posttoday
แอลพีจีเกาให้ถูกที่คัน

แอลพีจีเกาให้ถูกที่คัน

31 ธันวาคม 2555

การขึ้นราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี/LPG) เป็นเผือกร้อนมานานแล้ว วันนี้รัฐบาลนี้ดูเหมือนจะกล้าทำในสิ่งที่ยาก และจะเป็นการใช้ความเป็นรัฐบาลที่กุมเสียงท่วมท้นในสภา ทำเพื่อเป็นประโยชน์ส่วนรวมอย่างแท้จริงเป็นครั้งแรก เหตุอันสมควรที่จะให้พี่น้องประชาชนได้ใช้ LPG ในราคาถูกก็เพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย แต่ปรากฏว่ามีผลกระทบที่ไม่พึงประสงค์มากมายหลายด้าน เช่น

การขึ้นราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี/LPG) เป็นเผือกร้อนมานานแล้ว วันนี้รัฐบาลนี้ดูเหมือนจะกล้าทำในสิ่งที่ยาก และจะเป็นการใช้ความเป็นรัฐบาลที่กุมเสียงท่วมท้นในสภา ทำเพื่อเป็นประโยชน์ส่วนรวมอย่างแท้จริงเป็นครั้งแรก เหตุอันสมควรที่จะให้พี่น้องประชาชนได้ใช้ LPG ในราคาถูกก็เพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย แต่ปรากฏว่ามีผลกระทบที่ไม่พึงประสงค์มากมายหลายด้าน เช่น

การใช้ผิดประเภท เนื่องจากราคา LPG ถูกตรึงไว้ในระดับต่ำ ทำให้มีรถยนต์เปลี่ยนมาใช้ LPG แทนน้ำมันมากขึ้นๆ ไม่ใช่เฉพาะแท็กซี่ แต่มีรถส่วนตัวของคนที่ไม่ได้ยากจน การใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมและร้านอาหารสำหรับคนชั้นกลาง นอกจากนี้มีการใช้ผิดประเภทในโรงกลั่นน้ำมันที่ผลิต LPG ได้แต่ไม่อยากขาย กลับเอาไปเผาเป็นเชื้อเพลิงในโรงกลั่น เพราะถูกบังคับให้ขายในราคาถูก เลยเกิดปรากฏการณ์เอาไม้สักมาเผาเป็นไม้ฟืน แต่ปัญหานี้ได้ลดลงไประดับหนึ่งหลังจากที่มีการให้เงินชดเชยแก่โรงกลั่น

ผลกระทบที่ต้องระวังจากการใช้ผิดประเภท คือ ปัญหาด้านความปลอดภัย เพราะหากแก้ปัญหาแบบครึ่งๆ กลางๆ คือ ขึ้นราคาการใช้ในบางภาคส่วน (Segmented Pricing) เช่น การใช้ในรถยนต์ ยิ่งราคาแตกต่างมากก็ยิ่งเป็นแรงจูงใจให้มีการยักย้ายก๊าซจากถังสำหรับครัวเรือนมาใส่รถยนต์ มีการเอาถังมาเชื่อมต่อเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมที่ถูกเริ่มขึ้นราคาไปตั้งแต่ปีที่แล้ว เนื่องจาก LPG เป็นก๊าซไวไฟจึงต้องใช้กับอุปกรณ์ที่ออกแบบอย่างเหมาะสมและผลิตได้มาตรฐาน การยักย้ายหรือใช้อุปกรณ์ผิดวัตถุประสงค์จึงอาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุ ซึ่งก็เคยเกิดขึ้นแล้วในบ้านเรา เพียงคนกดกริ่งหน้าบ้านขณะที่ในบ้านมีก๊าซรั่วไหลจากการยักย้ายก๊าซ LPG ก็เกิดระเบิดไฟไหม้เสียหาย

ทุกรัฐบาลได้พยายามส่งเสริมการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์และไบโอดีเซล นอกจากจะลดการพึ่งพาการนำเข้า ลดภาวะโลกร้อนแล้ว ยังช่วยให้เกษตรกรมีรายได้ดีขึ้นด้วย แต่ประชาชนกลับไม่นิยมใช้เท่าที่ควร เพราะขาดแรงจูงใจเนื่องจาก LPG ราคาถูกมาก

