
ยืดมาตรการภาษีต่อ2ปีพยุงเขตศก.ใต้
ครม.ไฟเขียวมาตรการภาษีการเงิน ช่วยเหลือเขตเศรษฐกิจชายแดนใต้ คาดรัฐเสียรายได้ 1,400 ล้านบาทต่อปี
ครม.ไฟเขียวมาตรการภาษีการเงิน ช่วยเหลือเขตเศรษฐกิจชายแดนใต้ คาดรัฐเสียรายได้ 1,400 ล้านบาทต่อปี
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 25 ธ.ค. ได้มีมติเห็นชอบขยายระยะเวลามาตรการภาษีและมาตรการเงินสำหรับผู้ประกอบการเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จ.นราธิวาส ปัตตานี ยะลา อ.จะนะ เทพา นาทวี สะบ้าย้อย สงขลา และ จ.สตูล ที่จะสิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค. 2555 ออกไป 2 ปี หรือตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2556-31 ธ.ค. 2557
“ด้วยการลดภาษีเงินได้นิติบุคคล เหลือเพียงร้อยละ 3 และเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้ประกอบการลงทุนในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งการขยายกรอบระยะเวลามาตรการดังกล่าว 2 ปี ถือว่าน่าจะเหมาะสมที่สุด” รองนายกรัฐมนตรี กล่าว
นายกิตติรัตน์ กล่าวอีกว่า มาตรการดังกล่าวจะทำให้ภาครัฐสูญเสียรายได้ 1,400 ล้านบาทต่อปี หรือ 2,800 ล้านบาท ภายใน 2 ปี แต่จะช่วยเหลือและสร้างความมั่นใจให้ผู้ประกอบการในการประกอบธุรกิจในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้
ด้าน นพ.ทศพร เสรีรักษ์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ครม.มีมติเห็นชอบการดูดซับน้ำมันปาล์มดิบออกจากระบบตลาดจำนวน 5 หมื่นตัน ตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ โดยกรมการค้าภายใน (คน.) ออกประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ เรื่อง ราคารับซื้อผลปาล์มทะลาย น้ำมันปาล์มดิบแนะนำ
ทั้งนี้ 1.ให้โรงกลั่นน้ำมันปาล์ม โรงผลิตไบโอดีเซล และผู้รับซื้อน้ำมันปาล์มดิบทั่วไป รับซื้อน้ำมันปาล์มดิบจากโรงงานสกัดในราคาไม่ต่ำกว่า กก.ละ 25 บาท ส่งมอบหน้าคลังผู้รับซื้อในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล
2.ให้โรงงานสกัดน้ำมันปาล์มรับซื้อผลปาล์มทะลายจากเกษตรกร ในราคาหน้าโรงงานสกัดน้ำมัน โดยแบ่งเป็น อัตราน้ำมัน 17% รับซื้อไม่ต่ำกว่า กก.ละ 4 บาท ส่วนอัตราน้ำมัน 18% รับซื้อไม่ต่ำกว่า กก.ละ 4.35 บาท โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 20 ธ.ค. 2555 เป็นต้นไป
นอกจากนี้ คณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.) ได้ประชุมเมื่อวันที่ 24 ธ.ค. และมีมติอนุมัติวงเงินดำเนินการดังกล่าวรวม 1,380.25 ล้านบาท







