนคาดว่าจะออกมาตรการกระตุ้นครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่งหลังเดือน มี.ค.นี้
นี่แหละครับที่น่ากลัว แต่ละประเทศก็แข่งกันทุ่มเงินเข้ามาในระบบ ซึ่งผลพลอยได้ก็คือ ทำให้ค่าเงินเหล่านั้นอ่อนค่าลงเพื่อชิงความได้เปรียบทางการค้า แต่ผลข้างเคียงก็จะเกิดขึ้นกับประเทศอื่นที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่า อย่างในเอเชีย
เหตุการณ์จะซ้ำเหมือนปี 2011 ที่ค่าเงินในเอเชียพากันแข็งค่ากันถ้วนหน้า
และนี่เอง คือสิ่งที่น่ากลัวสำหรับปีมะเส็งนี้ เป็นสิ่งที่ไทยเราต้องจับตาอย่างไม่กะพริบ ในปีมะเส็งนี้ค่าเงินบาทจะได้รับผลกระทบจากทุนร้อนๆ จากต่างประเทศที่จะไหลเข้ามายังบ้านเรามากแค่ไหน
รัฐบาลและแบงก์ชาติของเราเตรียมพร้อมไว้แล้วบ้างหรือยังครับ