ความไม่เป็นธรรมที่เกิดจากการอุดหนุนราคา (Cross Subsidy) เพราะมีการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ จากผู้ใช้น้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์ ซึ่งไม่ได้เป็นผู้มีรายได้สูงทุกคน เช่น ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ เกษตรกรในชนบทที่ใช้เครื่องสูบน้ำเบนซิน ประชาชนที่ใช้บริการวินมอเตอร์ไซค์ก็ต้องมาแบกรับภาระค่าน้ำมันเบนซินที่แพง เพื่อไปอุดหนุนคนใช้รถยนต์ส่วนตัวคันใหญ่ๆ ที่เปลี่ยนมาใช้ LPG หรือร้านอาหารที่ขายคนร่ำรวย เท่ากับว่าทุกลิตรของเบนซิน 91 ที่คนจนซื้อในราคา 43.25 บาท เขาต้องจ่าย 7.20 บาท/ลิตร ให้กับคนรวย!

เกิดการลักลอบนำ LPG ไปขายในประเทศเพื่อนบ้านมาก คงจำกันได้ที่มีการนำคลิปวิดีโอการลักลอบส่งออก LPG ในถังไปฉายในสภา แต่ความจริงยังมีการลักลอบขนด้วยแท็งก์เป็นคันรถอีกด้วย ไม่มีใครทราบปริมาณที่แท้จริง แม้กระทรวงพลังงานประมาณความสูญเสียไว้ปีละ 2,000 ล้านบาท แต่ความเป็นจริงน่าจะสูงกว่านี้ เพราะอัตราการเติบโตของการใช้ LPG ในถังที่ถูกนับว่าเป็นภาคครัวเรือนนั้นสูงเกินกว่าการเติบโตของประชากรและเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ (เพิ่มขึ้น 14% ในช่วงสิบเดือนแรกของปีนี้) ทำไมต้องให้คนไทยเจียดเงินไปเลี้ยงคนกัมพูชา ลาว พม่า ?

การใช้ LPG ราคาถูกในปริมาณที่มากมายเกินวัตถุประสงค์ ทำให้ไทยที่เคยเป็นผู้ส่งออก ก็ได้กลายเป็นผู้นำเข้ามาตั้งแต่ปี 2552 ต้องนำเข้าในราคาตลาดโลกที่แพงแล้วมาขายในราคาที่ถูก ล่าสุดเราต้องนำเข้า LPG มากถึง 1.5 แสนตัน/เดือน ในราคา 1,070 เหรียญสหรัฐต่อตัน ในขณะที่ราคาขายส่งหน้าโรงแยกก๊าซตรึงอยู่ที่ 333 เหรียญสหรัฐต่อตัน เท่ากับต้องใช้เงินกองทุนน้ำมันฯ ไปอุดหนุนถึง 737 เหรียญสหรัฐต่อตัน หรือ 23 บาท/กก. ในปี 2554 กองทุนน้ำมันฯ ชดเชยการนำเข้า LPG เป็นเงิน 2.58 หมื่นล้านบาท และชดเชยโรงกลั่นน้ำมันอีก 10,470 ล้านบาท รวมเป็น 36,270 ล้านบาท ส่วนปีนี้คาดว่าการชดเชยจะเพิ่มขึ้นเป็น 3.7 หมื่นล้านบาท สำหรับการนำเข้า และ 1.37 หมื่นล้านบาท สำหรับโรงกลั่น รวมทั้งสิ้นประมาณ 5.07 หมื่นล้านบาท

ทั้งหมดจึงสมควรที่จะหามาตรการอื่นมาดูแลคนยากจนแทนการตรึงราคา LPG เช่น จ่ายเงินชดเชยราคา LPG แก่ครัวเรือนที่มีรายได้น้อย ซึ่งก็สามารถหาตัวและวัดความจนได้จากปริมาณการใช้ไฟฟ้า ที่มีข้อมูลชัดเจนว่าครัวเรือนไหนใช้ไฟฟ้าเท่าใด และถ้าจะชดเชยเพิ่มเติมให้ผู้ขายอาหารให้กับคนรายได้น้อยที่บางคนอาจจะไม่มีมิเตอร์ไฟของตัวเองก็ย่อมทำได้ ซึ่งรัฐบาลก็มีแนวทางอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจและปฏิบัติให้ได้จริง

