
เปิดข้อเสนอกรรมการสุขภาพเอฟทีเอต้องไม่รับทริปสพลัส
ตอกย้ำถึงหลุมพรางในการเจรจาเขตการค้าเสรีระหว่างไทยกับสหภาพยุโรป (เอฟทีเอ ไทยอียู) อีกคำรบหนึ่ง
ตอกย้ำถึงหลุมพรางในการเจรจาเขตการค้าเสรีระหว่างไทยกับสหภาพยุโรป (เอฟทีเอ ไทยอียู) อีกคำรบหนึ่ง
คณะกรรมการสนับสนุนการศึกษาและติดตามการเจรจาการค้าระหว่างประเทศที่มีผลต่อสุขภาพและนโยบายสุขภาพ ในคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ทำหนังสือลงวันที่ 28 พ.ย.ที่ผ่านมา ถึง กิตติรัตน์ ณ ระนอง ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (กนศ.) และ ปลอดประสพ สุรัสวดี ประธานคณะกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ เพื่อเสนอ “ทางเลือก” เชิงนโยบาย เพื่อป้องกันผลกระทบจากการผูกขาดยาเชิงพาณิชย์
เอกสารระบุถึงทางเลือกที่ดีที่สุดคือ ต้องไม่รับเงื่อนไขที่เกินไปกว่าความตกลงมาตรการยืดหยุ่นในความตกลงด้านทรัพย์สินทางปัญญาหรือทริปส์ โดยต้องไม่หลงเชื่อว่าการเพิ่มการคุ้มครองสิทธิบัตรจะทำให้เกิดการพัฒนายาใหม่และการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับประเทศไทยมากขึ้น
เนื่องจากข้อมูลเชิงประจักษ์พบว่าหลังจากขยายการคุ้มครองสิทธิบัตรยา ตั้งแต่ปี 2535 ไม่ได้เกิดผลที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด ผลที่เกิดขึ้นมีเพียงแต่ราคายาใหม่ที่แพงขึ้น มีการผูกขาดนานขึ้น คนไทยต้องพึ่งยานำเข้าจากต่างประเทศมากขึ้นกว่า 2 เท่า ระบบหลักประกันสุขภาพไม่สามารถรับภาระงบประมาณได้
อย่างไรก็ตาม หากจำเป็นต้องเจรจาการค้าเสรีโดยมีข้อเสนอทริปส์ผนวก รัฐบาลต้องมีมาตรการเยียวยาให้แล้วเสร็จก่อนการเจรจาจะมีผล
สำหรับมาตรการเยียวยา อาทิ จัดสรรงบประมาณให้กับระบบหลักประกันสุขภาพในอัตราที่เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าอัตราเพิ่มของมูลค่ายาที่จะได้รับประโยชน์จากเอฟทีเอ
นอกจากนี้ ให้เก็บค่าธรรมเนียมไม่ต่ำกว่า 5% ของมูลค่าการจำหน่ายยาที่ได้ประโยชน์จากเอฟทีเอ เพื่อนำมาตั้งกองทุนสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาระบบยา โดยให้มีการตรา พ.ร.บ.กองทุนฯ ก่อนการเจรจาจะเริ่มต้น
พร้อมกันนี้ ให้มีการควบคุมราคายาที่มีสิทธิบัตรและตั้งคณะกรรมการควบคุมราคายาที่มีสิทธิบัตร ซึ่งการเจรจาเอฟทีเอจะต้องไม่เป็นอุปสรรคต่อการควบคุมราคายา
ทั้งนี้ คณะกรรมการมีข้อเสนอ 3 ประการ ได้แก่ 1.ต้องทำให้การขยายระยะเวลาเหล่านั้นสั้นที่สุด เนื่องจากระยะเวลาการขยายยิ่งนานเท่าใด จะยิ่งเพิ่มค่าใช้จ่ายด้านยาและสุขภาพและการจำกัดการพัฒนาความสามารถของอุตสาหกรรมการผลิตยาในประเทศมากขึ้นเท่านั้น
ที่สำคัญต้องระมัดระวังในกรณีของ Data Exclusivity ซึ่งจะเป็นการให้ระยะเวลาสิทธิผูกขาดทางการพาณิชย์กับยา ทั้งที่มีและไม่มีสิทธิบัตร โดยเฉพาะยาที่ไม่มีสิทธิบัตรจะได้ระยะเวลาการผูกขาดเต็มจำนวนโดยปริยาย
2.การชดเชยเวลาที่เกิดจากความล่าช้าต่างๆ ควรอนุญาตเป็นกรณีๆ ไป เมื่อพิสูจน์ได้ว่าความล่าช้านั้นเกิดจากหน่วยงานผู้รับผิดชอบดำเนินการ
3.การใช้มาตรการลงโทษต่อการเรียกร้องที่ไม่เป็นจริง ในกรณีที่ผู้เรียกร้องมีเจตนาให้การดำเนินการเพื่อขออนุญาตจำหน่ายยาสามัญล่าช้าออกไป โดยผู้ร้องจะต้องชดเชยความเสียหายซึ่งเกิดขึ้นจากความล่าช้าของการผลิตต่อผู้ผลิตยาสามัญและการเข้าถึงยาของประชาชน







