
ใบโพธิ์ชี้‘ไอทีดี’ถือหุ้น25%ตั้งเอสพีวีดูโครงการทวาย
“ใบโพธิ์” ยันเป็นที่ปรึกษาโครงการทวายต่อ เผยอิตาเลียนฯ พร้อมถือหุ้นเอสวีพี 25%
“ใบโพธิ์” ยันเป็นที่ปรึกษาโครงการทวายต่อ เผยอิตาเลียนฯ พร้อมถือหุ้นเอสวีพี 25%
นายโสภณ อัศวานุชิต ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายวาณิชธนกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า ธนาคารจะยังคงมีส่วนร่วมผลักดันโครงการท่าเรือน้ำลึกทวายในพม่าร่วมกับรัฐบาลไทย ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินของบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ หรือไอทีดี ต่อไปแม้ว่ารัฐบาลมีแนวคิดจัดตั้งนิติบุคคลเฉพาะกิจ หรือเอสพีวี ขึ้น โดยนำรัฐวิสาหกิจ รัฐบาลพม่า และนักลงทุนอื่นๆ มาถือสัญญาสัมปทานร่วมกับบริษัท อิตาเลียนไทย
“โดยหลักการเราเป็นที่ปรึกษาทางการเงินให้อิตาเลียนไทย ซึ่งประสงค์จะถือหุ้น 25% ในเอสพีวี นี้ แต่ทางรัฐบาลได้ให้เข้ามาช่วยดูแลและให้ข้อมูลต่างๆ ด้วย” นายโสภณ กล่าว
นายโสภณ กล่าวว่า การจัดตั้งเอสพีวีเป็นหนึ่งในคำแนะนำที่ธนาคารคุยกับอิตาเลียนไทยมาตลอด การจัดตั้งเอสพีวีขึ้นมาขับเคลื่อนโครงการทวายจึงเป็นแนวทางที่ถูกต้อง เพราะโครงการนี้มีขนาดใหญ่ต้องใช้เงินลงทุนกว่า 2 แสนล้านบาท และแม้ว่ารัฐบาลจะเข้าร่วมแต่อาจต้องใช้เวลาดูเรื่องระเบียบต่างๆ ให้รอบคอบ แต่ถือเป็นทิศทางที่ถูกต้อง เพราะตอนนี้ต้นทุน ดีไซน์การก่อสร้างต่างๆ พร้อมหมดแล้ว ขาดเพียงกรอบความร่วมมือในการขับเคลื่อนให้เดินหน้า
นายโสภณ กล่าวว่า จากแนวโน้มที่ดีขณะนี้ ทำให้คาดว่าการก่อสร้างในส่วนของนิคมย่อยต่างๆ จะเริ่มดำเนินการได้ในเดือน เม.ย. 2556 ส่วนการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เช่น ถนน ท่าเรือ ที่ต้องใช้เงินราว 1 แสนล้านบาท อาจต้องใช้เวลา โดยแหล่งเงินทุนหลักจะเป็นซอฟต์โลนทั้งจากในประเทศและต่างประเทศ ส่วนเงินทุนหมุนเวียนจากธนาคารพาณิชย์ แต่ยังไม่สามารถกำหนดแหล่งเงินกู้ที่ชัดเจนได้
“คิดว่าการก่อสร้างในภาพใหญ่คงยังไม่เห็นเร็วมากนัก ต้องรอให้ทุกอย่างเข้าที่ก่อนจึงจะพิจารณาแหล่งเงินทุนที่เหมาะสม โดยสัญญาเงินกู้ระดับโปรเจกต์ไฟแนนซ์ต้องใช้เวลาอีก 6 เดือน” นายโสภณ กล่าว