ถ้าจะให้ราคา LPG สะท้อนกลไกตลาด สำหรับถังขนาด 15 กก. ที่ใช้ในครัวเรือน ก็อาจจะต้องขึ้นราคาประมาณ กก.ละ 8 บาท หากครัวเรือนรายได้น้อยปกติใช้ LPG 1 ถังใน 2 เดือน ก็ควรจะได้รับเงินชดเชยจากรัฐ เดือนละ 60 บาท ปีละ 720 บาท ถ้าช่วย 8 ล้านครัวเรือน ตามที่เป็นข่าวก็จะเป็นเงิน 5,760 ล้านบาท แล้วประหยัดความสูญเสียได้อย่างน้อยๆ 5 หมื่นล้านบาท พร้อมแก้ปัญหาต่างๆ ด้วย

มีการเสนอให้ “ยกเลิก” การนำเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไปอุดหนุนการใช้ก๊าซ LPG ของธุรกิจปิโตรเคมี แต่ความจริงไม่มีการใช้เงินกองทุนในกรณีนี้ LPG ไม่ได้เป็นเชื้อเพลิงแต่เป็นวัตถุดิบในการผลิตปิโตรเคมี เช่น เส้นใย พลาสติกต่างๆ จริงอยู่ เราจะมี LPG สำหรับเป็นเชื้อเพลิงมากขึ้นหากปิโตรเคมีไม่ได้ใช้ แต่ว่าประเทศก็จะสูญเสียโอกาสของการสร้างมูลค่าเพิ่มในอุตสาหกรรมต่อเนื่อง รวมถึงการ สร้างงานให้ประชาชนในภาคส่วนต่างๆ และหากปิโตรเคมีต้องซื้อ LPG ในราคาที่สูงเกินไป สินค้าต่างๆ ที่ต่อเนื่องก็จะแข่งขันกับการนำเข้าจากต่างประเทศไม่ได้ มูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจที่เกิดกับคนไทยก็จะหดหายไป แม้ในประเทศซาอุดีอาระเบียมีการขาย LPG ให้ปิโตรเคมีในราคาถูกกว่าราคาเชื้อเพลิง

อย่างไรก็ตาม ตรรกะตรงนี้จะเหนียวแน่นก็ต่อเมื่อปิโตรเคมีและอุตสาหกรรมต่อเนื่องของเราเข้มแข็งจริง ไม่ใช่ด้วยการผูกขาดเพียงเพราะได้รับการอุดหนุนราคาวัตถุดิบให้ถูกกว่าคู่แข่งในตลาดโลก บรรยากาศของการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยกำหนด เป็นวิธีที่จะทำให้ธุรกิจเข้มแข็ง รู้จักปรับตัวให้มีประสิทธิภาพ

ธุรกิจบางอย่าง เช่น ระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติ หรือโรงงานแปรสภาพก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG Regasification) อาจเป็นการผูกขาดโดยธรรมชาติ เพราะต้องลงทุนสูงมาก ก็ต้องมีการกำกับดูแลที่ดี มีบุคลากรเป็นคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (Regulator) ที่เข้มแข็ง และเราต้องมี พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้าที่ครอบคลุมรัฐวิสาหกิจในส่วนที่มีการแข่งขันกับเอกชน มีโครงสร้างคณะกรรมการแข่งขันทางการค้าที่เข้มแข็งจริงจัง ดิฉันได้เสนอแก้กฎหมายนี้มาเป็นเวลากว่าปีแล้ว แต่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ไม่ยอมแม้แต่จะผ่านเรื่องให้บรรจุในวาระพิจารณาของสภาผู้แทนฯ

เราต้องไม่ปล่อยให้เกิดการค้ากำไรเกินควร หรือการให้บริการที่ไม่สนใจต่อลูกค้าประชาชนในกิจกรรมที่ผูกขาดโดยธรรมชาติและต้องจริงจังกับการเปิดเสรีการเข้าใช้ระบบท่อก๊าซธรรมชาติให้เกิดขึ้นจริงได้ เราต้องไม่ให้มีการสร้างความได้เปรียบในธุรกิจต่อเนื่องที่ควรจะมีการแข่งขันได้ ไม่ปล่อยให้ ปตท. เป็นบริษัทเดียวที่ได้ประโยชน์จากนโยบาย LPG ราคาเดียว ต้องไม่ปล่อยให้ ปตท. หรือบริษัทในเครือทำธุรกิจผลิตไฟฟ้าโดยก๊าซธรรมชาติ เพราะ ปตท.ได้เปรียบในฐานะที่เป็นผู้ผูกขาดการขายก๊าซธรรมชาติ

