
ไม่พักแก้รธน.ก้าวสู่ความรุนแรง
บัญญัติวิเคราะห์ 4 ตัวแปรเขย่าความรุนแรง
บัญญัติวิเคราะห์ 4 ตัวแปรเขย่าความรุนแรง
นายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรม การสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เปิดเผยว่า สถานการณ์การ เมืองปี 2556 โอกาสที่การเมืองจะร้อนขึ้นมีสูงและจะนำประเทศไปสู่ความรุนแรง
ทั้งนี้ 4 ตัวแปรที่จะนำไปสู่ความรุนแรง 1.ท่าทีของรัฐบาล หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ทำงานในลักษณะอำนาจนิยม หรือใช้อำนาจเด็ดขาดกระทำต่อคู่ต่อสู้ทางการ เมือง อาทิ การพยายามตั้งข้อหานายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ปชป. และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ สส. สุราษฎร์ธานี พรรค ปชป.จากเหตุการณ์การชุมนุมทางการ เมืองปี 2553 เหตุการณ์การสลายการชุมนุมของกลุ่มองค์การพิทักษ์สยาม
2.ปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้น ราคาพืชผลการเกษตรที่ตกต่ำ3.การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่รัฐบาลมีเป้าประสงค์ตามที่ตัวเองต้องการ โดยมีเป้าหมายว่า หากแก้โดยประชามติไม่สำเร็จ ก็จะแก้เป็นรายมาตรา ซึ่งเชื่อว่าจะนำไปสู่ความรุนแรง 4.การเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดง ที่ถือเป็นมวลชนจัดตั้งให้การสนับสนุนรัฐบาล
นายบัญญัติ กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้รัฐบาลพักการแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้ก่อน แล้วหันมาแก้ไขนโยบายในหลายๆ เรื่อง ทั้งการจำนำข้าวที่จะนำไปสู่ปัญหาต่อไป
นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธาน ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า หลังพ้นจากการถูกตัดสิทธิทางการเมืองในวันที่ 2 ธ.ค. 2556 จะเดินหน้าพูดคุยเรื่องการสร้างความปรองดองภายในชาติ โดยขอให้ทุกคนนำคำสอนของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี มาเป็นแนวทางในการปฏิบัติ แม้จะเป็นเรื่องยากแต่ก็ต้องทำให้ได้ โดยขณะนี้ได้เตรียมแนวทางการเจรจากับทุกกลุ่มไว้แล้ว รวมถึงกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี
“ขอให้ สส.พรรคชาติไทยพัฒนา เดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะไม่เช่นนั้นความปรองดองจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้” นายบรรหาร กล่าว







