posttoday
4เรื่องหใท่คนไทยค้องปรับตัวปี 2556

4เรื่องหใท่คนไทยค้องปรับตัวปี 2556

01 มกราคม 2556

1 ค่าแรง 300 ทั่วประเทศ

1 ค่าแรง 300 ทั่วประเทศ

ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2556 ประชาชนคนไทยต้องปรับตัวรับความเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ในชีวิตประจำวันอย่างน้อย 4 เรื่องใหญ่ เรื่องแรกกลุ่มชาวแรงงานได้เฮ เพราะได้ค่าแรง 300 บาท เป็นของขวัญปีใหม่จากนโยบายรัฐบาล

จากที่ก่อนนี้รัฐบาลได้ขึ้นค่าแรง 300 บาท รอบแรกไปเมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2555 ใน 7 จังหวัดนำร่อง การปรับขึ้นค่าแรงในครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรม ที่ต้องมีภาระต้นทุนเพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณ 5.38% ส่งผลให้ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี อาจรับภาระไม่ไหว

ดังนั้น เพื่อเอาตัวรอดบางอุตสาหกรรมอาจผลักภาระให้ผู้บริโภค โดยการปรับราคาสินค้าขึ้น บางอุตสาหกรรมอาจต้องนำเทคโนโลยีมาทดแทน และอาจต้องลดแรงงานลงเพื่อลดต้นทุน

ขณะที่ภาครัฐได้เตรียมมาตรการบรรเทาผลกระทบ เช่น ลดค่าธรรมเนียมต่างๆ ให้ผู้ประกอบการ การตั้งคลินิกช่วยเหลือและพัฒนาแรงงาน การลดส่งเงินประกันสังคม การดูแลราคาสินค้า ซึ่งภาคเอกชนยังไม่พอใจ

ทั้งนี้ จะเสนอให้รัฐบาลตั้งคณะทำงานร่วมกัน และให้รัฐบาลตั้งกองทุนช่วยเหลือผู้ประกอบการเพื่อจ่ายส่วนต่างค่าแรงที่เพิ่มขึ้นตามสัดส่วนที่เหมาะสม โดยค่อยๆ ลดการชดเชยลงเรื่อยๆ จนกว่าผู้ประกอบการจะปรับตัวได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด จากนั้นถึงปี 2558 เมื่อเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ให้รัฐบาลพิจารณาลอยตัวค่าแรงตามความเหมาะสม

อย่างไรก็ตาม ข้อเรียกร้องในเรื่องนี้ยังไม่ได้รับการตอบสนอง ส่งผลให้คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เตรียมเสนอให้รัฐบาลพิจารณาการจ่ายส่วนต่างค่าแรงที่เพิ่มขึ้นอีกครั้ง

2 เลิกจำหน่ายเบนซิน 91

แผนการยกเลิกจำหน่ายน้ำมันเบนซิน 91 เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2556 เป็นต้นไป ปั๊มน้ำมันทั่วประเทศต้องปรับหัวจ่ายน้ำมันจากเบนซิน 91 เป็นน้ำมันชนิดอื่น เช่น แก๊สโซฮอล์อี 20 แก๊สโซฮอล์อี 85 และเบนซิน 95 แต่ให้เวลาแก่โรงกลั่นน้ำมันและปั๊มน้ำมันที่ยังมีเบนซิน 91 เป็นเวลา 3 เดือนจำหน่ายน้ำมันให้หมด

ในทางกลับกันจะกระทบต่อรถที่ใช้แก๊สโซฮอล์ไม่ได้ 3 กลุ่ม 1.กลุ่มรถยนต์ที่ผลิตก่อนปี 2538 ประมาณ 5 แสนคัน 2.กลุ่มรถจักรยานยนต์ 2 จังหวะที่ผลิตก่อนปี 2543 ประมาณ 2 ล้านคัน 3.กลุ่มเครื่องยนต์การเกษตรขนาดเล็กที่ใช้น้ำมันเบนซิน ประมาณ 5 แสน1 ล้านเครื่อง

ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานได้เปิดศูนย์บริการปรับแต่งเครื่องยนต์ให้ใช้แก๊สโซฮอล์ได้กว่า 200 แห่งทั่วประเทศ เริ่มตั้งแต่ปลายเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมาถึงปลายเดือน เม.ย. 2556 โดยใช้งบประมาณ 66 ล้านบาท จ่ายเป็นค่าแรงในการปรับแต่ง

ประชาชนสามารถนำสำเนาทะเบียนรถยนต์ สำเนาทะเบียนรถจักรยานยนต์ และสำเนาบัตรประชาชนหรือใบขับขี่มาแสดงเมื่อต้องการปรับแต่งเครื่องยนต์ แต่เจ้าของรถต้องรับผิดชอบค่าอุปกรณ์เอง

3 ทำใจบ้านขยับราคาขึ้น 510%

ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ทั้งรายเล็ก รายใหญ่ ต่างประเมินสถานการณ์ไปในทิศทางเดียวกันว่า ในปี 2556 ราคาบ้านจะขยับอีกอย่างน้อย 510% จากปัจจัยต้นทุนค่าแรง 300 บาท ผู้รับเหมาหายาก รับงานจำกัด ผู้รับเหมาปรับราคาค่าก่อสร้าง ต้นทุนวัสดุก่อสร้าง และราคาที่ดิน

วงศกรณ์ ประสิทธิ์วิภาต รองประธานเจ้าหน้าที่กลุ่มพัฒนาธุรกิจ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค กล่าวว่า สิ่งที่น่าห่วงสำหรับปี 2556 คือการส่งมอบบ้าน และคอนโดมิเนียมให้ทันตามสัญญากับลูกค้า ขณะที่ลูกค้าต้องทำใจกับราคาบ้านที่จะขยับขึ้น เพราะต้นทุนเพิ่มขึ้น

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ประเมินว่า การปรับขึ้นค่าแรงงาน 300 บาท จะทำให้แรงงานไหลกลับสู่ภาคอุตสาหกรรมท้องถิ่น ซึ่งจะทำให้ภาคอสังหาริมทรัพย์ขาดแคลนแรงงานรุนแรงขึ้น

4 ปฏิรูปภาษีครั้งใหญ่แบบยกแผง

รัฐบาลยิ่งลักษณ์ประกาศปฏิรูปภาษีแบบยกแผงเพื่อใช้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เริ่มจากภาษีนิติบุคคลที่ลดลงจาก 30% เหลือ 23% ในปี 2555 และจะลดเหลือ 20% ในปี 2556 มาตรการนี้ทำให้รัฐบาลสูญรายได้ถึง 1.5 แสนล้านบาทต่อปี

ผลทางอ้อมจะทำให้นักลงทุนมีขีดความสามารถการทำธุรกิจเพิ่มขึ้น เพราะนำรายจ่ายทางภาษีไปขยายกิจการได้มากขึ้น อีกทั้งยังจูงใจให้นักลงทุนเข้ามาประกอบธุรกิจในไทยมากขึ้น เพราะอัตราภาษีใหม่ของไทยที่จะเริ่มใช้ในระดับ 20% ต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นคู่แข่ง เช่น มาเลเซีย เวียดนาม เก็บภาษีนิติบุคคลอยู่ที่ 25% บรูไน 27.5% ฟิลิปปินส์ 30% และลาว 35%

การปรับโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่จะเริ่มในปีนี้และปี 2557 จะเปลี่ยนโฉมการเสียภาษีของคนไทย ดังนี้

