
ชาวนาปรับตัวแข่งโลกพัฒนาพันธุ์แปรรูปข้าว
ชาวนารุ่นใหม่ดิ้นปรับตัวพัฒนาพันธุ์ข้าวท้องถิ่น หาทางเพิ่มมูลค่าข้าว พร้อมแปรรูปสินค้าเกษตร เพื่อแข่งตลาดโลก
ชาวนารุ่นใหม่ดิ้นปรับตัวพัฒนาพันธุ์ข้าวท้องถิ่น หาทางเพิ่มมูลค่าข้าว พร้อมแปรรูปสินค้าเกษตร เพื่อแข่งตลาดโลก
นายพุฒิพงษ์ นันโท ประธานศูนย์เรียนรู้บ้านโรงช้าง จ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวในการประชุมวิชาการข้าวแห่งชาติ ครั้งที่ 2 เรื่องการปรับตัวของชาวนาไทยกับภาวการณ์เปลี่ยนแปลงว่า จากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงและการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ชาวนาไทยต้องพึ่งตัวเองและพัฒนาพันธุ์ข้าวเฉพาะทางเพื่อสร้างตลาด
ทั้งนี้ สิ่งสำคัญคือการให้ความสำคัญกับความรู้และการวิจัย ซึ่งที่ผ่านมาชาวนาไทยส่วนใหญ่ต้องทำการวิจัยกันเอง ทำให้ยังขาดทิศทางที่ชัดเจน และนับจากนี้ต้องเน้นให้สอดคล้องกับทิศทางตลาดโลก เช่น การศึกษาข้อจำกัดของตลาดเพื่อให้ได้ผลิตผลที่ตรงกับความต้องการ และแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม
“ที่บ้านโรงช้าง พัฒนาพันธุ์ข้าวกล้องงอกเอง โดยไม่พึ่งรัฐบาล ขายข้าวและผลิตได้เกวียนละ 7 หมื่นบาท และนำส่วนจมูกข้าว ผลิตข้าวกล้องงอกแคปซูลขายได้อีก 45 หมื่นบาท รวมรายได้ข้าวเกวียนละกว่าแสนบาท” นายพุฒิพงษ์ กล่าว
นอกจากนี้ราคาข้าวไทยยังสูงกว่าคู่แข่งทั้งเวียดนาม อินเดีย และพม่าในอีก 12 ปีข้างหน้า นายสมพร อิศวิลานนท์ นักวิชาการอาวุโส สถาบันคลังสมองของชาติ กล่าวว่า ราคาข้าวไทยสูงกว่าคู่แข่งทั้งเวียดนามและอินเดีย รวมถึงพม่าในอีก 12 ปีข้างหน้านี้ การจะแข่งขันได้ต้องอาศัยการวิจัยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า รัฐบาลกำลังจัดสรรงบสนับสนุนงานวิจัยมากขึ้น โดยเฉพาะงานวิจัยเชิงการเกษตร เพื่อเพิ่มโอกาสในการแข่งขันของประเทศ m







