
ความสุขที่สุดแห่งปี ในหลวงเสด็จฯ-พระวรกายแข็งแรง
ตลอดปี 2555 การที่พสกนิกรได้เห็นพระวรกายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง
ตลอดปี 2555 การที่พสกนิกรได้เห็นพระวรกายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง
ทำให้ชาวไทยต่างมีความปลื้มปีติยินดีเป็นอย่างยิ่ง เพราะพระองค์เป็นที่ยึดเหนี่ยวดวงใจของคนไทยทั้งชาติให้เป็นปึกแผ่น
การเสด็จพระราชดำเนินของพระองค์ในทุกครั้งจึงเนืองแน่นไปด้วยพสกนิกรที่เดินทางไปเฝ้าฯ รอรับเสด็จในทุกหนทุกแห่ง
การเสด็จฯ เยือนทุ่งมะขามหย่อง ต.บ้านใหม่ อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 25 พ.ค. เพื่อสักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัย เป็นการส่วนพระองค์ เป็นภาพที่สามารถอธิบายแทนคำพูดได้เป็นอย่างดี เพราะประชาชนได้เข้าร่วมรับเสด็จกันอย่างเนืองแน่น
พื้นที่แห่งนี้พระองค์เคยเสด็จฯ เยือนมาแล้วเมื่อปี 2539 ปีนั้นเป็นภาพที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเกี่ยวข้าวเป็นขวัญนา ที่ยังคงตราตรึงมิรู้ลืมของชาวไทยทุกคน ต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พื้นที่แห่งนี้เป็นพื้นที่แก้มลิง เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในฤดูน้ำหลากและในฤดูแล้งจะนำน้ำที่กักเก็บไว้ให้เกษตรกรได้ใช้ในการเพาะปลูก
หลังจากนั้นวันที่ 7 ก.ค. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินทางชลมารค เพื่อทอดพระเนตรทัศนียภาพและความเป็นอยู่ของประชาชนริมแม่น้ำเจ้าพระยาจากบริเวณท่าเทียบเรือสมาคมศิษย์เก่าแพทย์ศิริราชถึงบริเวณเกาะเกร็ด จ.นนทบุรี ก่อนจะทรงเปิดโครงการชลประทานในพระราชดำริ 5 โครงการ ได้แก่ เขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จ.พิษณุโลก
ประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิ จ.นครศรีธรรมราช ประตูระบายน้ำธรณิศนฤมิต จ.นครพนม และอุโมงค์ผันน้ำลำพะยังภูมิพัฒน์ จ.กาฬสินธุ์ ที่บริเวณท่าเรือกรมชลประทาน ท่ามกลางการเฝ้ารับเสด็จอย่างเนืองแน่นของประชาชนตลอดสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาที่เดินทางมาร่วมเฝ้ารับเสด็จจากทั่วสารทิศ
หลังจากนั้นวันที่ 27 พ.ย. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จเยือนโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา ภายในบริเวณพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต โดยได้พระราชทานหญ้าแก่วัวในโรงโคนม เนื่องจากเป็นช่วงเวลาการให้หญ้าและรีดนม และทอดพระเนตรการรีดนมวัว รวมถึงเสด็จเยือนบ้านพลังงานแสงอาทิตย์ และทอดพระเนตรช้างปั้นในโรงเรือนพิพิธภัณฑ์ช้างอีกด้วย
ความสุขที่สุดเกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อวันที่ 28 พ.ย. ในเทศกาลลอยกระทง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ลานพลับพลาประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าศิริราชกกุธภัณฑ์ สถาบันการแพทย์สยามินทราธิราช ด้านข้างโรงพยาบาลศิริราชปิยมหาราชการุณย์ (สถานีรถไฟธนบุรี) ซึ่งอยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อทรงลอยพระประทีปเนื่องในวันลอยกระทงตามประเพณี
พระประทีปของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประดิษฐ์จากขนมปังสีเหลือง ซึ่งเป็นสีประจำวันพระบรมราชสมภพ ทรงจุดเครื่องทองน้อยที่พระประทีปส่วนพระองค์และพระประทีปสีฟ้าของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงลอยพระประทีปที่ประดิษฐ์จากขนมปังสีม่วง ทรงจุดเครื่องทองน้อย ก่อนลอยกลางแม่น้ำเจ้าพระยา
ท่ามกลางบรรยากาศเย็นสบาย ทรงทอดพระเนตรขบวนเรือประดับไฟจากหน่วยงานต่างๆ ที่เข้าประกวดในงานสีสันแห่งสายน้ำ มหกรรมลอยกระทง ภายใต้แนวคิด “สว่างไสวสายน้ำแห่งเจ้าพระยา” จัดขึ้นโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ที่ล่องตามแม่น้ำเจ้าพระยาตั้งแต่สะพานพุทธยอดฟ้าฯ ถึงสะพานพระราม 8
เมื่อเรือแต่ละลำผ่านหน้าพระที่นั่ง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงถ่ายภาพขบวนเรือประดับไฟตลอดเวลาที่เรือแล่นผ่านด้วยความสนพระทัย ในเวลาต่อมาทั้งสองพระองค์ทอดพระเนตรการแสดงรำกลองยาว ที่แสดงโดยเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลศิริราชปิยมหาราชการุณย์
ที่สุดของที่สุดคงหนีไม่พ้นความปลื้มปีติของพสกนิกรชาวไทย ในวันที่ 5 ธ.ค.ที่ผ่านมา เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกท้องพระโรง พระที่นั่งอนันตสมาคม พระราชวังดุสิต ในพระราชพิธีศุภมงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธ.ค.
ในขณะเสด็จพระราชดำเนิน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระพักตร์ที่สดใส ทรงแย้มพระสรวลให้แก่พสกนิกรที่เฝ้าฯ รอรับเสด็จตลอดเส้นทาง ก่อนจะประทับรถตู้พระที่นั่ง ซึ่งติดกระจกใสเพื่อให้พสกนิกรได้ชมพระบารมีอย่างใกล้ชิด
เป็นปรากฏการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ที่ประชาชนทยอยเดินทางมาจากทั่วสารทิศเพื่อเฝ้าฯ รับเสด็จที่ลานพระบรมรูปทรงม้าอย่างเนืองแน่นตั้งแต่คืนก่อนถึงงานจนแน่นลานพระบรมรูปทรงม้าไปตลอดแนวถนนราชดำเนินร่วมหลายแสนคน โดยทุกคนต่างพร้อมใจสวมเสื้อสีเหลือง นำธงชาติและพระฉายาลักษณ์มาชูและโบกสะบัดไหวขณะรอเฝ้าฯ รับเสด็จ
ทุกคนต่างร้องตะโกนคำว่า “ทรงพระเจริญ” ด้วยเสียงกึกก้อง มุ่งไปที่จุดรวมใจเพียงหนึ่งเดียว
วันนั้น พระองค์ทรงมีพระราชดำรัสความว่า “คำปฏิญาณสัญญาที่ทุกท่านได้กล่าวนั้น เป็นที่ประทับใจมาก ขอขอบใจท่านทั้งหลาย ตลอดจนประชาชนชาวไทยทุกคน ที่พรั่งพร้อมกันมาด้วยความปรารถนาดีและไมตรีจิต ความปรารถนาดีและความพร้อมเพรียงกันของทุกท่าน อย่างที่ได้เห็นในวันนี้ ทำให้ข้าพเจ้าปลื้มใจ มีกำลังใจมากขึ้น
มีความเชื่อเสมอว่า ความเมตตาปรารถนาดีของท่านต่อกันนี้ เป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ความพร้อมเพรียงให้เกิดขึ้นดีขึ้น ทั้งในหมู่คณะ และในชาติบ้านเมือง แต่ถ้าคนไทยเรายังมีคุณธรรมอันนี้อยู่ในจิตใจก็จะมีความหวังได้ว่า บ้านเมืองไทยไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใดๆ ก็จะอยู่รอดปลอดภัย และธำรงมั่นคงต่อไปได้ตลอดรอดฝั่งอย่างแน่นอน
ขออำนาจแห่งคุณพระรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์จงคุ้มครองรักษาท่าน และชาติไทยให้มีแต่ความผาสุก ร่มเย็นยั่งยืนไป”
ทั้งนี้ นิด้าโพล เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเรื่อง “คนไทยกับการน้อมนำกระแสพระราชดำรัส” ในเวลานั้นพบว่า 98.17% ประชาชนจะนำความมีเมตตา ความปรารถนาดีต่อกันมาปฏิบัติ หรือนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน
ทั้งนี้ เพราะเป็นกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงเป็นที่เคารพรักของพสกนิกรชาวไทย
ถัดมาวันที่ 8 ธ.ค. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินเยือนอุทยานเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และชุมชนย่านวัดอนงคารามวรวิหาร ซึ่งเป็นย่านนิวาสสถานเดิมของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ในการนี้ทรงวางพวงมาลัยถวายราชสักการะพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี สร้างความปลาบปลื้มปีติให้กับประชาชนในชุมชนที่มารอรับเสด็จจำนวนมาก
ครั้งล่าสุดวันที่ 11 ธ.ค. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจูงคุณทองแดง สุนัขทรงเลี้ยง มายังร้านโกลเด้นเพลส ที่โรงพยาบาลศิริราชปิยมหาราชการุณย์ ทรงวางพระองค์อย่างเรียบง่ายโดยสม่ำเสมอ ตลอดระยะเวลาทอดพระเนตร ทรงยิ้ม เลือกซื้อผัก ผลไม้ ตามพระราชอัธยาศัย
ในการนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ทอดพระเนตรสินค้าภายในร้านโดยรอบ อาทิ โซนผักสด ผลิตภัณฑ์โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา อาหารเพื่อสุขภาพ เป็นต้น จากนั้นพระองค์ทรงเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ต่างๆ กลับไปยังที่ประทับ
ปรากฏการณ์ทั้งหมดทั้งมวลนี้หลั่งออกมาเป็นน้ำตาแห่งความปลาบปลื้มของพสกนิกรทุกคนที่เฝ้าฯ รอรับเสด็จ ต่างตราตรึงมิรู้ลืม พรชัย ว่องสินไพบูลย์ ผู้จัดการฝ่ายขายบริษัทเอกชน กล่าวว่า ได้อาศัยอยู่ในบ้านเมืองอย่างร่มเย็นเป็นสุขมาช้านาน มีความสุขความเจริญได้ก็เพราะในหลวงที่ทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อราษฎร โดยยึดแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง และทำหน้าที่ให้เป็นประโยชน์ต่อสังคมมาโดยตลอด
ลาวัณย์ เหลืองรังสี ชาวบ้านจาก อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี กล่าวว่า ประทับใจที่ได้เห็นพระพักตร์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงแจ่มใส และมีพระพลานามัยที่แข็งแรง ประเทศไทยโชคดีที่มีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นพระราชาที่รักของคนไทยและของคนทั่วโลก
ด้าน สุนีย์ รอดรัตน์ แม่บ้านที่เดินทางมาจาก จ.ลพบุรี กล่าวว่า ตลอด 66 ปีของการครองสิริราชสมบัติ พระองค์ทำงานหนักมากและทำทุกอย่างเพื่อประชาชนจริงๆ ทุกคนควรยึดพระองค์ท่านเป็นแบบอย่าง
ทั้งนี้ เพราะพระองค์ทำทุกอย่างเพื่อให้คนไทยมีชีวิตที่ดีขึ้นอย่างในทุกวันนี้







