
ลงมือแก้ทุจริต
เมื่อเร็วๆ นี้ คณะกรรมการกลางการทหารพรรคคอมมิวนิสต์จีน ประกาศใช้กฎข้อบังคับใหม่ สั่งห้ามเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองทัพจัดงานเลี้ยงรับรองที่มีการเสิร์ฟอาหารและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การลดจำนวนและระยะเวลาการเดินทางไปต่างประเทศ สั่งยกเว้นการจัดพิธีต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งรวมถึงงดจัดทำป้ายต้อนรับ การปูพรมแดง การจัดทหารกองเกียรติยศ ฯลฯ โดยข้อบังคับนี้ควบคุมไปถึงคู่สมรส บุตร และผู้ใต้บังคับบัญชาด้วย
เมื่อเร็วๆ นี้ คณะกรรมการกลางการทหารพรรคคอมมิวนิสต์จีน ประกาศใช้กฎข้อบังคับใหม่ สั่งห้ามเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองทัพจัดงานเลี้ยงรับรองที่มีการเสิร์ฟอาหารและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การลดจำนวนและระยะเวลาการเดินทางไปต่างประเทศ สั่งยกเว้นการจัดพิธีต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งรวมถึงงดจัดทำป้ายต้อนรับ การปูพรมแดง การจัดทหารกองเกียรติยศ ฯลฯ โดยข้อบังคับนี้ควบคุมไปถึงคู่สมรส บุตร และผู้ใต้บังคับบัญชาด้วย
ถือเป็นก้าวแรกของจีนที่ลงมือปฏิบัติให้โลกเห็นว่า จีนต้องการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันที่คุกคามภาพลักษณ์ประเทศมาอย่างยาวนาน
ถัดมาไม่กี่วัน พล.อ.เต็งเส่ง ประธานาธิบดีพม่า ซึ่งได้รับการชื่นชมว่าเป็นผู้ผลักดันการปฏิรูปการเมืองพม่าอย่างต่อเนื่อง ประกาศยุทธศาสตร์ปฏิรูปพม่าขั้นที่ 3 ด้วยการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันครั้งใหญ่
ถ้อยแถลงตอนหนึ่งของ พล.อ.เต็งเส่ง ที่ถูกถ่ายทอดสดผ่านทีวีและวิทยุทั่วประเทศ ระบุว่า “เมื่อมีการจัดอันดับด้านธรรมาภิบาล พม่ามักจะถูกทิ้งห่างอยู่เสมอจากระดับมาตรฐานสากล” แสดงให้เห็นว่าพม่าที่เพิ่งเปิดประเทศต้องการก้าวไปสู่มาตรฐานระดับสากล
สำหรับประเทศไทย ระดับการคอร์รัปชันมีความรุนแรงไม่แพ้กัน จากข้อมูลองค์กรความโปร่งใส ไทยเคยติดอันดับ 63 ในปี 2551 แต่ปี 2555 ลงไปอยู่ที่อันดับ 84 ได้ 3.5 คะแนน ใกล้เคียงจีนที่ได้ 3.6 คะแนน อยู่ในอันดับที่ 72
ขณะเดียวกัน รัฐบาลชุดนี้ก็เผชิญข้อกล่าวหาเรื่องทุจริตแทบจะรายวัน แต่แม้กระนั้นรัฐบาลก็ไม่ได้ดำเนินการป้องกันหรือแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม
ตัวอย่างง่ายๆ เช่น ข้อเสนอของสภาหอการค้าที่ให้ออก พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างขึ้น ทดแทนการให้อำนาจนายกรัฐมนตรีอนุมัติการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษที่ไม่ได้รับความสนใจ หรือการแก้ปัญหาทุจริตในขั้นตอนการระบายข้าวที่รับจำนำไว้ ก็ไม่มีความคืบหน้า
ปัญหาคือ ในภาวะที่รัฐบาลต้องเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน โครงการน้ำ มูลค่าไม่ต่ำกว่า 2.5 ล้านล้านบาท เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจแทนการส่งออกและนโยบายประชานิยม
แต่รัฐบาลกลับไม่แสดงเจตจำนง ไม่มีการปฏิบัติอย่างจริงจังในการสกัดกั้นหรือป้องกันการทุจริต ทั้งการออกกฎหมายหรือการวางระเบียบที่ชัดเจน โปร่งใส ในการประมูล
ผลคือ แทนที่โครงการมูลค่ามหาศาลที่วางไว้จะเดินหน้าผลักดันให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ กลับจะถูกปัญหาทุจริตถ่วงรั้งจากการถูกตั้งคำถามและการตรวจสอบในทุกระดับ
ฉะนั้น เมื่อจะเร่งลงทุนก็ควรเร่งออกกลไกป้องกันการทุจริตไปพร้อมกันด้วย







