
แนะประกันรายได้ชาวนาหวังจูงใจปลูกข้าวน้อยลง
สศช.เร่งรัฐทำโซนนิงปลูกข้าว หวังลดรอบการปลูก พร้อมเสนอให้จูงใจชาวนาด้วยการประกันรายได้
สศช.เร่งรัฐทำโซนนิงปลูกข้าว หวังลดรอบการปลูก พร้อมเสนอให้จูงใจชาวนาด้วยการประกันรายได้
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า ในระยะยาวรัฐบาลต้องปรับราคารับจำนำสินค้าเกษตรให้สอดคล้องกับราคาตลาด มีการจัดโซนนิงควบคุมพื้นที่ปลูกข้าวและการสลับปลูกพืชหลายชนิดบนพื้นที่เดียวกัน (Multicorp) พร้อมทั้งสร้างหลักประกันรายได้เป็นรายเดือนให้เกษตรกร
นายอาคม กล่าวว่า การโซนนิงพื้นที่ปลูกข้าวและให้ชาวนาลดรอบปลูกข้าว รวมทั้งให้สลับไปปลูกพืชชนิดอื่นหรือปลูกพืชพลังงานแทนนั้น ทำได้ไม่ง่าย เพราะราคาจะเป็นปัจจัยที่ทำให้เกษตรกรตัดสินใจปลูกพืชชนิดใดชนิดหนึ่ง แม้ว่าพื้นที่นั้นๆ ไม่มีความเหมาะสมก็ตาม จึงอยากจะเสนอให้ใช้วิธีประกันรายได้ให้แก่ชาวนาในแต่ละเดือน ในกรณีที่ชาวนาลดรอบปลูกข้าวไปปลูกพืชอื่นๆ แทน
“เราต้องให้หลักประกันรายได้ของเกษตรกรเป็นรายเดือน หากเกษตรกรปลูกพืชหลายๆ ประเภทในพื้นที่เดียวกัน เช่น ปลูกพืชสมุนไพรที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า หรือการปลูกพืชพลังงาน พร้อมกันนั้น รัฐบาลต้องจัดรูปที่ดิน มีการกระจายน้ำให้ทั่วถึงและลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่ลดต้นทุนขนส่ง รวมถึงควบคุมซัพพลายข้าว” นายอาคม กล่าว
นายอาคม ระบุว่า โครงการรับจำนำข้าวที่ผ่านมา ทำให้ชาวนามีรายได้อย่างสม่ำเสมอ แต่ระยะยาวจะต้องมีการส่งเสริมให้ชาวนาปลูกข้าวคุณภาพดี ซึ่งจะทำให้กำหนดราคาข้าวได้ แต่ในระยะสั้นรัฐบาลคงต้องยอมรับภาระขาดทุนจากโครงการรับจำนำข้าวไปก่อน โดย สศช.ประเมินว่าโครงการจำนำข้าวมีผลขาดทุนปีละ 7 หมื่นล้าน1 แสนล้านบาท
ด้านการบริหารจัดการโครงการรับจำนำข้าวระยะสั้นนั้น ข้าวสารที่รัฐบาลรับจำนำมาต้องมีที่ไป คือ รัฐบาลต้องระบายข้าวเพื่อไม่ให้เป็นภาระในการเก็บรักษาและข้าวเสื่อมสภาพ แต่ต้องดูจังหวะเวลาในการระบายข้าว เพราะต่างประเทศรู้ว่าไทยมีสต๊อกข้าวเท่าไหร่ ขณะที่การขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี ช่วยระบายข้าวอย่างมาก







