
ไทยลุยซื้อกิจการต่างแดนปีหน้าถึงคิวบริษัทขนาดกลาง
กลุ่มทุนยักษ์ใหญ่จากประเทศไทยได้สยายปีกไปทั่วโลกในนามของ “ไทย แลนด์” จนผงาดขึ้นเป็นประเทศที่มีการควบรวมและซื้อกิจการในต่างประเทศใหญ่สุดเป็นอันดับ 3 ของเอเชียในปี 2555 นี้
กลุ่มทุนยักษ์ใหญ่จากประเทศไทยได้สยายปีกไปทั่วโลกในนามของ “ไทย แลนด์” จนผงาดขึ้นเป็นประเทศที่มีการควบรวมและซื้อกิจการในต่างประเทศใหญ่สุดเป็นอันดับ 3 ของเอเชียในปี 2555 นี้
แนวโน้มในปี 2556 ก็จะยังคงเห็นภาพการออกไปลงทุนและซื้อกิจการในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยรอบนี้น่าจะเห็นฝีมือของบริษัทขนาดกลางมากยิ่งขึ้น
เจริญ สิริวัฒนภักดี ประธานกรรมการ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ คือหนึ่งในผู้ที่ทำให้ชื่อของนักธุรกิจไทยไปไกลในระดับโลกเมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา หลังตัดสินใจเสนอซื้อกิจการบริษัท เอเชีย แปซิฟิก บริวเวอร์รี (เอพีบี) ผู้ผลิตเบียร์ไทเกอร์ ในวงเงินราว 7,200 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อซื้อหุ้น 71% จาก เฟรเซอร์ แอนด์ นีฟ (เอฟแอนด์เอ็น) จากเดิมที่ถือหุ้นอยู่แล้วเกือบ 31% ส่งผลให้ไฮเนเก้น ผู้ผลิตเบียร์รายใหญ่อันดับ 3 ของโลกนั่งไม่ติด ต้องยื่นข้อเสนอซื้อตามมา
แม้ศึกชิงบริษัทน้ำเมาเป็นเวลากว่า 2 เดือน จะจบลงที่ชัยชนะของไฮเนเก้น เมื่อไทยเบฟยอมถอยฉากเปิดทางให้ไฮเนเก้นได้เข้ามาเป็นผู้เล่นในธุรกิจเบียร์รายใหญ่ในเอเชีย ทว่าไทยเบฟก็ยังไม่ล้มเลิกที่จะเข้าซื้อกิจการเดินหน้าเสนอซื้อเอฟแอนด์เอ็นเพื่อขยายธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม โดยให้ ทีซีซี แอสเซทส์ ในเครือของไทยเบฟ เสนอซื้อเอฟแอนด์เอ็นในวงเงิน 8,700 ล้านเหรียญสิงคโปร์ (ราว 2.17 แสนล้านบาท)
ทว่าเส้นทางการตะลุยเอเชียของไทยเบฟก็ไม่ได้ราบรื่นนัก จากการแข่งขันอย่างดุเดือดของยักษ์กิจการต่างสัญชาติ เมื่อบริษัท โอเวอร์ซีส์ ยูเนียน เอ็นเตอร์ไพรซ์ (โอยูอี) ของมหาเศรษฐีเรียดีส์ จากกลุ่มลิปโป กรุ๊ป ในอินโดนีเซีย เกทับเสนอซื้อแข่งในวงเงินสูงถึง 1.31 หมื่นล้านเหรียญสิงคโปร์ (ราว 3.27 แสนล้านบาท) ซึ่งทีซีซีได้รับการยืดเวลาเสนอดีลแข่งออกไปแล้ว 2 ครั้ง ภายใต้กำหนดเส้นตายวันที่ 2 ม.ค.ปีหน้า
เจ้าสัวชั้นนำของไทยอีกราย ธนินท์ เจียรวนนท์ แห่งเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ประกาศซื้อหุ้นของบริษัทประกัน ผิงอัน 15.6% ในวงเงิน 9,400 ล้านเหรียญสหรัฐ จากธนาคารเอชเอสบีซีครั้งนี้ ซึ่งนับเป็นการซื้อหุ้นของบริษัทต่างชาติครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในจีน และยังเป็นธุรกรรมที่ใหญ่ที่สุดอันดับ 2 ของเอเชียในปี 2555 อีกด้วย
นิตยสารรายสัปดาห์ ไคซิน มีเดียส์ เซ็นจูรี รายงานว่า ผู้ซื้อผิงอันที่แท้จริงอาจประกอบไปด้วยกลุ่มนักธุรกิจชั้นนำจากจีน ฮ่องกง รวมถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยพบว่า 1 ใน 3 ของเงินทุน 1.52 หมื่นล้านเหรียญฮ่องกง (ราว 6 หมื่นล้านบาท)ที่ซีพีเสนอซื้อหุ้นผิงอันล็อตแรกจากเอชเอสบีซีนั้น มาจากครอบครัวของอดีตนายกฯ ไทย ส่วนเงินทุนที่เหลืออีกส่วนมาจากนักธุรกิจใหญ่ชาวฮ่องกง คือ เสี่ยวเจี้ยนหัว ผู้ก่อตั้งและเจ้าของบริษัทด้านการลงทุนรายใหญ่ในจีน ทูมอโรว์ โฮลดิงส์ รวมถึงเป็นผู้ก่อตั้งธนาคารและบริษัทหลักทรัพย์อีกหลายแห่ง และมีสายสัมพันธ์อันดีกับผู้นำระดับสูงในรัฐบาลจีน
อย่างไรก็ตาม ซีพีได้ปฏิเสธพร้อมยืนยันว่าเป็นผู้ซื้อแต่เพียงผู้เดียวและใช้เงินในเครือของกลุ่มบริษัทเองทั้งหมด
บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (ปตท.สผ.) สามารถโค่นคู่แข่งรายใหญ่ระดับโลกอย่าง รอยัล ดัตช์ เชลล์ เข้าซื้อบริษัทพลังงาน โคฟ เอ็นเนอร์ยี ในอังกฤษ ไปได้ในวงเงิน 1,900 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 5.8 หมื่นล้านบาท)
บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย ได้ใช้บริษัทย่อย เอสซีจีผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ซื้อธุรกิจกระเบื้องเซรามิกและสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องของ Prime Group ในประเทศเวียดนาม คาดว่าจะใช้เงินลงทุนทั้งสิ้น 7,200 ล้านบาท โดยจะเข้าถือหุ้นประมาณ 85% ส่วนหุ้นที่เหลืออีก 15% จะถือโดยผู้ก่อตั้งบริษัท คาดว่าจะสามารถสรุปได้ภายในไตรมาสแรกของปี 2556
ทั้งนี้ จากการรวบรวมการประกาศเข้าซื้อกิจการในต่างประเทศของเอสซีจีในช่วงปี 2555 รวมกว่า 3 หมื่นล้านบาท
ด้าน “เชาว์ เก่งชน” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า ในปีหน้าบริษัทจดทะเบียนไทยมีแนวโน้มนำเม็ดเงินออกไปลงทุนในต่างประเทศต่อเนื่องจากปีนี้ โดยเชื่อว่าจะมีเม็ดเงินลงทุนโดยตรงในต่างประเทศของธุรกิจไทยสูงกว่าในปีนี้ ที่คาดว่าจะมียอดสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 1.1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3.3 แสนล้านบาท เนื่องจากต้นทุนในการหาสภาพคล่องหรือดอกเบี้ยในประเทศอยู่ในระดับที่เหมาะสมและมีทิศทางจะทรงตัวที่ระดับ 2.52.75% ตลอดทั้งปีหน้า ทำให้ธุรกิจขนาดกลางเริ่มมองหาโอกาสขยายการลงทุนมากขึ้น