ประการแรก เปลี่ยนรูปแบบการเสียภาษีของสามีภรรยาจากให้รวมกันเสียภาษี เป็นแยกกันยื่นแบบเสียภาษีตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะเริ่มใช้ในต้นปี 2556 ทำให้สามีภรรยามีภาระในการเสียภาษีลดลง ขณะที่รัฐบาลสูญเสียรายได้ไปกว่า 7,000 ล้านบาท

ดังนั้น ตั้งแต่ต้นปี 2556 สามีภรรยาที่มีเงินได้ในปี 2555 จะเลือกยื่นแบบเสียภาษีได้ 5 แบบ 1.ยื่นรวมกันในนามสามี 2.ยื่นรวมกันในนามภรรยา 3.ยื่นรวมกันโดยสามีแยกยื่นเฉพาะเงินเดือนหรือค่าจ้างอย่างใดอย่างหนึ่ง 4.ยื่นรวมกันโดยภรรยาแยกยื่นเฉพาะเงินเดือนหรือค่าจ้างอย่างใดอย่างหนึ่ง และ 5.สามีภรรยาแยกกันยื่นเสมือนเป็นภาษีคนละหน่วย

ผลของมาตรการนี้จะทำให้สามีภรรยาได้รับสิทธิค่าลดหย่อนเพิ่มขึ้น 3 รายการ คือ ค่าเลี้ยงดูบุตรได้คนละ 1.5 หมื่นบาท ค่าลดหย่อนการศึกษาบุตรได้คนละ 2,000 บาท และค่าลดหย่อนดอกเบี้ยผ่อนบ้านหลังละ 1 แสนบาท

ประการที่ 2 รัฐบาลประกาศปรับโครงสร้างภาษีบุคคลธรรมดาใหม่จากสูงสุด 37% เหลือ 35% และปรับจากผู้มีเงินได้เสียภาษีตามขั้นบันได 5 ขั้น คือ 1.ผู้มีเงินได้ 0-1 แสนบาท เสียภาษีในอัตรา 5% 2.ผู้มีเงินได้ 100,001-5 แสนบาท เสียภาษีในอัตรา 10%

3.ผู้มีเงินได้ 500,001-1 ล้านบาท เสียภาษีในอัตรา 20% 4.ผู้มีเงินได้ 1,000,001-4 ล้านบาท เสียภาษีในอัตรา 30% และ 5.ตั้งแต่ 4,000,001 บาทขึ้นไป เสียภาษีในอัตรา 37%

อัตราภาษีใหม่ที่เพิ่มเป็น 7 ขั้น คือ 1.ผู้มีเงินได้ตั้งแต่ 03 แสนบาท เสียภาษีในอัตรา 5% แต่ยังคงได้รับการยกเว้นภาษีในส่วนของเงินได้ 1.5 แสนบาทแรก 2.ผู้มีเงินได้ 300,0015 แสนบาท เสียภาษีในอัตรา 10% 3.ผู้มีเงินได้ 500,0017.5 แสนบาท เสียภาษีในอัตรา 15%

4.ผู้มีเงินได้ตั้งแต่ 750,001-1 ล้านบาท เสียภาษีในอัตรา 20% 5.ผู้มีเงินได้ตั้งแต่ 1,000,001-2 ล้านบาท เสียภาษีในอัตรา 25% 6.ผู้มีเงินได้ 2,000,001-4 ล้านบาท เสียภาษีในอัตรา 30% และ 7.ผู้มีเงินได้ 4,000,001 บาทขึ้นไป เสียภาษีในอัตรา 35%

อัตราภาษีใหม่จะช่วยให้คนที่มีรายได้ไม่ถึงเดือนละ 2 หมื่นบาท ไม่ต้องเสียภาษี เพียงแต่อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบบบันได 7 ขั้น จะเริ่มใช้ได้หลังจากผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งหากออกเป็น พ.ร.บ.ได้ทันในปี 2556 ก็จะเริ่มใช้กับภาษีเงินได้ในปี 2556 ที่จะยื่นแบบภาษีอัตราใหม่ได้ในปี 2557

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี