
อีสานใต้คึกคนเริ่มทยอยกลับบ้านปีใหม่
ทางหลวงสู่อีสานใต้คึกคนเริ่มทยอยกลับบ้านปีใหม่ ตร.คาดจราจรคับคั่งกว่าทุกปีจากนโยบายรถคันแรก
ทางหลวงสู่อีสานใต้คึกคนเริ่มทยอยกลับบ้านปีใหม่ ตร.คาดจราจรคับคั่งกว่าทุกปีจากนโยบายรถคันแรก
บรรยากาศบนถนนทางหลวงสาย 24 โชคชัย - เดชอุดม บริเวณ อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นถนนสายหลัก และถือเป็นอำเภอหน้าด่านที่จะมุ่งสู่ประตูอีสานใต้ ขณะนี้ได้เริ่มมีรถสัญจรเพื่อเดินทางกลับไปเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ยังภูมิลำเนาอย่างคับคั่งแล้ว แต่ไม่ถึงกับติดขัดยังสามารถเคลื่อนตัวได้เรื่อยๆ ขณะทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ประโคนชัย ก็ได้บูรณาการกับฝ่ายปกครอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)และอีกหลายหน่วยงาน ได้มีการตั้งจุดตรวจบริการ และอำนวยความสะดวกด้านการจราจรแก่รถสัญจรที่สัญจรไปมา เพื่อเป็นการป้องกันและลดอุบัติเหตุในช่วง 7 วันระวังอันตรายแล้วเช่นกัน
ทั้งนี้คาดว่าจะมีรถสัญจรเดินทางกลับเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่หนาแน่น ตั้งแต่คืนวันที่ 28 ธันวาคม ไปจนถึงวันที่ 29 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันหยุดวันแรก ขณะที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ ก็ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุก สภ.ได้ขอความร่วมมือไปยังผู้ประกอบการโรงงานน้ำตาลทั้งในจังหวัดและพื้นที่ใกล้เคียง ให้รถบรรทุกอ้อยหยุดวิ่งตั้งแต่วันนี้ 27 ธ.ค.55 ไปจนถึงวันที่ 2 ม.ค.56 เพื่อลดความเสี่ยงจากการเกิดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ด้วย เพราะเนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงเปิดหีบอ้อย จะมีรถบรรทุกอ้อยวิ่งในแต่ละวันไม่น้อย 100 คัน
พ.ต.อ.วันชัย อิ่มโภชน์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรประโคนชัย กล่าวว่า อำเภอประโคนชัยถือเป็นอำเภอหน้าด่าน ที่ประชาชนจะใช้เป็นเส้นทางผ่านเพื่อเดินทางกลับไปเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ยังภูมิลำเนา ในหลายจังหวัดอีสานใต้ โดยคาดว่าปีนี้ปริมาณรถจะเพิ่มขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา เพราะเนื่องจากมีประชาชนใช้สิทธิ์ซื้อรถยนต์ในโครงการรถคันแรกของรัฐบาลเป็นจำนวนมาก
พร้อมกันนี้ยังได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจ ได้บังคับใช้กฎหมายจราจรกับผู้ขับขี่อย่างเข้มงวด โดยเฉพาะผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บนรถ และให้ตรวจจับผู้ฝ่าฝืนจำหน่ายสุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บริเวณริมถนนหรือทางสาธารณะ หากพบก็ให้จับกุมดำเนินคดีตามกฎหมายทันที เพื่อเป็นการป้องกันและลดอุบัติเหตุห้วง 7 วันอันตรายเทศกาลปีใหม่
ทั้งนี้จากข้อมูลของสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดบุรีรัมย์ พบว่าเทศกาลปีใหม่ปีที่ผ่านมา มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุรวม 35 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 42 ราย และเสียชีวิต 18 ราย ซึ่งยอดผู้เสียชีวิตมากเป็นอันดับ 2 ของประเทศ รองจาก จ.นครสวรรค์