หากจะต้องแทรกแซงราคาพลังงาน ก็ต้องไม่ให้ ปตท.ผูกขาดการเป็นเครื่องมือของรัฐ แต่ควรเปิดให้บริษัทเอกชนเป็นเครื่องมือได้เช่นเดียวกัน โดยมีการชดเชยให้เท่าเทียมกัน อย่างการตรึงราคาดีเซลที่ทำอย่างโปร่งใสเสมอภาค แต่การดึงราคาขายปลีกน้ำมันให้ต่ำในอดีตหลายๆ ช่วง ได้ทำให้เอกชนซึ่งสู้ราคาไม่ได้มียอดขายลดลงๆ จนต้องทยอยปิดกิจการ หากไม่ระวังวันหน้าอาจเกิดการผูกขาดเพิ่มขึ้นในตลาดค้าปลีกน้ำมัน

อีกประเด็นที่ควรได้รับความสนใจ คือ การกำกับดูแล ปตท. (และรัฐวิสาหกิจอื่นๆ) ที่มีเป็นผลประโยชน์ทับซ้อน เพราะมีข้าราชการมานั่งในบอร์ด มีการปล่อยให้การเมืองเข้ามาแทรกแซง ตั้งแต่เรื่องเล็กๆ เช่น งบประชาสัมพันธ์ที่ถูกใช้สร้างภาพลักษณ์ส่วนตัวของผู้มีอำนาจเหนือรัฐมนตรี ไปจนถึงการแทรกแซงในเรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง ตั้งแต่น้ำมันดิบจนถึงการลงทุนก่อสร้างต่างๆ ควรขจัด หรือลดผลประโยชน์ทับซ้อน โดยให้ข้าราชการคืนค่าตอบแทนทั้งหมด ไม่ว่าเบี้ยประชุม โบนัส หรือผลประโยชน์ตอบแทนอื่นๆ ให้แก่รัฐ เพราะยิ่งผลประโยชน์มาก หากผู้เกี่ยวข้องพร่องในจริยธรรมก็จะยิ่งแข่งกันเอาใจใส่ประโยชน์ “นาย” เพื่อแย่งกันเข้าไปรับประโยชน์ส่วนตน

การคืนหรือห้ามมิให้กรรมการได้รับผลตอบแทนนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่มีการปฏิบัติกันอย่างแพร่หลาย เช่น ในกรณีกรรมการรัฐวิสาหกิจของประเทศฝรั่งเศสและในธุรกิจข้ามชาติต่างๆ แม้ธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทยก็เริ่มทำกันบ้างแล้ว

สิ่งต่อไปที่รัฐบาลควรทำ คือ สร้างธรรมาภิบาลในการกำกับดูแล และแก้กฎหมาย เพื่อให้ ปตท. ไม่มีอำนาจเหนือตลาดโดยไม่จำเป็น สองสิ่งนี้ง่ายมากเทียบกับการขึ้นราคา LPG แต่อาจเกิดขึ้นยาก เพราะจะทำให้บางคนบางกลุ่มเสียผลประโยชน์ ภาคประชาชนน่าจะร่วมกันผลักดันตรงนี้ มากกว่ามุ่งจะ “เอา ปตท.คืนมา” เพราะหากยิ่งรัฐเป็นเจ้าของมากขึ้นเท่าใด โอกาสการแทรกแซงและทุจริตรั่วไหลก็มีมากขึ้นเท่านั้น

แม้การทุจริตในภาครัฐมีส่วนเกิดขึ้นจากการร่วมมือของภาคเอกชน แต่ถ้าดูภายในบริษัทเอกชนทั่วๆ ไป การทุจริตรั่วไหลน้อยกว่าภายในรัฐบาล หรือรัฐวิสาหกิจมาก

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท