
ที่สุดคดีดังปีมะโรงมิจฉาชีพเต็มเมือง (1)
ตลอดรอบปี 2555 ที่กำลังจะผ่านไป หากย้อนจำนวนสถิติการเกิดอาชญากรรมโดยทั่วไปแล้ว ยาเสพติดยังคงเป็นแชมป์ครองอันดับ 1 ด้วยยอดการจับกุมตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.–23 ธ.ค. มี 338,111 คดี ผู้ต้องหา 330,488 คน เพียงไม่กี่เดือนก็ทะลุเป้าทุกปีที่มีมา
ตลอดรอบปี 2555 ที่กำลังจะผ่านไป หากย้อนจำนวนสถิติการเกิดอาชญากรรมโดยทั่วไปแล้ว ยาเสพติดยังคงเป็นแชมป์ครองอันดับ 1 ด้วยยอดการจับกุมตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.–23 ธ.ค. มี 338,111 คดี ผู้ต้องหา 330,488 คน เพียงไม่กี่เดือนก็ทะลุเป้าทุกปีที่มีมา
ที่น่าสนใจคือ เมื่อแยกประเภทลงไปจะพบว่า จับกุมผู้เสพได้มากถึง 181,332 คดี 168,384 คน ไม่นับที่ถูกจับซ้ำซากเข้าออกห้องขังเป็นว่าเล่น โดยจับผู้ผลิตยาเสพติดได้ 2,355 คดี 3,798 คน
สถิติการจับกุมมากนั้น ย่อมทำให้การขยายผลไปยึดทรัพย์ที่ทางสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ตั้งเป้าไว้ 8,000 คดี ล่าสุดตัวเลขการจับกุมผู้ต้องหาอยู่ที่ 5,370 คดี รวมทรัพย์สินมากกว่า 2,000 ล้านบาท
โดยคดีที่ใหญ่ๆ นั้นเริ่มจาก นิพนธ์ กันชาติ หรือ “แดง เป็นต่อ” อายุ 54 ปี ชาว จ.ลำปาง ซึ่งขับรถประสบอุบัติเหตุก่อนหนีไป ตำรวจขยายผลค้นหมู่บ้านสัมมากรรังสิต (คลอง 2) อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เจอยาบ้า 3,846,000 เม็ด ราคาประมาณ 769 ล้านบาท และยาไอซ์ ชนิดเกล็ดสีขาวหนัก 71 กก. รวมมูลค่ากว่า 142 ล้านบาท
ซึ่งนับว่าเป็นการจับกุมยาบ้าล็อตใหญ่ที่สุดของรอบปี โดยมีเครือข่ายขุนส่าอยู่เบื้องหลัง คดีนี้ยังสืบสาวไปถึง พ.ต.ปิยะณัฐ เกษจำรัส อายุ 50 ปี สังกัดกรมทหารช่างที่ 3 ค่ายบรมไตรโลกนาถ อ.เมือง จ.พิษณุโลก และ ด.ต.มนัส เสือโพธิ์ อดีตตำรวจ สน.ประชาชื่น ร่วมขบวนการ
แน่นอนว่าเรื่องจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ของสังคมไทยกับยาเสพติด คือมีข้าราชการตำรวจทหารเข้าไปพัวพัน จนทำให้ขบวนการค้ายาขยายอิทธิพลมากขึ้นเรื่อยๆ
นอกจากนี้ นโยบายทำยอดจับกุมของโรงพักแต่ละเดือน ยิ่งทำให้เกิดช่องว่างจับแล้วปล่อย มีการเลี้ยงนักค้ายารายย่อยในพื้นที่ จนกลายเป็นจับมั่ว จับถี่ หน้าใหม่ที่โดนจับก็มาจากการหักหลังกันของคนขายที่เป็นสายให้กับตำรวจ ซึ่งหากปล่อยไว้ในอีกไม่นานก็อาจกลายเป็นวงจรอุบาทว์ลูกใหม่เข้ามาซ้ำปัญหาการระบาดของยาเสพติดให้มากขึ้น
ข่าวอาชญากรรมที่เกิดขึ้นอยู่หลายครั้งในปีนี้ ที่น่าสังเกตคือการปล้นรถขนเงินและปล้นร้านทอง โดยเฉพาะในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ซึ่งโจรคิดวิธีขึ้นมาใหม่ๆ เพื่อหวังจะลวงให้การสืบสวนหลงทาง
คนร้ายสุดแสบทำทีเอารถไปล้างที่คาร์แคร์ก่อนที่จะปลอมบัตรรับรถคันอื่นออกไปเปลี่ยนป้ายทะเบียนปลอม เมื่อก่อเหตุเสร็จแล้วก็จะจอดรถที่ขโมยมาทิ้งไว้ข้างทาง พอตำรวจสอบสวนก็จะเจอแต่เจ้าของรถที่ถูกขโมย แต่งานไม่หมูอย่างในหนังแอ็กชัน เพราะตำรวจบุกเข้าค้นแหล่งกบดานเจอถุงใส่เงินและเสื้อผ้าที่ใส่ในวันก่อเหตุหมดทางปฏิเสธ
ผู้ต้องหาทั้งสองยอมรับว่าได้วางแผนปล้นมาประมาณ 1 สัปดาห์ เมื่อสบโอกาสจึงลงมือปล้นได้เงินไปกว่า 16 ล้านบาท ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่นานทั้งคู่ยังเคยก่อเหตุร่วมกันพยายามฆ่าและพยายามชิงทรัพย์รถขนเงินของบริษัท แซมโก้ ท้องที่ สภ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 22 ก.ค. โดยใช้อาวุธปืนกระบอกเดียวกัน แต่ว่าลงมือไม่สำเร็จ เหตุผลที่ต้องกลายเป็นโจรเพราะติดหนี้พนันบอลกว่า 2 ล้านบาท
ส่วนปล้นร้านทองนั้น ดูเหมือนว่าร้านทองออโรร่า เทสโก้ โลตัส ลาดพร้าว ซึ่งอยู่ติดกับกองบังคับการปราบปราม จะถูกปล้นบ่อยที่สุด คนร้ายเองก็เริ่มเหิมเกริมมากขึ้นทุกขณะ ด้วยการใช้อาวุธปืนยิงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
งานนี้คนร้ายถูกควบคุมตัวภายในร้านได้ 1 คน โดยอีก 1 คนขี่จักรยานยนต์หนีไปได้ นายประเทือง มีวงศ์ อายุ 44 ปี ชาว จ.อ่างทอง คนร้ายที่ถูกรวบตัวให้การว่า ก่อนจะลงมือได้ร่วมวางแผนกับเพื่อนชื่อนายใหญ่ ซึ่งเป็นคนขี่วินจักรยานยนต์รับจ้าง ซอยลาดพร้าว 87 เพื่อเข้าไปจี้ชิงทองในร้านทอง โดยได้ขี่รถจักรยานยนต์ซ้อนท้ายกันมาจอดที่ประตูด้านหลังห้างโลตัส จากนั้นนายใหญ่ได้เดินถืออาวุธปืนไปคุมเชิงอยู่บริเวณหน้าร้าน พร้อมยิงปืนขู่พนักงานในร้าน 2 นัด
ปล้นร้านทองสะท้อนภาวะเศรษฐกิจที่ฝืดเคือง ประกอบกับคนที่ติดหนี้การพนัน โอกาสที่จะเกิดการปล้นรถขนเงินหรือร้านทองย่อมที่จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
ฉบับหน้าเตรียมพบกับคดีอาชญากรรมซึ่งเป็นที่กล่าวขวัญมากที่สุด ทายาทกระทิงแดงซิ่งเฟอร์รารีชนดาบตำรวจเสียชีวิต และ “หมอสุพัฒน์กับกรณี 2 สามีภรรยาหายลึกลับ” ที่ทุกวันนี้ยังคงเป็นปริศนา ...โปรดติดตาม







